หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ไหว้พระต่อเนื่องที่วัดพระสิงห์ และวัดสวนดอก วัดอารามหลวง  (อ่าน 14482 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 13:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

จากที่ทำกระทู้ไหว้พระไหว้ แต่ว่าเนื้อหาของวัดเจดีย์หลวงและวัดพันเตา ค่อนข้างมาก เลยแยก ออกมาทำอีกกระทู้ที่พาไปไหว้พระวัดพระสิงห์และวัดสวนดอกพระอารามหลวง...
ติดตามกระทู้เก่า ๆ ได้ที่นี่ครับ



http://webboard.travel.sanook.com/forum/3020481_ขันโตกที่หอศิลป์__แล้วไป
งานปีใหม่ที่ประตูท่าแพร_เที่ยวเชียงใหม่_จ๊าดนั๊ก.html

http://webboard.travel.sanook.com/forum/3032764_เที่ยววัดไหว้พระที่เชียงใหม่.html

http://webboard.travel.sanook.com/forum/3054238_ไหว้พระวัดเจดีย์หลวง_วัดพระสิงห์_วัดพันเตา_วัดสวนดอก.html

ไว้เป็นข้อมูลเผื่อใครหลาย ๆคน อาจหลบภัยไปเที่ยวเชียงใหม่ช่วงสงกราณต์แล้ว แวะไปไหว้พระขอพรกันครับ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 มี.ค. 10, 09:11 น โดย orchidstissue » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 13:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายเด ขอ พาไปไหว้พระกัน ครับ ไปหลายครั้งก็ มักจะแวะไปที่วัดพระสิงห์ แต่ คราวนี้ นายเด ได้มีโอกาสไปไหว้พระที่วัดสวนดอก พร้อมทั้งเอกสาร หนังสือท่องเที่ยว เช้าวันที่ 31 ธันวาคม ปีที่แล้ว นายเด ตื่นแต่เช้า มาใส่บาตรที่วัดสวนดอก เพราะอยู่ใกล้ที่พัก ตอนนั้นพักแถวถนนนิมมาเหมินทร์ โรงแรมคันทารี่ ครับ

เป็นวัดที่ มองดูแล้วให้ความรู้สึกโอ่โถงกว้างขวางไม่แออัด และที่สำคัญได้เห็นศาลาขนาดใหญ่ มีหลังคาทำจากไม้ จากข้อมูลที่ทราบมาว่า สมัยก่อนเจ้าเมืองได้ทำขึ้น วัดเป็นที่พบปะ และรวบรวมไพร่พล ครับ

เอาเป็นว่า นายเด ขอคัดลอกข้อมูล จากเว็ป วิกิพีเดียนะครับ เพราะข้อมูลเผยแพร่อินเตอร์เนชั่นแนล ระดับสากล และ วัดแห่งนี้ถือเป็นวัดอารามหลวง ครับผม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ้อ..ศาลา ไม้ที่เห็นไม่แน่ใจว่าเป็น ศิลปะล้านนาแบบยุคแรก หรือ ยุค ที่สอง แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่ ล้านนาประยุกต์ ยุคปัจจุบัน

วันที่ นายเด ไป ทำบุญ และทำสังฆทาน พระ รุปหนึ่งเขาสวดให้พรเป็นภาษาเหนือ เป็นเสน่ห์ อีกอย่างหนึ่งครับ โชคดีที่ได้ฟัง เหมือนคำสอนเป็นภาษาเหนือ

นายเด ก้เคยถามพระที่วัดเจดีย์หลวงว่า ทำไม แต่ละวัดให้พร ไม่เหมือนกัน ท่านบอกว่า ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นสายธรรมยุทธ จะให้พร ตามที่เราเคยได้ยินทั่วไป แต่ วัดอื่น ๆ ก็ จะแตกต่างกันไป...เป็นความรู้ใหม่

ขอคัดลอกข้อมูลมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่าน ง่ายต่อนายเด เป็นผลดีที่เพื่อน ๆ ไม่ต้องทนอ่านพิมพ์ผิด พมพ์ถูก ของนายเด

http://th.wikipedia.org/wiki/วัดสวนดอก_(พระอารามหลวง)#column-one#column-one

วัดสวนดอก หรือ วัดบุปผาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ [1]สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนสุเทพ ตำบลสุเทพอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ที่ตั้งและอาณาเขต

วัดสวนดอกตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เลขที่ 139 ถนนสุเทพ ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากประตูสวนดอกไปทางทิศตะวันตก 1 กิโลเมตร กินเนื้อที่ 35 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา ทิศเหนือยาว 183 เมตร ทิศใต้ยาว 193 เมตร ทิศตะวันออกยาว 176 เมตร และทิศตะวันตกยาว 176 เมตร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประวัติ

วัดสวนดอกในอดีตนั้นป็นสวนดอกไม้ (ต้นพยอม) ของเจ้านายฝ่ายเหนือใน ราชวงศ์เม็งราย โดยในปี พ.ศ. 1914 (ศักราชนี้ถือตามหนังสือชินกาลมาลีปกรณ์ของพระรัตนปัญญาเกตุ) พระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็น "พระอารามหลวง" เพื่อให้เป็นที่จำพรรษาของ "พระมหาเถระสุมน" ผู้ประดิษฐานพระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ในแผ่นดินล้านนา และสร้างองค์พระเจดีย์เพื่อประดิษฐาน "พระบรมสารีริกธาตุ" 1 ใน 2 องค์ ที่ "พระมหาเถระสุมน" อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 (องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ ใน วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร)


ในสมัย ราชวงศ์เม็งราย วัดสวนดอก มีความเจริญรุ่งเรืองมาก แต่หลังจากสิ้น ราชวงศ์เม็งราย บ้านเมืองตกอยู่ในอำนาจพม่า ทั้งเกิดจลาจลวุ่นวาย วัดนี้จึงกลายสภาพเป็นวัดร้างไป วัดสวนดอก ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่อีกครั้ง ในรัชสมัย พระเจ้าบรมราชาธิบดีกาวิละ แห่ง ราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ (เจ้าเจ็ดตน) และได้รับการทำนุบำรุงจาก เจ้านายฝ่ายเหนือ และประชาชนเชียงใหม่มาโดยตลอด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดสวนดอก ต่อได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน และต่อมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2475 เป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระวิหารโดย ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปูชนียสถาน-วัตถุ
[แก้]
พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกา

พระเจดีย์วัดสวนดอก ได้รับการบูรณะใหม่และหุ้มแผ่นทองจังโก

พระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1914 ในรัชกาลของพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระอารามหลวง" โดยโปรดเกล้าให้สร้าง "พระเจดีย์ทรงลังกา" ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระมหาเถระสุมนได้อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 ซึ่งแต่เดิมมีเจดีย์แบบสุโขทัย (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) อยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระเจดีย์ใหญ่ แต่ได้ปรักหักพังลง พระเจดีย์องค์ใหญ่สูง 24 วา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระเจ้าเก้าตื้อ เป็นพระพุทธรูปหล่อองค์ใหญ่ สร้างด้วยโลหะหนัก 9 โกฏิตำลึง ("ตื้อ" เป็นคำในภาษาไทยเหนือ แปลว่า หนักพันชั่ง) พระญาเมืองแก้ว กษัตริย์องค์ที่ 13 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2047 "พระเจ้าเก้าตื้อ" เป็นพระพุทธรูปแบบเชียงแสนฝีมือช่างล้านนาและสุโขทัย หน้าตักกว้าง 8 ศอก หรือ 3 เมตร สูง 4.70 เมตร เพื่อเป็นพระองค์ประธานใน วัดพระสิงห์ แต่เนื่องมีน้ำหนักมากไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ จึงได้ถวายเรือนหลวงของพระองค์เป็นพระวิหาร พระราชทานชื่อว่า "วัดเก้าตื้อ" แทน ซึ่งต่อมาภายหลังได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ในสมัย ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา ในปี พ.ศ. 2475 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478
[แก้]
พระพุทธปฏิมาค่าคิง

พระพุทธปฏิมาค่าคิง (เท่าพระวรกาย) เป็นพระประธานในพระวิหารหลวง สร้างในสมัยพระเจ้ากือนา พ.ศ. 1916 หล่อด้วยทองสำริด ขนาดเท่าพระวรกายของพระเจ้ากือนา หน้าตักกว้างสองเมตร สูงสองเมตรครึ่ง เรียกชื่อตามภาษาถิ่นล้านนาว่า “พระเจ้าค่าคิง”



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ

กู่บรรจุพระอัฐิพระราชชายา เจ้าดารารัศมี

กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2450 โดยพระดำริใน พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้านายฝ่ายเหนือใน ราชตระกูล ณ เชียงใหม่ ซึ่งทรงเห็นว่าทำเลที่ตั้งของวัดสวนดอกกว้างขวาง จึงโปรดให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิของ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน ณ ที่นี่ รวมทั้งได้ประทานทรัพย์ให้การทำนุบำรุงมาโดยตลอดพระชนม์ชีพ หลังจาก พระราชชายา เจ้าดารารัศมี สิ้นพระชนม์ ได้มีการแบ่งพระอัฐิของพระองค์มาประดิษฐานไว้ ณ กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ แห่งนี้ (อีกส่วนหนึ่งแบ่งประดิษฐานไว้ใน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร) ปัจจุบัน กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ แห่งนี้ ได้ถูกจดทะเบียนให้เป็นโบราณสถานสำคัญ ภายใต้การกำกับดูแลของกรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*014



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*014



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ธรรมาสน์เทศนา

ธรรมาสน์เทศนาแบบล้านนา สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2474 และซุ้มประตูวัด จำนวน 3 ซุ้ม เป็นซุ้มประสาทแบบล้านนาขนาดใหญ่ สร้างขึ้นเมื่อครูบาศรีวิชัยบูรณะวัดสวนดอกเมื่อ พ.ศ. 2474



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเพณีประจำปีของวัดสวนดอก
ประเพณีทำบุญสลากภัต ตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือนเกี๋ยงเหนือเดือน 11



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเพณีตั้งธรรมหลวง หรือฟังเทศน์มหาชาติ หลังออกพรรษาแล้วทุกปี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเพณีทำบุญสรงน้ำพระบรมธาตุ ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เหนือทุกปี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*014



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้ว นายเด ก็ ไปที่วัดปราสาท และวัดพระสิงห์ ก่อนกลับมาพักผ่อน เพื่อจะออกไปอีกทีตอนเย็นครับ ไปไหว้พระที่วัดเจดีย์หลวง ก่อนออกไปดินเนอร์ที่ เลอร์มิเดี้ยน เชียงใหม่ แล้วเดินเล่น ส่งท้ายปีเก่าแถวประตูท่าแพ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต่อไปเป็นเรื่องราวของวัดพระงสิงห์วรวิหาร ซึ่งเป็นวัดอารามหลวงในสมัยปัจจุบัน เพื่อนนายเด บอกว่า วัดนี้เป็นวัดประจำปีเกิดของคนเกิดปีมะโรง

วัดนี้ ตอนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ก็จัดงานถ่ายทอดสด ส่งท้ายแบบประเพณีไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเดินเที่ยววัดในตัวเมืองกันก่อนตอนหัวค่ำ ก่อนจะเดินออกไปยังประตูท่าแพครับ

ข้อมูลรุปภาพ นายเด ไม่เรียงตามบทความที่คัดลอกมาให้นะครับ และ สถานที่ไหนไม่ควรพลาดชม หรือ สิ่งท่ควรไปชมให้ได้ถ้าหากไปวัดพระสิงห์ มีดังนี้ครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สิ่งที่น่าสนใจ
1. พระเจดีย์สูง 24 ศอก

- ที่บรรจุอัฐิของพญาคำฟู ( พระราชบิดา พญาผายู )
2. พระพุทธสิหิงค์

- เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิเพชร

- พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งราชวงศ์เม็งราย ผู้ครองนครเชียงใหม่
ทรงโปรดให้อัญเชิญ " พระพุทธสิหิงค์ " มาจากเมือง " เชียงราย "
เพื่อไปประดิษฐานที่ " วัดสวนดอก " แต่พอราชรถมาถึง " วัดลีเชียง "
ก็ปรากฎว่าติดขัดไม่สามารถเดินทางต่อไปได้อีก ดังนั้นพระเจ้าแสนเมืองมาจึง
ให้ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ไว้ที่ " วัดลีเชียง " นี้
- ประชาชนนิยมเรียกพระพุทธสิงหิงค์สั้น ๆ ว่า พระสิงห์ จึงได้เรียกชื่อวัดพระสิงห์
เทศกาลประจำปี

- เมื่อถึงเทศกาลสงกรานต์ชาวเมือง
- จะอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้แห่ไปตามถนนรอบเมืองเพื่อให้ประชาชนสรงน้ำโดยทั่วกัน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

3. วิหารลายคำ
- เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์
- มีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสุพรรณหงส์ และสังข์ทอง ซึ่งพบเพียงที่นี่แห่งเดียว



4. พระอุโบสถตกแต่งแบบศิลปะล้านนา



5. หอไตรประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดา

6. เจดีย์ทรงกลมแบบล้านนา
7. พระนอน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดสำคัญในเชียงใหม่นั้น มีมากมายหลายวัด เช่น วัดเชียงมั่น คือ วัดแรกของเชียงใหม่ และสร้างในพื้นที่ที่พระเจ้ามังรายมหาราช ประทับในตอนที่กำลังก่อสร้าง เวียงเชียงใหม่ อายุของวัดเชียงมั่น จึงมีอายุพอ ๆ กับเชียงใหม่คือ ๗๐๐ ปีเศษแล้ว วัดสำคัญที่ผมจะเล่าให้ทราบในวันนี้คือ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดบุพพาราม และวัดปราสาท ซึ่งสองวัดหลังนี้นนักท่องเที่ยวจากต่างเมืองมักจะไม่เคยไป เหมือนวัดเชียงมั่นที่เมื่อก่อนมีแต่ฝรั่งไปมากกว่าคนไทย สองวัดนี้ก็เช่นเดียวกัน และคงจะรวมถึงวัดเจดีย์หลวง เข้าไปด้วยที่นักท่องเที่ยวไปกันน้อยทั้ง ๆ ที่เป็นวัดซึ่งประดิษฐานพระแก้วมรกตมาก่อน ก่อนที่จะถูกพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช นำเอาไปไว้ที่ลาวเสียสองร้อยปีเศษ
วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร ตั้งอยู่เลขที่ ๒ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เส้นทางไปวัดพระสิงห์ ฯ หากออกมาจากสถานีรถไฟเลี้ยวซ้ายตรงเรื่อยมา จนข้ามสะพานนวรัตน์ ตรงต่อไปตามถนนท่าแพ จนถึงประตูเมืองท่าแพ ตรงต่อไป (แต่ผ่านไม่ได้ต้องเลี้ยวซ้ายไปกลับรถมา) จะพุ่งเข้าสู่ประตูวัดพระสิงห์ เข้าไปจอดรถได้ในวัด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วัดพระสิงห์ มีลักษณะพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม มีถนนล้อมรอบทั้งสี่ด้าน เขตพุทธาวาสอยู่ส่วนกลางของวัด มีถนนซอยภายในเขตสังฆาวาส โรงเรียนพระปริยัติธรรม โรงเรียนธรรมราชศึกษา และศาลาการเปรียญ ตั้งอยู่รอบเขตพุทธาวาส มีพื้นที่ ๒๕ ไร่เศษ
ผู้สร้างคือ พระเจ้าผายู กษัตริย์ราชวงศ์มังรายองค์ที่ ๕ (พ.ศ.๑๘๘๘ - ๑๘๙๘) เป็นผู้สร้างเมื่อประมาณพุทธศักราช ๑๘๘๘ หรือหากจะหลังจากนี้ก็คงไม่มากนัก เดิมเรียกว่า วัดลีเชียงพระ โดยที่หน้าวัดเป็นท้องสนาม ที่ราษฎรมาค้าขายกัน หากเป็นสมัยนี้คงเรียกว่า ติดตลาดนัด จนกลายเป็นตลาดลีเชียงพระ และเรียกชื่อวัดว่า วัดลีเชียงพระ
ประมาณ พ.ศ.๑๙๔๓ เจ้ามหาพรหม ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาจากกำแพงเพชร และนำไปถวายแด่พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ราชวงศ์มังรายองค์ที่ ๘ พระเจ้าแสนเมืองมา จึงได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ไปประดิษฐานไว้ที่วัดลีเชียงพระ ตั้งแต่นั้นมาประชาชนจึงเรียกว่า วัดพระสิงห์ และมาถึงสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๓๐ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๘๓ ตั้งแต่นั้นมาจึงได้สร้อยนามว่า วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระราชประวัติพระเจ้าผายู เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าคำฟู กษัตริย์องค์ที่ ๔ ของราชวงศ์มังราย ได้ครองราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาใน พ.ศ.๑๘๘๘ เมื่อพระชนมายุได้ ๒๙ พรรษา ในยุคนี้เชียงใหม่กลับเป็นราชธานีของล้านนา อีกครั้งหนึ่ง เพราะสมัยพระเจ้าคำฟูนั้น โปรดไปประทับที่เชียงแสน (หลักฐานผมถือตาม หนังสือวัฒนธรรม พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และภูมิปัญญา จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหนังสือที่จัดทำขึ้นอย่างเป็นทางการทั้ง ๗๖ จังหวัด เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุ ๗๒ พรรษา เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๒ ซึ่งเดือนปี บางเรื่องจะแตกต่างกับหนังสือประวัติของวัดที่ผมเป็นผู้รวบรวมเอง และได้พิมพ์ถวายวัดไว้ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๖) ในการสถาปนาวัดพระสิงห์ระยะแรกนั้น พระเจ้าผายูโปรดให้ก่อสร้างปูชนียวัตถุคือ พระเจดีย์และพระพุทธรูปประจำซุ้มคูหา ๔ ทิศ เพื่อบรรจุพระอัฐิพระเจ้าคำฟู พระราชบิดา แต่เมื่อครูบาศรีวิชัยมาสร้างพระวิหารใหม่ (ตรงประตูเข้า) จึงรื้อออก และได้สร้างพระวิหารหลวง เมื่อสร้างพระอารามแล้ว พระเจ้าผายู อาราธนาพระมหาอภัยจุลเถระ จากวัดพระธาตุหริภุญไชย และพระสงฆ์อีก ๑๐ รูป มาจำพรรษาที่พระอารามนี้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การปฎิสังขรณ์ พระแก้วเมือง ได้บูรณะปฎิสังขรณ์ ในรัชกาลของพระองค์ (พ.ศ.๒๐๓๘-๒๐๖๘) และทรงสร้างกู่ลาย มาถึงรัชกาลพระเมกุฎิวิสุทธิวงศ์ (พ.ศ.๒๐๙๔-๒๑๐๑) เชียงใหม่ก็ตกเป็นเมืองขึ้นของพม่า พ่ายแพ้แก่ทัพของบุเรงนอง เมื่อปี พ.ศ.๒๑๐๑ และตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าอยู่จนถึง พ.ศ.๒๓๑๗ ช่วงนี้ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับวัดพระสิงห์ สันนิษฐานว่าอยู่ในสภาพวัดร้าง จนกลับมาบูรณะกันใหม่มีพระสงฆ์จำพรรษาในแผ่นดิน ของพระเจ้าบรมราชาธิบดี (พระเจ้ากาวิละ) ได้ทรงสร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ พระเจดีย์ติดกับพระอุโบสถ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ (พระธาตุประจำวันเกิด ของคนเกิดปีมะโรง) ในพระบรมธาตุเจดีย์
พ.ศ.๒๓๖๓ พระเจ้าช้างเผือกธรรมลังกา สร้างพระพุทธรูปประดิษฐานในพระวิหาร
พ.ศ. ๒๓๖๙ ทรงซ่อมสร้างพระวิหารลายคำ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปูชนียวัตถุและถาวรวัตถุ ที่สำคัญในวัดพระสิงค์วรมหาวิหาร มีดังนี้
พระสิงห์ หรือพระพุทธสิหิงค์ เป็นพระพุทธรูปหล่อหน้าตักกว้าง ๑ เมตร สกุลช่างแบบเชียงแสน ประดิษฐานอยู่ในพระวิหารลายคำ (ด้านซ้ายของพระอุโบสถ) ความเป็นมาปรากฎอยู่ในสิหิงคนิทาน ปัจจุบันในประเทศไทยมีพระพุทธสิหิงค์ ๓ องค์คือ
ที่หอพระพุทธสิหิงค์ นครศรีธรรมราช นักโบราณคดีกล่าวว่า ฝีมือสกุลช่างนคร ฯ
ที่พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ นักโบราณคดีกล่าวว่า สร้างในสมัยสุโขทัย ตามแบบศิลปะลังกา ประดิษฐานที่สุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กำแพงเพชร เชียงราย เชียงใหม่ กรุงศรีอยุธยา อีกครั้งในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อกรุงแตกทหารเชียงใหม่ ในกองทัพพม่าได้นำพระพุทธสิหิงค์กลับมาเชียงใหม่ และในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่พระราชวังบวรสถานมงคล
ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหารเชียงใหม่ นักโบราณคดีกล่าวว่า เป็นศิลปะสกุลเชียงแสน



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระวิหารลายคำ คือ พระวิหารที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา กว้าง ๘ เมตร ยาว ๓๐ เมตร มีช่อฟ้า ใบระกา หลังคามุงกระเบื้องดินเผา สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์มังราย มาเสร็จสมบูรณ์ในรัชสมัยพระเจ้าธรรมลังกา เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ ๒ และมีการวาดภาพจิตรกรรมลายคำ ภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องสังข์ทอง และสุวรรณหงส์ ซึ่งเขียนโดยช่างชื่อ เจ็กเส็ง และหนานโพธา ผู้เขียนภาพเรื่องสุวรรณหงส์ ค่อนข้างจะได้รับอิทธิพลจากภาคกลางมาก ส่วนภาพสังข์ทองเป็นช่างพื้นเมือง และสามารถสอดแทรกวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวเชียงใหม่ ในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี ภาพจิตรกรรมนี้งดงามอย่างยิ่ง ไหว้พระแล้วชมภาพให้นาน ๆ ด้วย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระอุโบสถ ปรากฎในจารึกว่าสร้างเสร็จสมบูรณ์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๕๕ กล่าวว่าดั้งเดิมที่เดียวเรียกว่า อุโบสถสองสงฆ์ คือ ทำสังฆกรรมร่วมกันระหว่างภิกษุสงฆ์ กับภิกษุณี ซึ่งยังถกเถียงกันว่าจริงหรือไม่ เพราะหลักฐานกล่าวว่า พระภิกษุณีนั้นมีแต่ในสมัยพระพุทธองค์เท่านั้น กลางพระอุโบสถมีมณฑปทรงปราสาทสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๓๖๑ ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปประธาน ผมมั่นใจว่าเดิมหันหน้ามาทางทิศเหนือของพระอุโบสถ และหน้ามณฑปมีโต๊ะหมู่บูชา ประตูพระอุโบสถเมื่อก่อนนี้มักจะปิดประจำ ใครมาวัดพระสิงห์คงได้แต่ไปกราบไหว้พระประธานในพระวิหารหลวงด้านหน้า และพระวิหารลายคำ ที่หน้าพระอุโบสถจะมีป้ายบอกว่าให้ถอดรองเท้า และ "ห้ามสตรีเข้าไปในพระอุโบสถ" แต่ปรากฎว่าผมไปคราวนี้ต้นปี ๒๕๔๙ นี้เอง ไม่ห้ามสตรีเข้าแล้ว แหม่มทั้งหลายเข้าไปชมกัน และพระประธานในมณฑป บอกว่าคือ พระเจ้าทองทิพย์ ซึ่งงดงาม หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้ ส่วนทางเหนือโต๊ะหมู่บูชาหายไป แท่นประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลองหายไป แต่สร้างแท่นที่งดงามมากต่อจากด้านหลังองค์พระประธาน สร้างสวยมากยื่นออกมาจากมณฑปแล้ว ประดิษฐานพระแก้วมรกตจำลองไว้



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 14:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นอกจากพระวิหารหลวง พระวิหารลายคำ พระอุโบสถ พระมหาธาตุเจดีย์ ยังมีอีกที่สำคัญคือ "หอไตร" เป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูน ชั้นบนเป็นอาคารไม้ สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๓๕๕ และมีประติมากรรมเทวดา และลวดลายปูนปั้น ในกรอบช่องกระจก อยู่หน้าวัดด้านทางขวา
นอกจากนี้ยังมี อาคารห้องสมุด วิหารพระเจ้าทันใจ วิหารพระนอน อาศรมเอกอัครมหาบูรพปรมาจารย์ชีวกโกมารภัจจ์ หอจงกรมครูบาศรีวิชัย รูปหล่อ ครูบาศรีวิชัย กุฎิไม้สักครูบาศรีวิชัย สมัยมาจำพรรษาที่วัดพระสิงห์ กู่ลายเป็นเจดีย์ทรงปราสาทมี ๕ ยอด และหอไตรที่งดงามแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมชม พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๙ ขอจบการพาไปวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สมัยก่อน ในวัดจะมีตลาด วัดพระสิงห์ จึงต้องการอนุรักษณ์ไว้ จึงได้ นำกาด มาไว้ในวัด กาด หมายถึงตลาด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*013



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 11 มี.ค. 10, 15:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

the end



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 12:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากไปเที่ยวที่อื่น นอกจากทะเลบ้างจัง :)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 28 ก.ค. 10, 10:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาธุ..... เราก็อยู่เชียงใหม่อ่ะ ยอมรับเลยอ่ะว่าเชียงใหม่เนี้ยวัดเยอะมากกกกกกก จริง ๆ แบบว่าติด ๆกันหรือไม่ก็ตรงข้ามถนนเลยประมาณนั้น อ่านป้ายให้ดี ๆนะ เดี๋ยวเข้าวัดผิดอ่ะ มาเที่ยวเชียงใหม่กันเยอะ ๆ นะคะ q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
มาลิกา
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 28 ก.ค. 10, 16:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากไปทำบุญที่วัดนั้นจังค่ะ q*006q*014q*021q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 28 ก.ค. 10, 22:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาธุ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 29 ก.ค. 10, 06:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวยมาก วัดทางภาคเหนืองดงามจริงๆ น่าำไปเที่ยว
คราวหน้าขอเป็นวัดภาคอื่นบ้างนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 3 ก.ย. 10, 09:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมชอบวัดเล็ก ๆ ที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก เช่นวัดเชียงมั่น น่ะครับ เข้าไปดูรีวิวและแบ่งปันกันได้ สถานที่ท่องเที่ยวไทย loveblueplanet ครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม