หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: " ค่าแรง 300 กับ ดอกเบี้ยธนาคาร...!!!!!" ความต่างศักดิ์ของสังคมไทย...????  (อ่าน 110 ครั้ง)
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 08:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 



ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทกับดอกเบี้ยธนาคาร

โดย รุ่นใหญ่ริมดอย

ธนาคารจ่ายดอกเบี้ยเงินฝาก

เผื่อเรียกร้อยละ0.75 ต่อปี

เงินฝากประจำ 1 ปี ร้อยละ2.50 ต่อปี(อ้างอิงจากธนาคารกรุงเทพ)

ดอกเบี้ยเงินกู้ MRR 7.875 % ต่อปี

" MOR 7.375 "

" MLR 7.125 "

รายย่อยกู้เงินดอกเบี้ยเงินกู้ MRR+2% , MOR+2% ต่อปี

ดอกเบี้ยจ่ายธนาคารรวมไม่ถึงร้อยละ 2 เพราะว่าสัดส่วนเงินฝากประจำ

มีประมาณ ร้อยละ 60 ถึง 70 ของเงินฝากรวม

ธนาคารมีต้นทุนดำเนินงาน เช่น เงินเดือน และอื่นๆ ร้อยละ 2.5 ถึง 3 %

สรุป ต้นทุนรวมธนาคารประมาณ 5 %

ดอกเบี้ยรับรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ ประมาณ 8 %

ส่วนต่าง (กำไร) 3 %

ลงทุน 5 บาท กำไร 3 บาท เท่ากับ 60 %

โอ้โห.. กำไรสะดือปลิ้น คิดง่ายๆ ครับ สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ

ปีหนึ่ง ๆ ยอดคงค้าง 8 ล้าน ๆ บาท กำไร 3 %

ปีละ 240,000 ล้านบาท ( สองแสนสี่หมื่นล้านบาท)

ไม่เห็นมีธนาคารไหนบ่น ???

ลดกำไรสัก 1 % ก็ยังอยู่ได้สบายๆ

ธุรกิจที่ใช้เงินกู้ธนาคารคงลดต้นทุนได้เยอะ

ไม่เห็นมีใครพูด.??

ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลง 7 %

กำไรคงอีกบาน

ไม่เห็นมีใครพูด

กำไรไม่กี่คน แต่ เสียงมันดัง

แรงงานทั้งประเทศ เป็นสิบๆล้านมีรายได้เพิ่ม

เพื่อมาจับจ่ายใช้สอย ของก็ขายดี นายทุนยิ่งกำไร

ไม่เห็นมีใครพูด

เสียงคนรวยมันดัง

เสียงคนจนมันไม่มีเสียง.
q*031q*032q*033q*039q*071q*069q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 08:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ค่าแรง 300 บาท ขุดคุ้ย ให้แหลกไปเลย
โดย โรงเรียนวัด

แปลกใจที่ ระดับ สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย โวยวายเอาเป็นเอาตายเรื่องค่าแรง 300 บาท ถึงขั้นบอกว่า ถ้าต้องขึ้น ก็ต้องขี้นราคาของ สิบเปอร์เซ็นต์ จะบ้าเหรอ..!!!! บริษัทเหล่านี้ปกติ ก็จ่ายเกิน 300 บาทอยู่แล้ว ถ้างั้นคงต้องดูงบการเงิน เชื่อว่าต้นทุนส่วนที่เป็นค่าแรงขั้นต่ำอาจจะไม่ถึง 1-2 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน ที่น่าสนใจคือค่าแรงที่เป็นค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ น่าจะเป็นเงินเดือน สวัสดิการผู้บริหารระดับสูง หรือ ระดับกรรมการ ระดับที่มานั่งเป็นกรรมการสภาอุตสาหกรรม หรือ หอการค้า พวกนี้หลายคนเงินเดือนผลตอบแทน รวม รายปี กว่าสิบล้านบาท ลดเงินเดือนพวกนี้ รับรองบริษัทไม่ขาดทุนแน่ ที่อ้างว่าจะกระทบ เอสเอมอี จริงแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ระดับนี้ นายจ้างกับลูกจ้างเขาทำงานใกล้ชิดกันเหมือนคนในครอบครัว นอกจากตัวเงินที่ให้แล้ว ก็ยังดูแลอาหารกลางวัน ให้ที่พัก เพราะฉะนั้น เขาคุยกันรู้เรื่อง




เรื่องเงินเดือนคนจบปริญญาตรี ก็ถูกกดมานาน ถ้าเริ่มต้นที่ 12,000 บาท อายุ 23 ปี ทำงานไปสิบปี เงินเดือนเพิ่มเฉลี่ยปีละ 1,000 บาท สิบปีผ่านไป อายุ 33 เงินเดือน 22,000 บาท ถามว่าเงินเดือนขนาดนี้ จะมีบ้าน รถ เป็นของตัวเองได้หรือไม่ ???(ถ้าไม่มีมรดก หรือ เงินช่วยจากพ่อแม่) และจะมีปัญญาแต่งงานเลี้ยงดูลูกได้หรือไม่..?? ไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนหนุ่มสาวปัจจุบัน ไม่กล้ามีครอบครัวมีลูก.
q*071q*071q*062q*039
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 16:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตีแสกหน้านายทุน เรื่อง 30% กับ 300บาท
โดย ท่านชายเหล็ก
การที่สภาอุตสาหกรรม และสภาหอการค้าไทย รวมถึงนักธุรกิจดาหน้ากันออกมาคัดค้านนโยบายพรรคเพื่อไทย ที่จะเพิ่มเงินให้ผู้ใช้แรงงานเป็นวันละ 300 บาท และคนกินเงินเดือนที่จบปริญญาตรีได้รับเงินเดือน ๆ ละ 15,000 บาท โดยบอกว่าจะเป็นการเพิ่มต้นทุน ทำให้อุตสาหกรรมต้องเจ๊งกันระนาว แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มเงินให้คนจนชนชั้นแรงงานทั้งหลาย ตามที่พวกเราได้รับข่าวกันก่อนหน้านี้มาโดยตลอดนั้น บรรดาสื่อสารมารชนทั้งหลายก็ขานรับออกข่าวกันอย่างคึกโีครมสนุกสนาน บวกกับนักวิชาเกินที่ร่วมกันตีนโยบายนี้กันอย่างออกหน้าออกตา ร่วมกันโจมตีพรรคเพื่อไทยและ ว่าที่นายกหญิง "คุณปู" ว่านโยบายนี้ทำไม่ได้หรอก หากจะทำก็จะทำให้ธุรกิจในประเทศไทยต้องล่มสลาย ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

ไม่รู้ว่านายทุนพวกนี้มันเดือดร้อนอะไรกันนักกันหนา
การเพิ่มเงินให้พนักงานเนี่ย....
จะมาอ้างว่าเป็นการทำลายอุตสาหกรรมและ SME อาจต้องย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ค่าแรงถูกกว่า ขอบอกเลยว่าไปเลย....แล้วอย่ากลับมาอีก ไปไกล ๆ ตรีนนายกปูดีกว่า ในอดีตพวกนี้เห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน ไม่เห็นหัวคนจน กดขี่แรงงานมาตลอด พอมีรัฐบาลที่เข้าใจและอยากจะยกระดับฐานะคนใช้แรงงานให้ลืมตาอ้าปากได้ ดันมาค้านสถานเดียวโดยไม่ได้คิดจะหาทางแก้ไขปรับเปลี่ยนเรื่องโครงสร้างต้นทุนการผลิตด้านอื่น ๆ เอาแต่จะกดค่าแรง

ก่อนหน้านี้นายทุนพวกนี้ได้ออกมาแสดงท่าทีแอนตี้ค่าคอมฯ ที่ต้องจ่ายให้ข้าราชการ นักการเมืองที่ต้องจ่ายมากกว่า 30 % ในช่วงปลายรัฐบาลมาร์ค หากโครงการใดมีมูลค่าโครงการสมมติว่า 1,000,000 บาท พวกเอ็งต้องจ่ายไปไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท มันไม่สูงเกินไปหน่อยหรือกับอีแค่เพิ่มค่าแรงให้คนงานแค่ไม่กี่ตังค์ มันเทียบไม่ได้กับค่าคอมฯ ที่ต้องจ่ายให้นักการเมืองเลย แถมนโยบายคุณปูยังมีการลดภาษีนิติบุคคลจาก 30 % มาเป็น 23 % จนถึง 20 % ในปีถัดไปอีก ยังไม่พออีกเหรอ (ว่ะ)

จึงอยากจะขอให้พวกสื่อทั้งหลาย รวมถึงนักวิชาการ Commentator ตามสื่อต่าง ๆ ช่วยกันพูดเรื่อง ค่าคอมฯ 30 % กับค่าแรง 300 บาท ตบหน้าคุณพวกนายทุนด้วยว่า พวกเอ็งอย่ามาทำเป็นเห็นแก่ตัว สิ่งที่ต้องจ่ายให้ผู้ใช้แรงงาน แต่***ยินดีจ่ายค่าคอมให้นักการเมือง.
q*071q*069q*070q*073q*074q*031q*038q*039




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
นะฮะ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 ก.ค. 11, 16:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปูนซีเมนต์ไทย(มหาชน)จำกัด ผู้สนับสนุนการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำของไทยให้เป็นวันละ 300 บาท

ระวัติ

กานต์ ตระกูลฮุน

2498 เกิดวันที่ 15 พฤษภาคม

2520 ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า) เกียรตินิยมอันดับ 1 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

2520 (วันที่ 1 มิถุนายน) เข้าทำงานบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ถูกส่งไปเป็นวิศวกรโรงงานทุ่งสง นครศรีธรรมราช

2424 วิศวกรประจำโรงงานปูนซีเมนต์ ที่ท่าหลวง

2527-2529 นักเรียนทุนของบริษัท ศึกษาต่อต่างประเทศ

2529 ปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ (เซรามิก) The Georgia Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา และ
ปริญญาโทบริหารธุรกิจ The Georgia Institute of Technology ประเทศสหรัฐอเมริกา

2530 หัวหน้าส่วน ส่งเสริมการผลิต โรงงานปูนซีเมนต์ ที่แก่งคอย

2532 รองผู้จัดการโรงงาน บริษัทสยามอาซาฮี บริษัทร่วมทุนกับญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งโรงงานแล้วเสร็จเพียงปีครึ่ง (จากปกติ 2-2 ปีครึ่ง)

2534 เข้าไปแก้ไขปัญหาโรงงานวัสดุทนไฟ ต่อมาเป็นผู้จัดการโรงงาน

2538 เข้าเรียนหลักสูตรระยะสั้น Marketing, Harvard Business School

2539 รองกรรมการผู้จัดการบริษัทระยองโอเลฟินส์ ซึ่งถือเป็นโรงงานพื้นฐานที่สร้างธุรกิจปิโตรเคมีครบวงจรในเวลาต่อมา

2540 EVP & Chief Operating Officer, PT Trans-Pacific โครงการปิโตรเคมี ที่อินโดนีเซีย

2541 คณะทำงานปรับโครงสร้างธุรกิจเครือซิเมนต์ไทย ต่อมาเป็นประธาน

2542 กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทเซรามิคซิเมนต์ไทย กลุ่มธุรกิจที่ตั้งขึ้นใหม่ จากการปรับโครงสร้างบริหารธุรกิจที่มีปัญหาให้ดีขึ้น (ดู Chart ประกอบ)

2544 Advanced Management Program (AMP), Harvard Business School

2546 ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่

2547 (1 กรกฎาคม) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่

2549 (1 มกราคม) กรรมการผู้จัดการใหญ่


q*071q*062q*062q*039q*063q*063q*057q*057q*021q*00q*013q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม