หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ต้อหิน.. ภัยเงียบของลูกตา  (อ่าน 4929 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 ธ.ค. 10, 11:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

มีเหตุ ไม่มีอาการ
ต้อหินเกิดจากเซลล์ประสาทตาถูกทำลายในอัตราที่เร็วกว่าอายุ ไม่ได้หมายถึงมีก้อนอะไรไปอุดอย่างที่เราเห็นจากต้อเนื้อหรือต้อกระจกที่ทำให้เลนส์ตาขุ่น ไม่มีอาการบอกเหตุล่วงหน้า จะรู้เมื่อตรวจพบกลุ่มเสี่ยงนอกจากพบในรายที่มีอายุเพิ่มขึ้น ยังมีสาเตุมาจาก
- การถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- บางรายสายตายาวหรือสั้นมากๆ (+500) ก็พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเป็นต้อหิน
- กระจกตาและจอประสาทตาบาง
- ความดันในลูกตาสูง (ค่าความดันปกติอยู่ที่ 10-20) ปกติตาของเราจะมีการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงพร้อมทางระบายออก หากการผลิตกับการระบายไม่สัมพันธ์กันหรือทางระบายตีบแคบ จะเกิดแรงดันสะสม จนสามารถทำลายจอประสาทตาด้านหลัง กับอีกแบบคือ เกิดอาการเฉียบพลัน มุมตาปิดแคบกะทันหัน ความดันตาขึ้นจาก 10 กว่า ขึ้นไปถึง 50 คนไข้จะมาด้วยอาการปวดตามาก การมองเห็นลดลงจนต้องเข้าห้องฉุกเฉิน แต่ส่วนมากความดันจะค่อยสะสมจนไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ เนื่องจากร่างกายปรับตัวตามไปเรื่อยๆ กว่าจะรู้สึกตัว อาการก็หนัก มองเห็นได้น้อยมาก จนขับรถข้ามเลนไม่รู้ตัว
- ประสบอุบัติเหตุที่ตาซึ่งมีผลกับความดันในลูกตา
- บางรายพบว่าเป็นโรคเบาหวานหรือโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดไปเลี้ยงประสาทตาซึ่งมีผลกับการเป็นต้อหิน แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจน

ด่านตรวจตา
1. วัดสายตา
2. วัดความดันตา โดยเครื่องมือจะเป่าลมเข้าตา
3. ตรวจลูกตาส่วนหน้า (Slit Lamp) โดยมองผ่านกล้อง
4. ถ่ายภาพจอประสาทตา (Fundus Camera) เพื่อเช็คเรื่องจุดรับภาพ
5. ตรวจหาต้อหินและดูความผิดปกติของจอประสาทตาด้วยเครื่องโอซีที (Optical Coherence Tomography) กลุ่มที่ปกติกับรายที่เป็นต้อหินแน่ๆ เนื่องจากมีประวัติร่วมด้วยนั้นวินิจฉัยไม่ยาก แต่กลุ่มที่มีความดันตาปริ่มๆ ประวัติกลางๆ ไม่ชี้ชัด เครื่องโอซีทีจะช่วยในการวินิจฉัยได้มาก
6. ในรายที่มีแนวโน้มเป็นต้อหิน คุณหมอจะให้ตรวจลานสายตา (Visual Field) เพิ่มด้วย โดยให้มองตรง เมื่อเห็นแสงสวางวาบขึ้นตรงไหนให้กดปุ่มเช็คความสามารถในการมองเห็นด้านข้าง

5 ตัวช่วยให้ตาสวยใส
- กินผักผลไม้ที่มีวิตามินเอ
- ใส่แว่นกันแดดเมื่ออยู่ข้างนอก
- การทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ควรกระพริบตาบ่อยๆ ป้องกันตาแห้ง ล้า และควรพักสายตาทุกครึ่งชั่วโมงสัก 20 วินาทีโดยหลับตา หรือมองไปไกลๆ
- เมื่อตาบวม ใช้ถุงชาอุ่นประคบคลายเส้นเลือดลดการบวม อักเสบ ถ้าบวมแบบแพ้ใช้แตงกวาฝานแช่เย็นแทน ถ้าตาล้าลองถูมือสองข้างจนรู้สึกอุ่น แล้วประคบที่ตาสัก 10 วินาที ช่วยผ่อนคลายได้
- ออกกำลังกายให้ตาบ้าง โดยเหยียดแขน ยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วมองที่จมูก มองนิ้วโป้ง มองไกลกว่านิ้ว ทำสัก 5 รอบ เป็นการบรหารกล้ามเนื้อในการมองใกล้-ไกล จากนั้นมองซ้าย-ขวา บน-ล่าง มองเฉียงบนซ้าย-ล่างขวา บนขวา-ล่างซ้าย สัก 5 รอบ เป็นการบริหารกล้ามเนื้อในการกลอกตา

ด้วยความปรารถนาดีจาก โรงพยาบาลสมิติเวช http://www.samitivejhospitals.com/allhealth_article_detail.aspx?id=521&lid=th
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 2 ธ.ค. 10, 16:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่ากลัวนะ ขอบคุณสำหรับรายละเอียด q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม