หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำนาข้าวอย่างไร... ให้ชาวนาไทยร่ำรวย?..ประเทศไทยร่ำรวย?  (อ่าน 1462 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ทำนาข้าวอย่างไร ให้ชาวนาไทย และประเทศไทยร่ำรวย ?

หลักคิดง่ายๆ..ต้องคิดก่อนว่า ที่ดินในประเทศไทย (ส่วนใหญ่)อุดมสมบูรณ์ไปด้วยน้ำ ทั่วทุกภาค ยกเว้นภาคอีสาน ในบางจังหวัด และที่สำคัญคือ พื้นดินทุกตารางวามีค่ายิงกว่าเพชรนิลจินดา ถ้าทำนา ทำการเกษตร ให้ถูกวิธี ตามหลักการพืชศาตร์แบบเทคโนโลยีสมัยใหม่... แต่ที่ผ่านมาประเทศไทยทำผิดหลักการฯมานาน หลังจากที่มีเทคโลยีสมัยเข้ามาในประเทศไทย.....บทความนี้บางส่วนย้ายมาจากกระทู้การเมือง...ซึ่งเป็นข้อคิดของผมเองทั้งหมด หรือจะนำของผู้ตอบกระทู้คนอื่นที่เข้ามาสนับสนุน มาเสนอด้วยครับ

ผมสรุปจากบทเขียนเกี่ยวกับการทำนาของชาวนาไว้ดังนี้ก่อนครับ ....เดี๋ยวจะทะยอยย้ายมาเรื่อยๆ..สรุปว่า

1. คนไทยทำนาแบบเก่าๆ ..ชาวนาจนแกรก อยู่อย่างนั้นตลอดปีตลอดชาติทั้งชาตินี้และชาติหน้า..เพราะต้นผลิตทุนสูง
2 แต่ถ้าชาวนาทำนาแบบสมัยใหม่ โดยใช้เครื่องบินหว่านข้าว(แบบต่างประเทศ)ชาวนาจะร่ำรวยอย่างแน่นอน เป็นการลดต้นทุนผลิต
3 ข้าว 1 เม็ดออกรวง นับได้ 190-230 เม็ด กำไรประมาณ 2 พัน% ขณะที่สินค้าอย่างอื่นกำไร 20-30%
4 เครื่องบินเล็กแบบตรวจการนั่ง 2 คน คนไทยจบป.4 ที่จ.ลพบุรี เป็นช่างซ่อมรถยนต์ สร้างได้ราคา ลำละ 3 หมื่นกว่าบาท ทดลองบินให้ สื่อสารมวลชนชม ลงข่าวกันเกรียวกราวเมื่อปี 2525 รัฐบาลทุกรัฐบาลไม่มีใครสนใจ น่าเสียดายจริงๆ นาน 28 ปีแล้ว
5 การทำนา ให้ได้กำไรต้องทำนาแบบนารวม แปลงเล็กแปลงน้อยรวมกัน แปลงใหญ่ 1 พันไร่ขึ้นไป

6 เรื่องปุ๋ย ใช้ป๋ยชีวะภาค หรือให้ไปขอจากจีน น่าจะให้ฟรีๆ เพราะเพื่อนคนไทยจีนคนหนึ่ง บอกว่ารัฐบาลจีนปลูกข้าวเลี้ยงประชากร ราว 1หมื่น 3 แสนล้านคน โดยไม่ต้องซื้อปุ๋ย เขา ใช้เครื่องบิน ติดเครื่องยิงรังสี ชนิดหนึ่ง( น่าจะเป็นความลับ) ยิงไปบนดินในท้องนา ไร่สวน ดินนั้นสมบูรณ์ยิ่งกว่าใช้ปุ๋ย จริงเท็จอย่างไร ไม่ยืนยัน เพื่อนคนนี้ชื่อ ธนัชฯ มีตึก 14 คูหา 5ชั้น ติดถนนวิภาวดีฯ และเป็นเจ้าของ ฟาร์มเลี้ยงเป็ด รู้จักกันเมื่อปี 2525 ผมอ้างชื่อเพราะว่าไม่ใช่พูดลอยๆ
7 รัฐบาลทำนาเองส่วนหนึ่ง เรียกว่า "กรมทำนาข้าว"แบบครบวงจร หรือให้ชาวนาทำนาเองส่วนหนึ่ง แต่ไม่มีสิทธิ์ขาย ต้องขายให้สหกรณ์ (แบบญี่ปุ่น) ส่วนหนึ่ง
8 รัฐบาลเป็นผู้ซื้อข้าวเองทั้งหมด การตั้งราคา ให้ชาวนาทุกคนทั่วประเทศ แจ้งต้นทุนในการทำนาว่า ใช้ต้นทุนเท่าไร โกหกไม่ได้เพราะมีหลายราย เช่นแปลงติดกัน ราคาแตกต่างกันมาก ก็หาข้อยุติ ราคาต้นทุนจริงได้ "ให้ชาวนาทั่วประเทศตั้งราคาข้าวได้เอง" รัฐบาลก็จะได้ราคาซื้อที่เป็นจริง
9. เมื่อปลูกข้าถูกวิธีสมัยใหม่ ตามหลักวิชาการ จะได้ผลิตผลข้าวเพิ่มมากมายมหาศาล ที่ดินทำนาในประเทศไทยมากมาย
10 รัฐบาล แบ่งข้าวออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่ง สำหรับประชาชนกินทั้งหมดทั่วประเทศเท่าไร ส่วนที่สองประกาศขายข้าวออกทั่วโลกโดยช่องทางสื่อสารต่าง ทีวี อินเตอร์เนต อาจใช้วิธีประมูล

11 นำเงินกำไรจากการขายข้าวทั้งหมด รวมค่าพรีเมี่ยม(ที่ว่านั่น)รวมเงินค่าลดสินค้าอุปกรณ์เกษตร 25-30%รัฐบาลได้เงินส่วนนี้ ไม่ต้องผ่านนายหน้า เรียกว่า ทำสัญญา G to G Perchase เงินจำนวนนี้ จ่ายค่าข้าวให้กับชาวนา ในราคา ต้นทุนและบวกกำไร ปกติ แล้วนำข้าวทั้งหมดเหล่านี้ ขายให้กับประชาชน ถังละ 29-30บาท( เฉพาะที่ใช้กินในครอบครัวเท่านั้น) รัฐบาลอาจจะมีเงินเหลือก้อนโต แต่ถ้าเงินส่วนนี้ไม่พอ ก็ ให้คนรวยซื้อข้าวราคาปกติไปก่อน จัดข้าวสารราคาถูกให้กับคนจนในราคาถูกที่ว่านั่น

นี่เป็นวิธีคิดของผม อยากเสนอรัฐบาลไปหลายรัฐบาลแล้ว..แต่เจอรัฐบาลขี้โม้ทั้งน้าน..ความคิดแนวนี้ เป็นแนวหาเสียงของพรรคการเมืองที่ผมร่วมกันก่อตั้งเมื่อ ปี 2525 แต่ประสบปัญหา ธนภัยซะก่อน......ขอยืนยันไม่ได้ลอกเลียนแบบใครทั้งนั้น คิดสร้างสรรค์ขึ้นมาเอง แต่ข้อมูลที่ว่า ข้าว 1 เม็ดออกรวงเป็น 190-230 เม็ดรู้ข้อมูลจากลุง ทำนา ที่สุพรรณบุรี คนนั้น

ถ้าตอนนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ไปดูกิจการทำนา ของลุงคนหนึ่ง เป็นคนสุพรรณบุรี ทำนาครบวงจร รวยเป็นเศรษฐี ส่งลูกเรียนจบปริญญาตรี โท ให้ลูกชายทำนา เพราะการทำนาไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อย แต่การทำนาเป็นอาชีพที่มีเกีตรติ์ ได้ผลตอบแทนสูง ถ้าทำนาเป็น..อย่างที่บอกนั่นแหละ ถ้าทำนาแบบเก่าๆ จนแกรกตลอดชาติ ชาตินี้และชาติหน้า

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)// coco

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 12:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การกระทำทุกอย่างอยู่ที่เจตนา ...เจตนาดี หรือเจตนาร้าย......

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า...การกระทำไดๆที่พึงกระทำได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ทุกคนกระทำได้....คุณมีเงินไม่ต้องมากแค่ ระดับพันล้านบาท คุณไปทำนา ที่ประเทศเสรี ที่ใหนก้ได้(เน้นว่าประเทศเสรี) คุณจะไปทำนาที่ อเมริกา ก็ไปทำได้ ที่แคนาดาประกาศโครมๆว่าใครมีเงินมากๆ ไปเลย เขาสนับสนุน ทำอะไรก็ได้
แต่ถ้า "ทำนาบนหลังคน" นั้นไม่ดีแน่.....

คุณรู้ยังว่า ราคาข้าวสาร ในประเทศไทย ราคาแพงพอๆกับ ข้าวสารที่ อเมริกา กิโลละ 30-50บาท ไข่ไก่ในเมืองไทย แพงกว่าที่อเมริกา ยกตัวอย่าง ราคาสินค้า ดัชนี ชี้ เศรษฐกิจ ในขณะที่ เงินเดือนแม่บ้านคนทำความสะอาดที่อเมริกา ยุโรป เดือนละ 4-5หมื่นบาทไทย ที่ประเทศไทย แม่บ้านก็ เดือนละ 4-5 พันบาท ต่างกันเหมือนฟ้ากับนรก ซื้อข้าวสารได้สักกี่กิโล ในความรู้สึกของคนฝรั่งว่า 50 บาทราคาถูกมากๆ แต่ความรู้สึกของคนไทยรู้สึกว่า แพงมากๆ เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา เงินไทย 33 บาทแลกได้ 1 บาทของเขา คือ 1 ยูเอสดลล่าร์

สาเหตุที่ข้าวสารที่อเมริการาคาถูก เพราะ ทำนาได้เองซื้อข้าวจากประเทศอื่น การที่อเมริกาซื้อข้าวไทย ทั้งที่แพงกว่า ก็อเมริกาช่วยไทยในทาง อ้อม ปกติก็มีเงินช่วยไทยหลายๆอย่างอยู่แล้ว ต้นทุนในการทำนาในประเทศไทยราคาสูง เลยต้องตั้งราคาขายสูงขึ้นสวรรค์ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมไปกินข้าวในแถบเอเชียหลายประเทศ ที่สิงคโปร์ ข้าวเปล่าจานละ 30 เซ็น จานละ 1.50 บาทขณะที่ประเทศไทย จานละ 2 บาท ตอนนั้นอัตราแลกเปลี่ยน เงินไทย 5.50 บาทเท่ากับ 1 บาทของเขาคือ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ เดี๋ยวนี้ต้องใช้เงินไทยถึง 27 บาท แลกเงินเขาได้ 1 ดอลล่าร์สิงคโปร์ ขนาดเขาไม่ได้ทำนา แต่ราคาข้าวกินถูกกว่า.....แปลกไหม?เพราะผู้นำประเทสเขาฉลาดไง.....คิดง่ายๆ

สาเหตุที่ข้าวสารไทยแพง เพราะการบริหารประเทศผิดพลาดของ ทุกรัฐบาล ที่ผ่านมา รัฐบาลปัจจุบัน โดยคุณอภิสิทธิ์เป็นนายก ก็เหมือนกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมา คือเป็นนักการเมืองกลุ่มคนหัวเก่า เต่าล้านปี ไม่ทันสมัย ไม่ทันโลก ไม่ทันเหตการณ์ ...ส่วนสำคัญที่เป็นอย่างนี้ คนไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง... คือเสียงข้างน้อยที่เรียกว่าฝ่ายค้าน พยายามที่ล้มรัฐบาล เพื่อตัวเองจะได้เป็นรัฐบาลอยู่นั่น มัวแต่จะตัดขาเก้าอี้ทุกวิถีทาง รัฐบาลก็คอยแต่จะกอดเก้าอี้ เดี๋ยวฝ่ายค้านแย่งเอาไปซะ...ในที่สุดก็ทะเลาะเบาะแว้ง ยิงกัน ฆ่ากันตาย...

จะพูดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ ในประเทศ มันเริ่มจากโครงสร้างของประเทศ ที่วางไว้ผิดพลาด หรือแผนการณ์ (Planning)หรือ Project ที่ผิดพลาด และมีฝ่ายค้านคอยที่จะทำลาย แปลนนิ่ง โปรเจ็ค เหล่านั้น ซึ่งแตกต่างกับประเทศศิวิไลซ์ ฝ่ายแพ้ก็ไปตรวจสอบ การทำงานของรัฐบาลเป็นหลัก ที่สำคัญ บางรัฐบาล เช่นรัฐบาลสมัยคุณทักษิณฯ เป็นนายก รัฐบาล สมัครฯ สมชาย เป็นนายก พูดแบบ"ฟันธง"ว่าได้มาด้วยการซื้อ สส.เข้าพรรค แจกเงินซื้อเสียงจากประชาชน...มันจึงวุ่นวายกันทั่วประเทศ คนบางกลุ่มก็ยังศรัทธาอยู่ คิดว่าการกระทำแบบนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าผมเป็นนักการเมือง อีกฝ่ายมาเล่นสกปรก ขี้โกง ผมก็ไม่ยอม...ก็เช่นเดียวกัน ทักษิณฯจึงต้องเผ่นไปอยู่ต่างประเทศ สมุนติดคุกระนาว ชาวเนตบางคนนั่งน้ำต่นองหน้า(เปล่าขอโทษแซวเล่น)

เรื่องข้าว..เป็นเรื่องปากท้องของประชาชน เป็นเรื่องสำคัญ และทุกรัฐบาลต้องให้ความสำคัญ....ผมมีวิธีทำให้คนไทย ปีหน้า..คนไทยทั่วประเทศซื้อข้าว ถังละ 29 บาท เหมือนเมื่อ 45 ปีก่อน ผมเข้ามาอยู่ในกทม. ปี 2506 ข้าวสารถังละ 29 บาท ข้าวหอมมะลิ ถังละ 35 บาท ไข่ไก่ 5 ฟอง 1 บาท ปลาทูเข่งละ 4 ตัว 1 บาท กาแฟร้อนถ้วยละ 1 บาท กล้วยหวีละบาท....แพงขึ้นมาได้อย่างไร วิชา ตรรกะวิทยา ขึ้นได้ มันก็ลงได้ แข็งได้ มันก็ อ่อนได้...แฮ่ะๆๆๆๆๆๆอย่าคิดลึก(ขอดื่มน้ำส้มสักแก้วก่อนเดี๋ยวมีต่อ)

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)// coco

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 12:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถามว่า ชาวต่างประเทศ มีสิทธิ์มาทำนา ในประเทศไทยไหม? ตอบว่าเขามีสิทธิ์ ถามว่า คนไทยมีเงินมากมาย ไปขุดเจาะน้ำมันที่ ประเทศซาอุดีอารเบีย ที่คูเวตได้ไหม? ตอบว่า กระทำได้ มีสิทธิ์ เพราะแต่ละประเทศก็มีสนธิสัญญาต่อกัน ถ้าดูให้ง่ายขึ้น ประเทศใด ที่มีเอกอัคราชทูตไทยประจำอยู่ประเทศใหน ประเทศนั้นๆ มักจะมีสัญญาต่อกันหลายเรื่อง ทั้งการเมืองเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา สิ่งแวดล้อม การค้า ผู้ก่อการร้าย

ในประเทศไทยสมัย ทักษิณฯ ได้แก้กฎหมาย แปรสัญญา ต่างๆมากมาย ถ้าจำไม่ผิด อนุญาตให้ต่างชาติสามารถ ครองกรรมสิทธิ์ไท่ดินได้ 99 ปี รู้สึกว่ากฎหมายฉบับนั้นผ่านทั้ง สองสภาฯ และกาศใน"กิจจานุเบกษา"แล้ว คือสมบูรณ์(อันนี้ยังไม่แน่ใจ 100%นะครับ) เมื่อชาวต่างชาติมาลงทุนโดยไม่ผิดกฎหมาย พวกเขาก็ ทำได้ ทำนา ทำสวน สร้างรถยนต์ ผลิตอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอื่นๆ

ดังนั้น เราจะเอาความรู้สึกของเราว่า คุณทักษิณฯพานายทุนมาทำนาแล้วผิด..ไม่ใช่ ( ผมเคยบอกว่าผมเกลียดทักษิณฯเข้ากระดูกดำ)แต่ถ้าเขาทำถูกต้องตามกฎหมาย เขาทำได้ครับ เพราะกฎหมายออกมาจากสภาฯ ซึ่งมีผู้แทนของเรา ทำหน้าที่อยู่ในนั้น เราได้ "มอบฉันทานุมัติ" ให้พวกเขาไปทำหน้าที่แทนเรา เราก็ต้องยอมรับ....แต่ถ้าผู้มาลงทุนทำผิดกฎหมาย หรือ ฝ่ายบริหาร ทำผิดกฎหมาย ฝ่ายตุลาการก็ดำเนินการฟ้องร้อง ทั้งฝ่ายนายทุน ร่วมมือกับรัฐบาล ทำผิดกฎหมาย ฝ่ายค้านก็บื้อซึมกะทือ ฝ่ายตำรวจก็ถูกซื้อ ฝ่ายตุลาการก้อืดอาดยืดยาด ถูกนายทุน ฝ่ายรัฐบาลซื้อศาลได้ ประเทศก็ฉิบหาย...

ประชาชนก็ลุกขึ้นมาชุมนุม ต่อต้านรัฐบาลได้ เช่นกลุ่มพันธมิตรฯ อ้าวทำท่าจะก้าวล้ำไปถึง สถาบันสูงสุด ก็เกิดเป็น พวกเสื้อเหลือง อ้าว..รัฐบาลเส็งเคร็ง ไม่ยอมรับผิด ก้จ้าง นปช เสื้อแดงออกมาชุมนุม ต่อต้านผู้ชุมอีกทอดหนึ่ง เสื้อแดงผิด ยังไปทำร้ายพันธมิตรฯอีก ยิ่งผิดซ้ำซาก..ผมเคยทายตั้งแต่เกือบ 4 ปี ที่ผ่านมา ในเนตนี้ว่า ทักษิณฯต้องติดคุก สมุนทั้งหลายต้องติดคุก กันระนาว...ไม่ใช่หมอดู แต่ทางเดินของคนชั่ว ทางเดินของคนดี ผมจับทางได้หมด รู้อนาคต เพราะ นิสัยการการชุมนุมเรียกร้องใดๆที่ผ่านมาทุกครั้ง ต้องมีเจ็บ ตาย เผา จึงจะยุติ ไม่ใช่ยุติธรรม แต่ยุติความชั่ว..

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)// coco


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 13:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เรื่องชาวนา เรื่องผลิตผลข้าว เป็นปัญหากับทุกรัฐบาลตลอดมา ที่สำคัญสิ่งใดที่มีผลประโยชน์มาก..มักจะเกี่ยวโยงกับนักการเมือง และเป็นนายทุนที่อุ้มชูนักการเมือง เป็นฐานคะแนนเสียงหลัก เพราะมีอิทธิพลทางการเงิน....แก้ตรงนี้ ไปติดตรงนั้น แก้ตรงนั้น ไปติดตรงโน้น แก้ตรงโน้น ไปติดตรงปู้นนนนนนน

ประเทสอื่นเขาแก้ได้..นานประมาณ 30 ปีแล้ว..คนไทยยัง งมโข่งอยู่นี่แหละ...เช่นที่ญี่ปุ่น ชาวนามีหน้าที่ผลิต แต่ไม่มีหน้าที่ขาย ผู้ขายคือ สหกรณ์ชาวนา สหกรณชาวสวน เป็นกลุ่มชาวนาประจำจังหวัด ประจำอำเภอ เป็นผู้จัดจำหน่าย ชาวนาทำนาเสร็จมาเที่ยวเมืองนอนที่ โรงแรม โรสกาเด้น บางกะปิ เต็มไปหมด ลูกศิษคนหนึ่งที่เป็น ฟร้อนท์ ที่นั่นบอกว่า บ้านนอกคอกนาจริงๆ ใช้ห้องน้ำชักโครกยังไม่เป็น...ก็มี

ผมเขียนในหนังสือ "ปฏิวัติครั้งใหญ่ ประเทศไทยยุคใหม่ ในความคิดของผม" ได้เขียน วิธีการทำนาแบบสมัยใหม่ ใช้เครื่องบินหว่าน แบบต่างประเทศ พูดให้ใครฟัง หาว่า ผมเพี้ยน บางคนหาว่า อาจารย์สติเฟื่อง.....เพราะพวกเขาไม่ได้ศึกษา ไม่เคยไปต่างประเทศ ในสมองมีแต่ความเก่าๆ ...สิ่งที่ผมพูดผมเขียน ประเทศอื่นเมืองอื่นเขาทำมา 40 50 ปีแล้ว แต่ พวกเรายังไถนากับควาย สมัยนั้น พอนำรถไถมา ไม่กล้าจ้างไถ บอกว่าน้ำมันไหลลงพื้นปลุกเข้า ไม่ขึ้น ที่ซ้ำร้ายหาว่า พระแม่โพสพ พิโรธ โกรธเคือง ทำให้ครอบครับเจ็บป่วย กว่าจะเอาเครื่องยนต์ไถนา ลงนาได้ทั้งใช้เวลาถึง 30 ปี ในปัจจุบันก็ยังมีชาวนาหลายคนเชื่อแบบเก่า อยู่

สรุปตรงนี้ว่า การทำรายย่อยๆ ทำให้ต้นทุนสูง ต้องทำนาแบบแปลงรวม คือหลายเจ้ามารวมกัน โดยการปักหมุดเขตของตน ใช้พื้นที่หารจำนวนยอดข้าวทั้งหมด ว่าใครได้เท่าไหร่...ทำนาแปลงหนึ่งต้อง 1 พันไร่เป็นอย่างน้อย ..ราคาต้นทุนจะลดลงมากมาย.....เรื่องข้าว ถ้าพูดกันให้จบ อย่างน้อย 8 หน้ากระดาษ เอ 4
ทั้งการผลิต การขาย กำไร ครบเครื่อง

รัฐบาลต้องมีกรมการทำนา ทำนาเอง คนที่ทำนาแบบใหม่ รวยทุกคน...มีลุงคนหนึ่งชื่ออะไรละ ที่สุพรรณบุรี ทำนาจนรวย ลูกชายจบปริญญาตรี โท ให้ลูกทำนา ออกรายการทีวีบ่อยๆ รวย..แต่ถ้าทำนาแบเก่าๆ คนไทย จนทุกคน...(ยังมีต่อ ถ้ามีอารมณ์จะเล่าให้ฟังว่าทำให้ ราคาข้าว คนไทยซื้อข้าวสารถังละ 29-30 บาท เหมื่อน 46 ปีที่ผ่านมาได้อย่างไร?)

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้) coco


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 13:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อันนี้เป็นข้อคิดเห็นของคุณ กมลเกียรติ์ .....ครับ

ขอแจมครับ......................อ้างอิงจากความเห็นที่เคยลงของ....

สวัสดีครับ พี่น้องร่วมโลก ทุกท่านครับ

ผมยืนยันครับว่าทักษิณกล่าวใว้จริง เอกสารอยากเอาลงแต่ เคยลองครับ ลงภาพไม่เป็นครับ (ไม่ต้องสอนครับเดี่ยววันหน้ารอถามเพื่อนที่ทำงานอีกที เพราะเกรงว่าอธิบายแล้ว จะทำไม่ใด้อายท่านๆครับ จารย์เจ๊ ต้องลงกระทู้นั่นแน่ๆๆที่สอนให้ทำ อ่านแล้วครับ แต่ทำไม่ใด้ครับ )


แนวความคิดที่ทักษิณ มองใว้แบบนี้ครับ อ่านแล้วพิมพ์ให้อ่านละกันครับ

1.ประชาชนคนไทยปลูก+ผลิตข้าวใด้จำนวนน้อย/ปี จึงหันมาปลูกข้าวนาปรังซึ่งให้ผลผลิตใด้ถึง3ครั้ง/ปีแต่ราคาตกต่ำเพราะเป็นข้าวที่คุณภาพไม่สูงเท่า หอมมะลิ แม้จะทำมากผลผลิตมากแต่ค่าใช้จ่าย(ปุ๋ย+พันธ์ข้าวปลูก+ยาฆ่าแมลง)ต้นทุนสูง จึงมีความต้องการดึงเทคโนโลยีในการทำเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขึ้นมาแทนที่โดยการ ดึงนักลงทุนต่างชาติ ลงทุนด้าน โนว์ฮาว โดยใช้หลักการเดียวกันกับ การสร้างนิคมอุตสาหกรรมคือ มีพื้นที่ให้เช่าและทำการสอนเทคโนโลยี ให้คนในพื้นที่บวกกับมีการว่าจ้างแรงงานซึ่งจะเป็นเช่นรูปแบบของบริษัทการจัดการ โดยมีฝ่ายบริหารเป็นผู้ถ่ายทอดเทคโนโลยีแล้วฝ่ายปฏิบัติยังคงป็นชาวนาเช่นเดิม แต่ผลผลิตที่ใด้มาชาวนาจะใด้รับเป็นค่าจ้างในการปฏิบัติ นี่คือคร่าวๆครับ

ขอยกตัวอย่างสิ่งที่กระทู้ตั้งใว้ให้ท่านๆทราบนิดนึงครับ ว่ามิใช่แนวความคิดทักษิณ ในการทำเป็นคนแรก ทั้งนี้ลักษณะดังกล่าวใด้เกิดขึ้นในประเทศไทยมานานแล้วครับ

1.บ.อายิโนะโมะโต๊ะ ชื่อเสียงโด่งดังมานาน บ.นี้ใช้การซื้อพื้นที่มิใด้เช่าแต่เป็นการซื้อโดยบริษัทืที่มีการถือหุ้น โดยคนไทย51ต่างชาติ49 แต่ความเป็นจริงคอในส่วนคนไทย51แบ่งออกเป็นหลายฝ่ายส่วนต่างชาติ49นั้นถือโดยญี่ปุ่นทั้งหมด ทั้งนี้อำนาจสิทธ์ขาด เป็นของต่างชาติ ทั้งสิ้น ทั้งพื้นที่โรงงาน +ที่ทำกิน(ปลูกอ้อย +มันสำปะหลัง+กล้วย)ทั้งหลายเหล่านี้เป้นสิทธ์ต่างชาติโดยบริบรูณ์

2.บ.ไทยเบฟเวอเรจ ชื่อนี้อาจไม่คุ้นเท่า เบียร์ช้าง ซื้อพื้นที่มากมายก่ายกองและนำเข้าตลาดหลักทรัพย์แบ่งจัดสรรหุ้นการถือครองหลายฝ่ายแต่ส่วนใหญ่ยังเป้นของ เจริญ สิริวัฒณภักดี และครอบครัวอยู่วิธีการก็ไม่ต่างไปจากที่ข้องที่1กระทำ ทั้งนี้ ยังมีบ.ทีซีซี ที่ถือครองที่ดินในประเทศไทยมากที่สุดในประเทศด้วยท้งโรงแรม อาคาร ที่ดินเปล่า เพื่อรอการจัดสรร แต่เจ้าของมิใด้เป็นของไทยฝ่ายเดียว นี่คือการซื้อขาดมิใด้เช่า

3.บ.อมตะกรุ๊ป ของคุณ วิกรม กรมดิษฐ์ นี่ก็เป็นแลนด์ลอร์ด ปล่อยเช่าซื้อพื้นที่ ในนิคมกับต่างชาติ+คนไทย



ประเด็นทั้งหมดนี้ยังมีการแอบแฝงการถือครองที่ดินในรูปแบบแอบแฝงมากมายของต่างชาติ หากสืบค้นดู ประเด็นน่าสนใจที่ว่ามีการขยายความว่า การเช่าที่ในประเทศไทยให้ต่างชาติทำนา+การเกษตร จะเหมือนการเช่า เกาะ ฮ่องกงของอังกษ100ปีจากจีนซึ่งจีน ช้ำชอกใจในดินแดนตนเองแต่ต้องจำยอมตามสนธิสัญญา ในยุคล่าอาณานิคม

การทำอย่างที่ทักษิณ ถือเป็น2แง่ 2ง่าม หากมองว่าเป้นการสอนชาวนาให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่มากขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้ เคมี คือสิ่งที่จะติดตัวและรายรับก็จะเป็นลักษณะ มนุษย์เงินเดือนการเหลือ่มล้ำอาจจะ อาจะนะครับเบาบางลง แต่ทางกลับกันหากจัดการไม่ดีการเสียเปรียบก้จะโดนอย่างรุนแรง ทั้งนี้ต้องทำการศึกษาอีกนานครับ แต่ทักษิณ คิดเร็วทำเร็วครับ เลยผลอออกมาแบบนี้

ชนชาติตะวันออกกลาง เป้นชนชาติที่ใด้รับโอกาสทางพลังงานสูงจึงเป้นอะไรที่ ร่ำรวยพร้อมต่อการลงทุนหากเห้นโอกาส แต่ชนชาตินี้มักจะจ้างประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยุโรปและอเมริกาในการใส่ โนว์ฮาว ลงไป และคอยเก็บเกี่ยวประโยชน์อีกที

ส่วนเรื่องเช่าที่ดินในต่างชาติรอบบ้านเรามีมากมายครับทั้ง พม่า+ลาว+กัมพูชา มีนักลงทุนทั้ง สิงคโปร์+มาเลเซีย+ญี่ปุ่น+จีน+เกาหลีใต้+พี่ไทยเราเอง ก็ลงไปเช่าที่+ซื้อที่โดยการใช้รูปแบบ บริษัท จัดการ มานานแล้วเช่นกัน

หากสังเกตุ เกษตรกรบ้านเรา มีที่โดยส่วนมากแปลงนึงไม่เกิน30-100 ไร่/เจ้าของ แต่ลักษณะแปลง จะกระจายไปหลายๆที่ซึ่งยากต่อการจัดการ ในทางกลับกัน หากสามารถจัดการแปลงที่ดิน เป็นแปลงใหญ่ประมาณ200-500/แปลง ต้นทุนที่จะใช้จะลดลงและการให้ความรู้ทางเกษตรอำเภอ+จังหวัดก็ไม่เป็นที่น่าพอใจ เพราะทำงานตามนโยบายรัฐที่ไม่ใด้ใส่ใจในต้นเหตุมากนักแต่มักแก้ไขโดยการประกันราคาเท่านั้น แก้ให้ตายก็ไม่จบครับเรื่องแบบนี้

สิ่งนึงที่น่าดีใจในสมัยทักษิณ คือการรวมประเทศผู้ผลิตการเกษตร เช่น ข้าว ประกอบด้วย ไทย+เวียดนาม+อินเดีย เป็นผู้ตั้งราคาขายซึ่งถือว่าช่วงนั้นเป็นโอกาสทองที่ไทยเป้นผู้นำในการตั้งราคา เช่นเดียวกับโอเปคที่ตั้งราคานำมันดิบของโลก

ยางพารา ก็ประกอบด้วย ไทย+มาเลเซีย+อินโดนีเซีย ก็กำหนดราคา ในช่วงนั้นจน เกษตรทั้ง3ชาติ ช่วงนั้นลืมตาอ้าปากจากราคากิโลกรัมละไม่กี่บาทจนทะยานไปสู่หลัก100/กิโลกรัม

ก็เป็นเพียงความเห้นที่แสดงให้เห้นว่ามีความต่างด้านมุมมองและผลที่จะเกิด ในการทำด้านการดึงต่างชาติมาลงทุน แน่นอนคนไทยส่วนใหญ่ย่อมไม่ยอมรับในหลักการนี้ แต่ สิ่งที่ทักษิณ จะกระทำ มันเกิดขึ้นมานานเพียงแต่เปลี่ยนจาก บริษัท ไปตัวกลาง ส่งไปยัง ประชาชนที่ถือครอง เปลี่ยนไปเป็น นายทุนสู่เจ้าของที่โดยตรง ซึ่งก็เหมือนการตัวพ่อค้าคนกลางออกไป

ทั้งนี้ทั้งนั้น.....หากเกษตรอำเภอ+จังหวัด+กระทรวงที่เกี่ยวข้อง สามารถจัดการปฏิรูป ที่ดินและจัดสรรแปลงเกษตรให้กว้างใหญ่และพัฒนาเทคโนโลยีลงสู่ชาวบ้านและใช้ เกษตรอินทรีย์แทนเคมี ส่งเสริมความรู้มีการอบรมเช่นเดียวกับ ข้าราชการอย่างเข้มแข็ง การให้ต่างชาติเช่าก็ไม่จำเป็น แต่เป็นรัฐต่างหากที่ เป็นโต้โผใหญ่จะเหมาะสมที่สุด

เห็นชอบประการใด โปรดชี้แนะครับ

นายกมลเกียรติ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 13:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เป็นข้อคิดเห็นของคุณ กมลเกียรติ์...ต่อ นะครับ .......

หากรัฐบาล(ไม่เจาะจงใคร) สามารถจัดการที่ทำกิน และให้ความรู้มากกว่าที่จะกระทำแบบเดิมๆ ข้าวไทยไม่ตกต่ำหรอกครับ แถมการผลิตจะเพิ่มพูนเป้นทวีคูณ

ส่วนกระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องทำงานอย่างแข้งขัน และเอาจริงเอาจังเพื่อประเทศ อย่างไรเสียเสียงต่อต้านจากเจ้าของที่ดินเดิม ต้องไม่ยอมแน่ๆแต่การเสียสละเพื่อส่วนรวมและผลประโยชน์ที่รัฐต้องตอบแทนให้กับประชาชนควรคุ้มค่าแม้จะขาดทุนในช่วงแรกก็ตามแต่เป้นผลดีต่อชาติระยะยาว

ด้านคุณ ปากเสีย ขอส่งเป้นแรงใจแทนแรงเงิน ครับ q*02016ไร่ ถูกสุดก็30000/ไร่ ไม่มีปัญญาครับ ขอให้กบข.จัดการให้เรียบร้อยครับ อย่าว่าตแต่งชาติ เลยครับ แค่นายทุน ทุกวันนี้ พี่น้องชาวไทย ก็เจ็บกระอักตายแล้วครับ แค่ ซีพีเจ้าเดียวเป้นผู้รับซื้อข้าวเปลือกและสี เป็นข้าวสาร ก็กดขี่ชาวนาจนจะตายห่า แล้วครับ


ข้าราชการครับบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ!!!!!!!! ทำงานเพื่อชาติด้านการปฏิรูปที่ดินให้ดีดีสิครับ การทำทางน้ำรอบอีสานก็ดีนะต่ปลายเหตุ ต้นเหตุถ้า จัดแปลงที่ดิน แปลงละ200-500ไร่ ชาวบ้านแบ่งผลประโยชน์ลงตัว ราคาดีดีแน่นอน กระทรวงเกษตร อย่างเงียบเป้นเป่าสากครับ วันๆทำไรบ้างครับ (พูดแล้วของขึ้น!!!!! )

ปล.เอามาลงตรงจังหวะจริงๆๆ

นายกมลเกียรติ


หากผู้มีอำนาจไม่ตกเป็นเคร่งอมือกับนายทุน เกินไป ไหนๆก็เล่าแล้ว ขอเล่นที่ที่ใด้ยิน มาต่อ อีกครั้งครับ

ครั้งหนึ่ง มี เจ้าของธนาคารใหญ่ๆ3แห่งนั่งกินข้าวเพื่อปรึกษาธุรกิจกันเรื่องราคาพืชผลการเกษตร(เหตุการณ์นี้ เกิดสมัย เจ้าสัว ชิน โสภณพานิช
บทความย่อๆๆครับคือ ปีนี้เราจะตั้งราคาใว้ที่เท่าไหร่ดี เราจะให้รัฐประกาศราคาข้าวเปลือกใว้ที่เท่าไหร่ และเราจะกำหนดราคาปุ๋ย ยา +พันธ์ ข้าวปลูก เท่าไหร่?
แล้วเราจะเอาข้าวเปลือกที่มีอยู่ออกมาในระบบเท่าไหร่ เพื่อ จะสามารถกำหนดขอบเขตของราคาในประเทศ และ เราจะต้องเสียใต้โต๊ะ ให้กับพรรค(****)เท่าไหร่? แล้วเรา(แบงค์) จะทำอย่างไรให้ระบบสหกรณ์ ที่มีอยู๋มันลดอำนาจต่อรอง โดยให้ระบบ ธนาคารเข้ามาจัดการ เพราะความอันตรายของระบบสหกรณ์ที่มีต่อ ระบบธนาคาร มันช่างรุนแรงและทำให้ธนาคารไม่สามารถกำหนดขอบเขต มากกว่าที่เป็นอยู่จนครั้งนึง ผู้นำรัฐสมัยนั้น เดินรอยตามจนระบบสหกรณ์ ที่เคยเข้มแข็ง ต้องถูกทำหมัน หยุดการเติบโตแล้วระบบธนาคารมาแทนที่ ทั้งการปล่อยกู้ การฝาก เงินที่ใด้รับดอกเบี้ย ต่ำกว่าความเป็นจริง และหมุดสุดท้ายที่นำมาใช้ในการทำลายระบบ สหกรณ์ คือการอ้างอิงเป็นสายทางแห่งระบบ คอมมิวนิสต์ ซึ่งสหกรณ์ ถูกทำลายลงอย่างฉับพลันด้วยความโง่เง่าของ นายพล.ท่านนึงซึ่งปัจจุบัน เป็นผู้อิงอำนาจแห่งธนาคารกรุงเทพฯ และยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา มาจนยุคลูกหลาเจ้าสัว

พํฒนา ระบบสหกรณ์ให้เข็มแข็ง และพัฒนาระบบข้าราชการให้ทุ่มเทกับสายงาน หน้าที่ใครก็ควรจะรับผิดชอบให้สมกับตำแหน่งการงาน แล้ว ปัญหาน่าจะดีขึ้นครับ

ด้วยรักและเคารพ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 13:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุยกับ อาจารย์ นัทจ๋า 25/มิย./53
หนูนัท..

เรื่องข้าว ในกระทู้ของ คุณปานเรขา..แสดงความคิดเห็นให้แล้ว แต่เรื่องข้าวเป็นเรื่องใหญ่ บวกกับ ตัวบทกฎหมาย ในการเปิดโอกาศให้คนต่างชาติมาลงทุน...เป็นเรื่องที่ต้อง อธิบายยาวมาก ..ก็มีความพยายามได้เท่านั้น ความจริง ยาวหลายหน้า....ก็พักไว้ก่อน จะรอดูว่ามีคนเข้าไปอ่านสักเท่าไร พิมพ์มากไปก็ไร้ประโยชน์ ไว้ให้ไปอ่านในหนังสือที่ผมเขียนดีกว่า รับรองแนวคิดไม่เหมือนใครในประเทศนี้...แต่ประเทศอื่นเขาทำกันมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลานแล้ว...พวกเรายังงมโข่งอยู่.....

ให้คนอื่นคิดให้ตายก็นึกไม่ออกว่า คนไทยซื้อข้าว ถังละ 29 -30 บาท แต่ ชาวนาทำนาได้กำไร" 3 ปีรวยเลย" ทำนาเสร็จเที่ยวต่างประเทสยังได้....มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้

ถ้าจะเกริ่นให้เห็นภาพ .สมัยก่อนพ่อผมมีโรงสี ขนาดกลาง มีฟาร์มหมูไม่มาก 70-80 ตัว....เมื่อเขียงหมูสั่งซื้อหมู 2ตัว เขียงหมูมารับหมู พ่อออกไปส่งที่ตลาด ขายหมูได้เต็มราคา...แต่เวลาพ่อกลับมา เขียงหมูเขาให้เนื้อหมู และกระดูกซี่โครงหมู มา 2 กิโลฟรีๆ.........ยกตัวอย่างแค่นี้ หนูนัทจ๋าคงเข้าใจ คนมีปัญญาอย่างหนู นัทจ๋า พูดแค่นี้ ก็รู้ทะลุปรุโปร่ง..คนบางคนอาจจะยังคิดว่า อาจารย์เพี้ยน....

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้) // coco


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 13:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุยกับ อาจารย์นัทจ๋า 25/มิย./53

ถ้าจะเกริ่นให้เห็นภาพ .สมัยก่อนพ่อผมมีโรงสี ขนาดกลาง มีฟาร์มหมูไม่มาก 70-80 ตัว....เมื่อเขียงหมูสั่งซื้อหมู 2ตัว เขียงหมูมารับหมู พ่อออกไปส่งที่ตลาด ขายหมูได้เต็มราคา...แต่เวลาพ่อกลับมา เขียงหมูเขาให้เนื้อหมู และกระดูกซี่โครงหมู มา 2 กิโลฟรีๆ

คุณลุง นัทจ๋าเคยทำคดีอยู่คดีหนึ่ง เราเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นจำเลยอ่ะค่ะ แพ้คดี ศาลสั่งให้เราชำระหนี้ นัทจ๋าจำตัวเลขไม่ได้ มันเรื่องเกือบสิบปีมาแล้ว สมมุตินะคะ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ในข้อหา ผิดสัญญาเช่า คือเราไปเช่าสถานที่ห้างเขาทำร้านอาหารจีน แต่ไปได้รอด เราจึงปิดร้านไม่ได้จ่ายค่าเช่า เขาปิดร้านเราเข้าไปเอาของไม่ได้ เขาฟ้องเรียกค่าเช่าเรา เมื่อแพ้คดีแล้ว นัทไปคุยกับเขา บอกเขาว่า อันที่จริงจำเลยมีเจ้าหนี้อื่นฟ้องอยู่หลายราย และกำลังจะชนะคดี เมื่อชนะคดีเขามาบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของจำเลยซึ่งอยู่ในห้องนี่แน่ ขอให้เขาซื้อทรัพย์ในห้องไปเลย โดยตีราคากัน ๒๗๐,๐๐๐ บาท แล้วให้เขาแทงบัญชีหนี้ในคดีเป็นหนี้สูญ แล้วทำบัญชีซื้อทรัพย์สินในห้องพิพาทแทน เมื่อหักกลบลบหนี้กันแล้ว นัทจ๋ายังได้เงินกลับมาอีก ๗๐,๐๐๐ บาท แบบเดียวกันหรือเปล่าคะคุณลุง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 13:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุยกับ อจ.นัทจ๋า 25/มิย.53

หนูนัทจ๋า..

คนละแบบกันจ้า.....ในกรณีของหนูนัทจ๋านั้น ราคาอุปกรณ์ร้านอาหารนั้น ตีราคาแค่ 270,000 แต่จริงๆแน่นอนต้องซื้อมาราคาที่แพงกว่าที่ขาย อาจจะซื้อมาจริงตีซะ 400,000 ของใช้แล้วก็เหลือตามรนาคาที่ตกลง นั่นแสดงว่า ทางลูกความหนูนัทจ๋ายังขาดทุนอยู 130,000 เป็นหนี้เขา 200,000 ได้เงินกลับมา 70,000 นั่นเป็นเงินของเราเอง โอเคกลับกัน เราซื้อมาเพียง 200,000 เราขายเกินราคา นั่นเป็นกำไร

แต่การเปรียบการขายหมู กับ การขายข้าวให้ต่างประเทศ แล้ว คนไทยซื้อข้าว ถังละ 29-30 บาทที่ว่านั่น ในความเป็นจริงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้นทุน ข้าวสารถังนึง 15 โลตีซะ ถังละ 550 บาท ร้านค้าขายถังละ 600 บาท การที่จะให้ประชาชนคนไทยซื้อ ถังละ 29-30 จึงเป็นไปไม่ได้ไง ในวิชาเศรษฐศาตร์ขั้นพื้นฐาน แต่มันเป็นไปได้ ในหลัก เศรษฐศาสตร์ ในเชิงซ้อน หรือสลับซับซ้อน เลยยกตัวอย่างพ่อของผมขายหมูไป 2 ตัว ได้เต็มราคาตามตาชั่ง แต่ได้เนื้อหมูกับกระดูหมู 2 กิโลฟรี

แต่หมู่ที่พ่อไปส่งนั่น วันนั้นยังไม่ได้เชือด เขาจะเชือดขายพรุ่งนี้เช้า...โดยตัดเนื้อหมูตัวอื่น และซี่ครอง ให้พ่อฟรีๆ อย่างละกิโล รวมเป็น 2 กิโล ในทางธุรกิจไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรดี คืนกำไรก็ไม่ใช่ ส่วนลดก็กำๆกึ่งๆ เลยมีชื่อเรียกทางEconomic Systemว่า ว่าค่า พรีเมี่ยม (Premiem) เวลาเราไปซื้อของตามห้าง โลตัส คาร์ฟู พนักงานประกาศว่า สินค้าพีเมี่ยมค่า ราคาถูกครึ่งหนึ่งค่า เธอออกเสียงว่า พีเมียม ความจริง พรีเมี่ยม ..นั่นคือสินค้าที่มาจากโรงงานฟรีๆ เวลาห้างไปซื้อสินค้าจากโรงงาน ได้ลด% 25-30% ยังให้เครดิตอีก 3 เดือน ถ้าซื้อสินค้าตามTarget เขาบอกว่า ได้สินค้าเพิ่มอีกเท่านั้นเท่านี้..อันนี้แหละเขาเรียกว่า สินค้าพรีเมียม

ที่พ่อไปส่งหมู 2 ตัว เถ้าแก่เขียงหมูให้ หมู มา 2 โลนั่น เป็นค่าพรีเมียม ถ้าเราขายข้าวให้ต่างประเทศ ถ้าเรา"เป็นต่อ"คือเขาไปหาซื้อที่ใหนไม่ได้ เขาจะให้ ค่าพรีเมี่ยมเรา .5% คือ ครึ่ง% แล้วราคาข้าว เป็น พันๆล้านบาท ครึ่ง% เท่าไรล่ะ แต่ถ้าเรา "เป็นรอง" ขายข้าวไม่ออก มีคู่แข่งเยอะ ก็ต้องจ่ายค่า พรีเมี่ยม ให้เขาเช่นกัน อันนั้นเป็นลูกเล่น ทางการค้า โง่ก้เสีย ฉลาดก็ได้

จำนวนแต่ละปี ประชาชนทั้งประเทศ กินข้าวเท่าไร สินค้าที่สั่งมาจากต่างประเทศเกี่ยวกับการเกษตร เฉพาะเรื่องนาข้าว ทั้งเครื่องจักรอะไรจีปะถะ ได้ค่าพรีเมี่ยมทั้งนั้น และค่าคอมมิชชั่น อีก 25-30% ไม่ต้องหักให้ค่านายหน้า เรียกว่าทำสัญแบบ G to G หรือ รัฐบาลกับรัฐบาล โดยครง นำเงินทั้งหมดนี้ ไปจ่ายค่าข้าวให้กับสหกรณ์ สรุปว่า ประชาชนซื้อข้าวราคาถังละ 29-30 บาท จ่ายแบบคูปอง กันคนชั่วซื้อไปตุน ถ้าเงินยังไม่พอ ก็ จัดให้คนจนๆก่อน โดยจ่ายเป็นคูปองคนรวยกินข้าวแพงไปก่อน

ตั้งแต่มีประเทศไทยมามีใครคิดได้ไหม ? รัฐบาลทุกรัฐบาลห่วยแตก สินค้าแพงเอาๆๆๆๆ

รัฐบาลอภิสิทธิ์ การแจกเงิน พนักงานคนละ 2 พันบาท ทั่วประเทศ 2 แสนสี่หมื่นกว่าล้าน ถ้าทุ่มไปให้สหกรณ์ ชาวนาตั้งขึ้นมาใหม่ ทั่วประเทศ เงินไม่หาย ยังแต่จะเพิ่มขึ้นๆ ประชาชนชาวนาทั่วประเทศจะศรัทธา มากมาย ทำไม่เป็น....ผมบอกหลายครั้งทุกรัฐบาลมีแต่ราคาคุย เรื่องการแก้ปัญหาสาระพัด บอกไว้ ในหนังสือที่ผมเขียน เพียง5 ปี เงินไทย 10 บาทแลก เงินอเมริกาได้ 1 เหรียญยูเอส ผมแนะนำให้ทำได้

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)//

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 28 มิ.ย. 10, 19:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะคุณลุง

นัทจ๋าลองตามมาดู พบคุณลุงที่นี่พอดี เด๋วท่องบอร์ดนี้ก่อนนะคะคุณลุง

ไปดูมาแล้ว ทำใมห้องข่าวเหมือนห้องการเมืองเลยอ่ะ นัทจ๋างง อีกแระ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ปากเสีย
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 30 มิ.ย. 10, 19:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ชาวก็เป็นคนเหมือนๆกับคนอื่นๆ..ดูทีวี..เลยแต่งตัว..ของใช้ ก็ใกล้เคียงกับดาราเข้าไปทุกวัน..เด็กเรียนอยู่ประถม ดันมีโทรศัพท์มือถือใช้..มีมอเตอร์ไชด์ไปโรงเรียน..
ชาวนาไม่เก็บข้าวขึ้นยุ้งใว้สีกินดังแต่ก่อน..คนทำนา..ชื้อข้าวกิน..ผักบุ้ง ยอดกระถิน..เก็บกินกันไม่เป็นเสียแล้ว..
เคยเห็นชาวนา เอารถไถเดินตามขึ้นรถปิ๊กอัพ..ไปลงนา..จอดตากแดดทั้งวัน..เสร็จแล้ว..เอารถไถเดินตามขึ้นรถปิ๊กอัพ กลับบ้าน..
เห็นทำโรงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์..จานปั้นเม็ด..ดันมีไก่ขึ้นไปทำรัง...โรงสีชุมชน...มีไก่เข้าไปทำรังบนฮอปเปอร์...
อ้าว..แล้วกัน..มองไม่เหมือนใครอีกแล้ว...ปากเสียมักจะทำวงแตกอยู่บ่อยๆครับ..

ราคาของข้าวเปลือก..ราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น..แต่ที่ชาวนาพออยู่ได้ (อยู่ได้แบบกระท่อน กระแท่น)เพราะชาวนามักจะใช้แรงงานของตัวเอง..แม้จะจ้างเครื่องจักร์บ้าง แต่ก็ยังใช้แรงงานในครัวเรือนของตัวเอง..แต่ไม่ได้คิดค่าแรงของตัวเอง..และสามารแก้มือได้อีก..เพราะสามารถทำนาได้หลายรอบ..ระบบชลประทาน..มีการพัฒนาเพิ่มขึ้น..ขยายโครงการมากขึ้น..แต่ไม่มีน้ำ..ที่จะป้อนเข้าระบบฯ..(ก็ป่าต้นน้ำถูกบุกรุก น้ำซับ..น้ำซึมขาด) ที่กระเพิ่งจะจ่ายน้ำได้เมื่อไม่นาน ก็ที่พิษณุโลก..สุโขทัยบางส่วน..ได้น้ำจากน้ำปิง..แต่น้ำในแม่น้ำ ก็น้อยกว่ากาลก่อน..
ปากเสียกำลังให้ญาติทำนาโดยไม่ใช้เคมี..เพราะจะได้เก็บฟางใว้ให้กระบือกิน..เขาเลี้ยงกระบือสี่สิบกว่าตัว..เฉพาะมูล(ขี้)กระบือ..ก็ทำให้ลูกของเขาได้มีค่าขนมไปโรงเรียน ค่ากับข้าว..ไม่ต้องควัก...จะให้ซื้อโรงสีขนาดเล็ก..สีข้าวกินเอง..และบรรจุถุงมีโลโก้ของเขาเอง..ขายในหมู่บ้านก็เหลือเฟือแล้ว..
คิดว่า..อีกไม่นานจะต้องมีผู้เอาอย่าง..เพราะคนไทยชอบทำอะไรตามอย่าง..อยากจะคุยให้ทราบ(แบบขอโม้)กิจกรรมของญาติที่กล่าวถึง และสวนผลไม้ของผม..เคยลง..เทคโนโลยีชาวบ้านมาแล้ว...
หากเกษตรกรมีความเป็นอยู่แบบเดิมๆ..ใช้จ่ายแบบไม่ฟุ้งเฟ้อ..ลดการทำนา..จากปีละสามหน มาเหลือปีละสองหน..คุณภาพของดิน..จะดีขึ้น..ต้นทุนการผลิตก็จะต่ำลงไปด้วย..โรคแมลงสัศตรูข้าวก็จะน้อยลงไปด้วย..ทำนาไม่บ่อย..ไม่เหนื่อยมาก ก็จะไม่เครียดมาก..
อยากให้ชาวนาร่ำรวยดังเศรษฐีเหมือนกัน..แต่หากรวยมากๆ พี่แกจะไม่ทำนาน่าซีครับ...รู้นิสัยกันอยู่ครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ปากเสีย
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 14 ก.ค. 10, 17:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมรอคอยคนออกมาให้ความเห็นในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำนา..
ทำไม่มีคนให้ความสนใจไม่มากนัก..ทั้งๆที่เป็นปัญหา เป็นภาระของชาติ..
รัฐบาลหลายรัฐบาล รวมปัจจุบันด้วย..ไม่ให้ความสนใจ ขาดความเข้าใจ และขอความจริงใจให้เกษตรกรผู้ทำนาด้วย..
การจัดการที่ดินทำนา..การพัฒนาพันธุ์ข้าว..การเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต..การตลาด..การวางแผนการในการผลิต การตลาด..
และสวัสดิการของชาวนา..แต่ก่อน แต่ไร..ยกย่องชาวนาว่าเป็นโครงสร้างของชาติอย่างเต็มภาคภูมิ,กระดูกสันหลังของชาติ,..ตุ๋ย..จัดอับดับผู้ยากจน..กลายเป็นชาวนาขึ้นอับดับต้นๆ..(จากข้อมูลการขอสินเชื่อเพื่อการเกษตร)
รัฐเคยส่งเสริมงานวิจัย..อะไรบ้าง..ที่มันเป็นประโยชน์ต่อประชาชน..ที่เป็นรูปธรรม...
ในขณะเดียวกัน..มีการนำขบวนไปเที่ยวผลาญเงิน..โดยเอาการดูงานเข้ามาบังหน้า..ดูงานบิดาใครเล่าครับ..ที่เกาะช้าง..นี่แค่ระดับรากหญ้า..นะครับ..หากเป็นระดับเหนือรากหญ้าขึ้นมา..ไปประเทศจีนครับ..
ประชาชนไทย ข้าราชการไทย..เป็นไปตามสมัยนิยมกันกันหมดเลย...
คุณmanฯก้ออุส่าคิด เป็นกังวล..แล้วรัฐบาลเขาจะมองเห็นภาพที่อุส่าห์นำเสนอไหมหนอ../color]
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม