หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยากับปลายท่อน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม  (อ่าน 127 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 พ.ค. 11, 13:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
วิถีชีวิตริมแม่น้ำเจ้าพระยากับปลายท่อน้ำทิ้งโรงงานอุตสาหกรรม
หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำได้เดินทางไปจังหวัดอ่างทองเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อศึกษาสถานการณ์มลพิษทางน้ำและวิถีชีวิตชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แม้เป็นแม่น้ำเจ้าพระยาตอนบน แต่เราก็เห็นโรงงานอุตสาหกรรมเช่นเดียวกับทุกๆ ที่ แต่ก็ไม่หนาแน่นมากเช่นเดียวกับบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาตอนกลางและล่าง
หน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำได้เก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากโรงงานขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งผลิตเส้นใยสังเคราะห์เรยอนเพื่อตรวจหาสารเคมีปนเปื้อนในน้ำทิ้งที่ถูกปล่อยออกมา โรงงานแห่งนี้ปล่อยน้ำสู่แม่น้ำมากกว่าวันละ 35,000 ลบ.ม. ซึ่งปริมาณน้ำที่ปล่อยมาจำนวนมากและแรงทำให้เกิดฟองสีขาวจำนวนมากลอยตัวบนผิวน้ำ ภาพดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่มาพบเห็นและโดยเฉพาะชุมชนริมน้ำที่อยู่กับแม่น้ำมาตลอดชั่วชิวิต

ในอดีตจังหวัดอ่างทองมีความอุดมสมบูรณ์มาก น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ ชาวบ้านมีอาชีพทำเกษตรเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงการทำประมงและเลี้ยงปลา และในอดีตแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเมืองอ่างทองมีความสวยงามมาก มีหาดทรายสวยงามบริเวณริมแม่น้ำ มีต้นไม้เขียวตลอดริมฝั่ง แต่การดูดทรายในแม่น้ำเจ้าพระยาได้ส่งผลให้ปัจจุบันไม่มีหากทรายริมน้ำดัง เช่นเดิม และการใช้สอยพื้นที่ก็เปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

หลังจากปี 2523 ชุมชนเริ่มขยายตัวขึ้น ขยะในพื้นที่ก็มากขึ้น เริ่มมีโรงงานเข้ามาตั้ง ต่อมาก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพน้ำเจ้าพระยาซึ่งมีคุณภาพน้ำแย่ลง การปล่อยน้ำเสียจากโรงงานต่างๆ ตลอดจนภาคเกษตรกรรมและตลาดสดก็ปล่อยของเสียลงแม่น้ำ ทำให้สภาพแม่น้ำเสื่อมโทรมจนไม่สามารถนำมาอุปโภคบริโภคได้เหมือนในอดีต ซึ่งผลค่อย ๆ สะสมเรื้อรังมา จนเห็นผลชัดเจนในปัจจุบัน ผลกระทบที่เห็นคือปลากระชังที่ชาวบ้านเลี้ยงโตช้า ผลผลิตลดลง (ปลาเป็นหมัน)

ปัจจุบันน้ำที่มาจากแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถนำมาใช้ได้เพียงในภาคเกษตรกรรมอย่างเดียว ชาวบ้านส่วนใหญ่จะบอกว่าหากนำน้ำมาใช้อาบก็จะรู้สึกคัน แตกต่างจากเดิมมาก นอกจากนี้ การทำกระชังปลาในปัจจุบันจะได้รับผลกระทบในช่วงหน้าแล้งของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงที่กระแสน้ำนิ่ง ประกอบกับอากาศร้อน น้ำน้อย เมื่อกระแสน้ำไม่ไหลเวียนประกอบกับการปล่อยน้ำเสียในปริมาณสูงจากโรงงาน น้ำเสียจากโรงงานจึงสามารถไหลมาที่กระชังปลาได้ บางครั้งส่งผลให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายหลายหมื่นบาทต่อกระชัง

หลายปีที่ผ่านมาได้เกิดน้ำเน่าเสียในแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่ อ.ป่าม่วงลงไป แม้จะไม่ถึงจังหวัด อ่างทอง แต่ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้ ว่าสาเหตุที่น้ำเน่าเสียเกิดจากที่ใด จึงก่อให้เกิดการรวมตัว และเรียกร้องมากขึ้น กลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อมจึงถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปี ที่ผ่านมา โดยมี คุณสุชิน เจริญจิตร์ เป็นประธานเครือข่ายอุตสาหกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม และได้เป็นแกนนำสำคัญ เครือข่ายนี้เป็นเครือข่ายนำร่อง 4 จังหวัด 7 อำเภอ ลักษณะการทำงานคือ ประธานแต่ละอำเภอจะดูแลพื้นที่ของตนเองและมาประชุมสัญจร รับทราบปัญหาแต่ละอำเภอ รับทราบปัญหาทุกเรื่องทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม และปัญหาภาคอุตสาหกรรมซึ่งหากเรื่องใดที่ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง ทางเครือข่ายฯ ก็จะส่งเรื่องต่อให้กับผู้ที่รับผิดชอบ หรือส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นอกจากปัญหามลพิษทางน้ำแล้ว ปัญหากลิ่นเหม็นเป็นปัญหาที่ชาวบ้านริมน้ำเจ้าพระยาบริเวณจังหวัดอ่างทองกำลังเผชิญอยู่อย่างสาหัส คือโรงงานผลิตเส้นใยสังเคราะห์ได้ส่งกลิ่นเหม็นลักษณะกลิ่นซัลเฟอร์ที่ลอยมาตามกระแสลม ซึ่งมีกลิ่นฉุนแรง ฟุ้งกระจายในบริเวณกว้างไกล นอกจากนี้ซัลเฟอร์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศจำนวนมากได้ก่อให้เกิด “ฝนกรด” ชาวบ้านบริเวณนี้เล่าว่า หลังคาบ้านที่เป็นสังกะสีจะผุกร่อนเร็วกว่าปกติ ทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบ้านมากขึ้น และน้ำฝนไม่สามารถนำมาใช้ได้ เสื้อผ้าที่ตากไว้ก็มักจะมีฝุ่นดำมาเกาะติด

ผู้ติดตามดูแลปัญหามลพิษ และสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ ในพื้นได้ให้ความเห็นว่า ปัญหาปัจจุบันมาจากโรงงานใหญ่ๆ หลายแห่งที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ เช่น ไทยเรยอน ไทยคาร์บอนแบล็ค ฯลฯ ซึ่งเป็นการปล่อยน้ำเสียตรงลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณสูงสุดในประเทศไทย และยังมีปัญหาด้านกลิ่นเหม็นที่เกิดจากกระบวนการผลิต แม้โรงงานจะมีระบบติดตามคุณภาพน้ำอัตโนมัติ COD Online และแม้น้ำที่ปล่อยออกมาจะได้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด แต่ปริมาณน้ำที่ปล่อยมีปริมาณมาก จึงมีผลทำให้แม่น้ำน้ำเจ้าพระยาเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว

จากการสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่นพบว่าทุกคนอยากเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่กลับมาสดใสเหมือนเดิม และอยากให้มีมาตรการป้องกันมลพิษหรือกฎหมายและการบังคับใช้ที่แข้มแข็ง ซึ่งหนึ่งมาตรการที่คนส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยคือ การผลักดันกฎหมายที่กำหนดให้โรงงานเปิดเผยข้อมูลสารเคมีที่ใช้และปลดปล่อยออกมาสู่สิ่งแวดล้อม ทั้งชนิดและปริมาณ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก จะช่วยให้ชาวบ้านมีความเชื่อมั่นและสบายใจมากขึ้น ความหวาดระแวงคลางแคลงใจก็จะลดลง จะช่วยให้บรรยากาศในชุมชนดีขึ้น เนื่องจากปัจจุบันชาวบ้านมองว่าทางโรงงาน อาจจะมีการให้เงินใต้โต๊ะ หรือติดสินบนแก่เจ้าหน้าที่ เนื่องจากปัญหาเรื้อรังมากว่า 10 ปี ปัญหาเรื่องกลิ่นและน้ำเสียก็ยังไม่หายไป

แม้แม่น้ำเจ้าพระยาคงจะกลับมาดีเหมือนเดิมได้ยาก แต่หากจะช่วยให้บรรเทาลงน่าจะเป็นไปได้ โดยรัฐควรให้การสนับสนุน และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง มิเช่นนั้นอนาคตอาจไม่มีน้ำใส ๆ ในแม่น้ำเจ้าพระยาให้เห็น

อ่านบทความและดูคลิปเต็มๆได้ที่ http://bit.ly/jmShsT
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 พ.ค. 11, 14:11 น โดย PeaceOrElse » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม