หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Mintel เผยผู้บริโภคทั่วโลกต้องการให้ผู้ผลิตรับผิดชอบต่อปัญหาด้านความยั่งยืน  (อ่าน 33 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 พ.ย. 21, 17:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

Mintel เผยผู้บริโภคทั่วโลกต้องการให้บริษัทผู้ผลิตมีส่วนรับผิดชอบต่อปัญหาด้านความยั่งยืน




ผู้บริโภคยอมรับว่า พฤติกรรมของตนเองก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนได้

ผู้บริโภคส่วนใหญ่สนใจผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการซื้อสินค้าของตนเอง

Mintel Consulting เผย ผลการวิจัยล่าสุดจาก Mintel Sustainability Barometer ว่า ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อว่าบริษัทต่าง ๆ จะต้องแสดงความรับผิดชอบมากที่สุดสำหรับต้นตอของปัญหาความยั่งยืนในหลายภาคส่วน อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคมองว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเองก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน

ผู้บริโภคทั่วโลกเกือบครึ่ง (48%) เชื่อว่า ผู้ผลิตควรจะแสดงความรับผิดชอบในเรื่องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ในปริมาณที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้บริโภคหนึ่งในสี่ (25%) เชื่อว่า ความรับผิดชอบเป็นของผู้บริโภค และอีกหนึ่งในห้า (20%) เชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล ในส่วนประเด็นเรื่องการลดมลพิษจากการขนส่งทางอากาศนั้น สองในห้า (41%) ของผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อว่าเป็นความรับผิดชอบของบริษัทผู้ผลิตต่าง ๆ โดย 36% เชื่อว่าเป็นเรื่องของนโยบายรัฐ และอีก 12% มองว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้บริโภคเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคกว่าครึ่ง (54%) เชื่อว่า ตนเองยังมีเวลาเหลือพอที่จะช่วยรักษาโลกใบนี้ โดย 51% เชื่อว่าพฤติกรรมของตนเองสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในทิศทางที่ดีขึ้น ทัศนคติเหล่านี้มีมากในกลุ่มผู้บริโภคชาวแคนาดา (65%) ชาวอิตาลี (64%) ชาวเยอรมันและชาวสเปน (59%) และชาวอังกฤษ (56%)
เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเรื่องความยั่งยืนชุดใหม่อย่าง Mintel Sustainability Barometer รวบรวมผลการวิจัยและข้อมูลเชิงลึกในเรื่องทัศนคติ พฤติกรรมและความชอบในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคใน 16 ประเทศทั่วโลก พร้อมข้อเสนอและคำแนะนำที่เหมาะสำหรับแบรนด์ต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของนวัตกรรมในระดับชั้นนำ โครงการสื่อสารที่น่าสนใจ และแคมเปญต่าง ๆ

ริชาร์ด โคป (Richard Cope), Senior Trends Consultant, Mintel Consulting กล่าวว่า:
“จากการศึกษาของ International Energy Agency (IEA) เชื่อว่าการลดปริมาณมลพิษสะสมให้เหลือศูนย์มากกว่าครึ่งนั้นเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยบางคนอาจหวังว่าผู้บริโภคจะให้การยอมรับในเรื่องความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยของเราชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคมองว่าความรับผิดชอบเป็นของผู้ผลิตเสียมากกว่า ซึ่งมีเหตุผลประกอบมากมายว่าทำไมผู้บริโภคถึงโยนภาระเหล่านี้ให้กับบริษัทผู้ผลิต เช่น กลุ่มที่นิยมการประท้วงจะมีชุดความเชื่อที่ว่าบริษัทผู้ผลิตควรเป็นผู้รับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะปัญหาดังกล่าวอยู่นอกเหนือความสามารถที่จะแก้ปัญหาและรับมือในฝั่งของผู้บริโภคได้”

“อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ดีที่ผู้บริโภคยอมรับว่าตนเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่ประชากรเพียงส่วนน้อยในหลาย ๆ ประเทศเชื่อว่าตนเองยังพอมีเวลาที่จะกู้สถานการณ์กลับคืนมาเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายมากไปกว่านี้ ซึ่งการมองโลกในแง่ดีมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับความเชื่อในเรื่องพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สามารถเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้”

“การให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับความยั่งยืนน่าจะเป็นปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคได้ ในขณะที่ช่องว่างในการพัฒนาความยั่งยืนที่เกิดจากประสบการณ์ที่แตกต่างกันของผู้บริโภคที่มีต่อต้นเหตุของปัญหาสภาวะโลกร้อนกับข้อเท็จจริงที่ว่าใครจะต้องรับผิดชอบปัญหาบ้างนั้น ได้กลายมาเป็นความท้าทายที่สำคัญของบริษัทต่าง ๆ ว่า บริษัทจะปิดช่องว่างในเรื่องความแตกต่างเหล่านี้ได้อย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการวางจุดยืนของตัวสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา นอกจากนี้บริษัทต่าง ๆ ยังควรเป็นผู้นำในการยืนยันว่าการดำเนินงานของบริษัทตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่ถูกต้องและร่วมแสดงความคิดเห็นต่อที่ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคม หรือบริษัทอาจจะผนึกกำลังกับภาครัฐ จัดทำแคมเปญที่น่าติดตามเพื่อผลลัพธ์ที่ดีตามมา รวมถึงการเปิดรับฟังแนวคิดปลุกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมจากสารคดีต่าง ๆ เช่น Seaspiracy และ Kiss the Ground ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน”

ผู้บริโภคต้องการให้บริษัทต่าง ๆ วัดผลกระทบโดยตรงที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากพฤติกรรมการซื้อสินค้าของตนเอง


หมายเหตุ
*Certified B Corporations คือบริษัทที่ทำตามมาตรการที่เป็นที่ยอมรับของสังคมและสิ่งแวดล้อมในด้านผลประกอบการ ความโปร่งใสต่อประชาชน และ สามารถตรวจสอบได้ในทางกฏหมาย เพื่อที่จะสร้างความสมดุลของเป้าหมายและผลกำไร
Mintel Sustainability Barometer ฉบับใหม่รวบรวมผลการวิจัยและข้อมูลเชิงลึก ทัศนคติต่อความยั่งยืน พฤติกรรมและความชอบในการซื้อของผู้บริโภค จากการสำรวจผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 500 คน ที่มีอายุระหว่าง 16/18+ ใน 16 ประเทศในเดือนมีนาคม 2021

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 500 คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปในประเทศบราซิล ฝรั่งเศส เยอรมัน สหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์ อิตาลี โปแลนด์และสเปน

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 500 คนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปในประเทศออสเตรเลีย แคนาดา จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไทยและสหรัฐอเมริกา

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มฟรีได้ที่: mintel.com/consumer-sustainability-barometer

เกี่ยวกับ Mintel
Mintel ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคและเหตุผลเบื้องหลังชั้นนำของโลก เรานำเสนอข้อมูลในด้านการวิเคราะห์เกี่ยวกับผู้บริโภค ตลาด ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และทิศทางการแข่งขันในตลาดผ่านมุมมองเศรษฐกิจในระดับประเทศและระดับสากลในรูปแบบที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร นับตั้งแต่ปี 1972 คำวิเคราะห์เชิงคาดการณ์และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของเราได้ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำและฉับไว เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของเราได้ที่ mintel.com.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม