หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ค้านค่าแรง 300 บาท "สันดานนายทุนยังเหมือนเดิม" แม่ลูกจันทร์พูดไว้ถูก  (อ่าน 1414 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 00:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กระแสคัดค้านนโยบาย ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาท ยังถล่มใส่รัฐบาลใหม่ พรรคเพื่อไทยเป็นพายุไซโคลน

ที่อาการหนักที่สุดคือ สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม บรรดาองค์กร ตัวแทนกลุ่มนายทุน ซึ่งยืนยันกำปั้นทุบดินไม่ยอมให้ขึ้นค่าแรงลูกเดียว!!

อ้างว่าถ้ารัฐบาลเดินหน้านโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน โรงงานอุตสาหกรรมจะต้องเจ๊งกันวินาศสันตะโร

ธุรกิจขนาดใหญ่จะย้ายฐานการลงทุนไปจีนและเวียดนาม

ธุรกิจเอสเอ็มอีจะต้องปิดกิจการ 2 ล้านแห่ง ลูกจ้างแรงงานจะถูกเลิกจ้างนับล้านคน

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าไทย จะแข่งขันกับประเทศอื่นไม่ได้ และจะทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้ออย่างมโหฬาร

สรุปว่ามีสารพัดเหตุผลที่กลุ่มนายทุนใช้เป็นข้ออ้างต่อต้านนโยบายขึ้นค่าจ้างแรงงาน

แถมยังมีนักวิชาการรับใช้กลุ่มทุนออกมาช่วยคัดค้านกันอึกทึกครึกโครม

แม่ลูกจันทร์” ชี้ว่านโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท กำลังบานปลาย กลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง เพราะเสียงคัดค้านของกลุ่มนายทุนมันดังกว่าเสียงร้องขอความเป็นธรรมของคนราก หญ้าผู้ใช้แรงงาน

เรื่องนี้จึงเป็นเกมพิสูจน์หัวใจพรรคเพื่อไทยว่าเมื่อสัญญากับประชาชนแล้วต้องทำนโยบาย 300 บาทให้เกิดขึ้นจริง!!

ข้อสำคัญ มันเป็นเกมวัดใจกลุ่มเศรษฐีนายจ้างนายทุนว่าจะยอมรับศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของกรรมกรผู้ใช้แรงงานหรือยัง??

ถึงเวลาหรือยังที่เศรษฐีนายทุนจะเฉลี่ยผลประโยชน์ให้กับผู้ใช้แรงงานด้วยความเป็นธรรม??

หรือยังคิดแต่จะขูดรีดเอารัด เอาเปรียบลูกจ้างผู้ขายแรงงาน เพื่อประโยชน์ตัวเองฝ่ายเดียว

แม่ลูกจันทร์” เคยกระชุ่นไปเมื่อวันก่อนว่า ค่าแรงขั้นต่ำของไทยต่ำกว่าอิน-โดนีเซีย ต่ำกว่ามาเลเซีย ต่ำกว่าฟิลิปปินส์

10 ปีที่ผ่านไป ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นเฉลี่ยปีละ 2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ค่าครองชีพในช่วง 10 ปี พุ่งกระฉูดขึ้นไปเกือบเท่าตัว

เมื่อรายได้ไล่ไม่ทันรายจ่ายคนยากคนจนจะอยู่กันได้อย่างไร??

ความจริง การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจากวันละ 215 บาท เป็น 300 บาท ก็แค่พอเอาชีวิตรอดไปวันๆเท่านั้นเอง

“แม่ลูกจันทร์” เห็นว่าสังคมทุนนิยมต้องอยู่ด้วยความสมดุล นายจ้างได้กำไรมากก็ดี แต่ลูกจ้างก็ต้องอยู่ได้โดยไม่ต้องเป็นหนี้หัวโต

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางกระแสต่อต้านก็เริ่มมีกระแสสนับสนุนนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ดังขึ้นๆ ทุกทีๆ

ล่าสุด “อจ.แล ดิลกวิทยรัตน์” นักวิชาการด้านแรงงาน เรียกร้องให้นายจ้างเลิกกดค่าแรงกรรมกร เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของสังคมไทย

อจ.แล ระบุว่าค่าจ้างแรงงานคิดแล้วไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของต้นทุน ไม่ใช่ 40 เปอร์เซ็นต์ อย่างที่นายทุนโพนทะนา

การปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ไม่ได้ทำให้ธุรกิจต้องขาดทุนอย่างที่อ้างกัน

กรณีที่สภาอุตสาหกรรมและหอการค้าอ้างว่าถ้าขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอีต้องปิดกิจการ 2 ล้านแห่ง ก็เว่อร์เกินจริง เพราะตัวเลขสำนักงานประกันสังคมระบุว่าธุรกิจเอสเอ็มอีมีเพียง สองแสนแห่งเท่านั้นเอง

อจ.ดิเรก ปัทมศิริ จากนิด้า กล่าวว่า ถึงเวลาที่นายจ้างต้องปรับตัว คนรวยต้องยอมเฉือนเนื้อตัวเองบ้าง เพื่อความเป็นธรรมในสังคมไทย

อจ.ดิเรก เสนอให้รัฐบาลใหม่ตั้งกรรมการที่เป็นกลางมาศึกษาว่าการปรับค่าจ้าง 300 บาท จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์??

ไม่ใช่ปล่อยให้นายจ้างออกมาพูดฝ่ายเดียว

พูดข้างเดียวยังไม่พอ ยังดันพูดความจริงครึ่งเดียว

สังคมไทยเปลี่ยนไปมากแล้ว แต่สันดานนายทุนยังเหมือนเดิม.

"แม่ลูกจันทร์"

....ขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 00:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท กับความเกี่ยวข้องกับกำไรขาดทุนของกิจการ

ถ้าค่าแรงขั้นต่ำเดิมกิจการจ่ายอยู่ที่ 280 บาท (ถ้าจ่ายต่ำกว่านี้ก็ถือว่าน่าเกลียดมาก เอาเปรียบกันอย่างแรง ถือว่าหน้าเลือดพอสมควร)
ก็เท่ากับว่าจ่ายเพิ่มเพียง 20 บาท
เงินที่จ่ายเพิ่มนี้ ถือว่าเป็นรายจ่ายของกิจการ
ซึ่งนายจ้างสามารถเอาไปลดภาษีกำไรปลายปีได้
เช่น ถ้าปลายปี มีกำไร 100 บาท
นายจ้างต้องเสียภาษีกำไร 30% คือต้องเสียภาษี 30 บาท
ถ้าจ่ายค่าแรงเพิ่ม 20 บาท กำไรที่จะต้องเสียภาษีคือ 80 บาท
30% ของ 80 บาท เป็นเงิน 24 บาท

คือการจ่ายค่าแรงเพิ่มอีก 20 บาท แทนที่จะเสียภาษีให้รัฐ 30 บาท แต่เสียเพียง 24 บาท

* จะเห็นว่า นายจ้างไม่ได้สูญเสียผลประโยชน์มากมายอะไรเลย และไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย

ผมว่าการคัดค้านค่าแรงขั้นต่ำนี่ เป็นอาการของนายทุนหน้าเลือดมากกว่า
ถ้าจ่าย 300 บาท แล้วไม่ ok จะย้ายไปจีน เวียตนามก็เชิญเลยครับ
ชาวไทยคงไม่อยากต้อนรับนายทุนหน้าเลือด เห็นแก่ได้


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 02:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นายทุน ยังไงก็ยังเป็นนายทุนเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ร้อยปีที่แล้วเคยเอาเปรียบยังไง เดี๋ยวนี้ก็ยังเอาเปรียบเหมือนเดิม สังคมอุตสาหกรรมเป็นสังคมโหดร้ายก็จริง แต่ก็ไม่ควรโหดร้ายจนกลายเป็นอำมหิต เพราะสังคมอุตสาหกรรมของนายทุนอยู่ได้ด้วยแรงงานจากคนชั้นล่าง

ควรมองแรงงานเป็นเพียงลูกจ้างที่ต้องให้ค่าจ้างพอแก่การเลี้ยงชีพของเขาเองได้ตามควรแก่สถานะลูกจ้าง ไม่ควรมองถึงขั้นทาสที่ให้แค่เพียงเศษเงินเล็กน้อยก็พอ จะพอเลี้ยงชีพเลี้ยงครอบครัวหรือไม่ก็ไม่ใช่หน้าที่ของนายจ้าง จะเป็นจะตายก็เป็นเรื่องของแรงงาน

จำได้ว่าเมื่อก่อนมีแรงงานทาส ที่ถูกกักขังบังคับใช้แรงงานจากนายจ้าง ไม่มีเวลาหยุดเวลาพักผ่อน ค่าแรงก็ไม่ให้มีเพียงเศษอาหารกินกันตายเท่านั้น จนนายจ้างร่ำรวยมีเงินมหาศาล มีหน้ามีตาในสังคม แถมยังได้รับการยกย่องให้เกียรติ์จากสังคมให้เป็นผู้นำ กลายเป็นผู้เสียภาษีรายใหญ่ มีบุญมีคุณต่อประเทศใหญ่โต

เขาเหล่านี้กลายเป็นผู้มีอำนาจมีอืทธิพลต่อประเทศและการบริหารประเทศ และกำหนดทิศทางประทศด้วยการลงเล่นการเมืองเองบ้างอุดหนุนทุนแก่นักการเมืองของตนบ้าง รัฐบาลที่มาจากนายทุนเหล่านี้ จึงไม่เคยเผื่อแผ่สิ่งไดถึงสังคมชั้นล่างเลย นอกจากบริหารเพื่อประโยชน์ของเหล่านายทุนทั้งนั้น กดขี่ขูดรีดจากชั้นล่างเพื่อนายทุนผู้เป็นนายของตน

ดูไม่ยากเลยรัฐบาลไดที่อุ้มแต่เหล่านายทุนเหล่านี้ รักษาแต่ผลประโยชน์ของนายทุนเหล่านี้โดยไม่สนใจว่าสังคมชั้นล่างจะอดตายหรือไม่ ถ้าเกิดมีรัฐบาลไดกล้าหาญชาญชัยลงไปช่วยคนชั้นล่างด้วยการตัดผลประโยชน์จากชั้นบนไปเจือจาน นายทุนเหล่านี้จะหันไปจับมือกับขุนศึกที่ขุนเลี้ยงไว้ทันทีเพื่อทำการเปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง ถึงประเทศจะพังก็ไม่เคยสนใจ

ประเทศไทยจึงไปใหนไม่ได้เลย จมปลักอยู่กับความล้มเหลวและความทุกข์ยากของคนชั้นล่างมาตลอด จมปลักอยู่กับความโศกเศร้าสูญเสียเลือดเนื้อชีวิตของผู้เรียกร้องหาความเป็นธรรมาตลอด ครั้งนี้ก็สูญไปไม่น้อยโศรกเศร้าไปไม่น้อย ไม่เคยสงสัยเลยว่าเรื่องที่เกิดมันคืออะไร เพราะมันเกิดซ้ำเกิดซากจนหลับตาก็มองเห็นชัดเจนว่ามันคืออะไร ไม่ต้องลืมตาดูก็ได้ เพราะมันก็เรื่องเดิมๆที่เห็นจนชินชา

นี่ต่างหากคือระบบ"ทุนสามานย์"ตัวจริงที่เขาเคยเอ่ยอ้างถึง ทุนสามานย์คือทุนที่กดขี เอาเเปรียบ รังแก ลูกจ้างซึ่งเป็นคนชั้นล่างโดยอำมหิตนั่นเอง เห็นลูกจ้างเป็นเพียงทาส ไม่ใช่คนเหมือนพวกเขาที่ค่ากินข้าวเพียงมื้อเดียว ก็เท่ากับค่าเลี้ยงชีพของแรงงานเป็นเดือนแล้ว ไม่ได้อิจฉาเลย ถ้าทุกคำข้าวที่เขากิน ทุกค่าน้ำเมาที่เขาดื่ม มันไม่ใช่หยดเหงื่อและหยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ยากของเราที่ทำให้เขามีกิน

จึงบอกว่ามันยังไม่จบและคงไม่จบตลอดไป เขาเหล่านี้ไม่เคยยินยอมให้ไครแตะต้องสิ่งเหล่านี้ของเขามาตลอด แม้ตายเขาก็กอดมันไว้เสมอชีวิต แม้จะต้องทำลายชีวิตเพื่อนร่วมโลกมากแค่ใหนเขาก็ยอมแลก ที่จริงทุนสามานย์เหล่านี้ต่างหากมีอำนาจกำหนดทิศทางประเทศมาตลอด เพียงแต่อาจมองไม่เห็นเขาชัดเจน เพราะเขาไม่เคยออกหน้าเลยสักครั้ง ถ้ามองให้ดีจะเห็นเงาของเขาลางๆอยู่ข้างหลังขุนศึกผู้เป็นทาสน้ำเงินของเขานั่นเอง

สงครามระหว่างนายทุนขุนศึก กับคนชั้นล่างผู้ยากไร้จึงเป็นตำนานที่หาที่จบไม่มี ฝ่ายหนึ่งสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อรักษาผลประโยชน์เงินทองและอำนาจของตนไว้ ถึงกับประกาศว่า"สงครามสุดท้ายตายเป็นตาย"ส่วนอีกฝ่ายจำเป็นต้องกัดฟันต่อสู้ก็เพียงเพื่อรักษาชีวิตตนเองและครอบครัวลูกเมียให้พอมีชีวิตรอดได้ไปวันๆเท่านั้นเอง แตกต่างกันเกินไป อำมหิตมากเกินไป สักวันหายนะใหญ่ก็คงมาเยือน ไม่มีสังคมไดอยู่ได้เพราะความอำมหิตแบบนี้
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 03:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณไข่นุ้ย อ่านข่าวนี้แล้วยัง

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1311856926&grpid=03&catid=&subcatid=


ส่วนบทความของแม่ลูกจันทร์อันนี้ ก็ยังย้ำเรื่องค่าแรงไทยต่ำว่าอินโดนีเซีย ต่ำว่าฟิลิปปินส์ ต่ำว่ามาเลเซียนั้น

คุณไข่นุ้ยลองไปอ่านที่นี่นะครับ จะรู้ว่าแม่ลูกจันทร์มั่วขนาดไหน

http://akelovekae.blogspot.com/2011/07/blog-post_17.html


ผมน่ะเคยคุยกับคุณไข่นุ้ยหลายครั้งแล้วว่า บริษัทยักษ์ใหญ่สมควรขึ้นค่าแรง

แต่ผมอยากถามคุณไข่นุ้ยว่า ถ้าร้านก่วยเตี๋ยวต้องขึ้นค่าแรง ราคาก๋วยเตี๋ยวจะขึ้นหรือไม่?? ซึงคุณไข่นุ้ยก็ไม่นำพาที่ผมสงสัยถาม

ถ้าไม่เข้าใจที่ผมถาม ไปอ่านรายละเอียดได้ที่ ตรงประเด็นเรื่องร้านก๋วยเตี๋ยวที่ผมยกตัวอย่าง

http://akelovekae.blogspot.com/2011/07/300.html





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่าจริง ๆ แล้ว เรื่องค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทนี้ เป็นเรื่อง ละเอียดอ่อน มากน่ะครับ ตามข่าว ที่คุณไข่นุ้ยนำมาโพส ตอนสุดท้าย ได้พูดไว้ว่าพูดความจริงครึ่งเดียว ซึ่ง ข่าวที่คุณไข้นุ้ยนำมาโพส กลับไม่ได้พูดความจริง พูดความเท็จเสียด้วยซ้ำ ตามที่คุณเอก ได้นำข้อมูล มาเสนอ

แล้วความจริงอีกครึ่งที่ว่าล่ะ อยู่ตรงไหนกันแน่ ซึ่งผมไม่เชื่อว่า สิ่งที่แม่ลูกจันทร์ เป็นข้อมูลที่ถูกอีกครึ่ง

เราเชื่อเพียงเพราะเค้าเป็นสื่อเท่านั้นเหรอ เราจึงฟังโดยไม่ได้พิสูจน์ หรือ ไตร่ตรองอะไรเลย


สำหรับตัวผม หากเพิ่มค่าแรง 300 บาท มันจะกลายเป็น มาตราฐาน ซึ่งแปลว่า คุณไม่ได้มีเพียง แรงงานขั้นต่ำเท่านั้น ที่ต้องขึ้น แรงงานฝีมือ ก็ต้องขึ้น
ปริญญาตรี 15000 คนที่ทำงานมาก่อน ก็ต้องขึ้นให้อีก

พวกนายทุน เรื่องนี้คงไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่อย่าลืม คนที่คิดจะทำ ธุรกิจ หรือ sme ต่าง ๆ ที่กำลังธุรกิจ

หากเป็นอย่างนี้ต่อไป คนที่คิดจะลงทุนอะไร คงต้องมีทุนเพิ่ม มีความเสี่ยงมากขึ้น หรือ คนที่ทำ sme อยู่ก็คงต้องเลิกกิจการ ได้ง่าย ๆ

หากให้พวกนายทุน(บริษัทใหญ่ ๆ) ต่าง ๆ แจกแจ้ง ค่าจ้าง รวมถึง สวัสดิการกันจริง ๆ แล้ว ทุกคนต่างได้เงิน ใกล้เคียงกับ 300 หรือได้มากกว่าด้วยซ้ำไป

ผมคิดว่าทุกคน คงไม่มีใครอยากจะเป็น ลูกจ้าง หรือ แรงงานไปตลอดชีวิต แต่ละคนก็อยากจะ ใผ่ฝันว่า มีธุรกกิจ เป็นของตอนเอง หรือ เป็นนายจ้างตัวเอง กันทั้งนั้น หากเพิ่ม ค่าแรง บ้านเราก็เริ่มจะกลายเป็น ทุนนิยมมากขึ้น ทุกอย่างพูดแต่เงิน การแข่งขัน ก็ใช้แต่ เงิน ๆ ๆ ๆ

หากมองในมุมมองผม คิดเอาเองว่า ขึ้นค่าแรง 300 บาท ใครได้ กำไร ที่สุดกันแน่ ใครที่หัวเราะที่หลังดังกว่ากันแน่ นายทุนยักษใหญ่ หรือ คนจนธรรมดาแบบเราครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 12:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โพสต์เป็นครั้งที่2...ไม่เข้าใจ คห.หายไปไหน!! .. สนับสนุน 300 บาทขั้นต่ำ !!@@!! q*073q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไข่นุ้ย...
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 14:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ความเห็นของผม
จริงๆ แล้วผมเห็นว่า
ควรปล่อยให้เป็นไปตามหลักธรรมชาติดีกว่าครับ
คนทำงานดี มีฝีมือ พวกนายจ้างทั้งหลายก็ต้องการตัว
หากจ่ายน้อย เขาก็ไปอยู่กับคนอื่น
หากจ่ายสมน้ำสมเนื้อ เขาก็ทำงานให้

การที่นายจ้างดีๆ จะดูแลลูกจ้างให้ดีนั้น
มันขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ไม่ใช่ค่าแรงอย่างเดียว เช่น
สวัสดิการต่างๆ ที่พักฟรี อาหาร ความสุขในการทำงาน มีอีกตั้งมากมายครับ ที่คิดเป็นเงินไม่ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนไทยใจดี
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 1 ส.ค. 11, 09:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับหลายๆความเห็น โดยสรุป....

ตัวใครตัวมันน่ะล่ะ ดีแล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปฐมพงศ์
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 08:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ลูกจันทร์ จะเชียร์ใครไม่ว่ากันนะครับ แต่เอาข้อมูลจริงมาว่ากันหน่อยครับ อย่าทำให้ประชาชนเขว ผมก็อยากให้ค่าแรงขั้นต่ำได้ถึง 300 บาทเหมือนกัน แต่มันต้องค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช้ ได้ทันทีทั่วประเทศ ซึ่งผมว่าแม่ลูกจันทร์ก็รู้อยู่แล้ว ควรจะสนับสนุนให้ถูกทางถูกต้องด้วยนะครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเหมือนกัน
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 3 ส.ค. 11, 17:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*078 นี่แหละเมืองไทย คนไทยจริง จริง ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้หลอก นายจ้างรวยเจ็ดชั่วโครด ลูกจ้างไม่มีกินตลอดชั่วนิจนิรันทร์ q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผ่านมา
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 4 ส.ค. 11, 15:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สนับสนุน 300 บาท สุดตัว บริษัทไหน อยากย้ายไปเวีดนามก็เชิญ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
มมม ก๋วยเตี๋ยว
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 4 ส.ค. 11, 16:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าขายก๋วยเตี๋ยวได้ชามละ70บาท ฉันจะลาออกจากพนักงานบริษัทมาขายก๋วยเตี๋ยว เผื่อจะได้ร่ำรวยซะที ทำงานบริษัทมาจนจะแก่ตายแล้วยังได้เงินเดือนแค่พอกินไปเดือนๆเท่านั้น ขนาดไม่ได้เล่นการพนัน ไม่ได้ท่องเที่ยว ขายก๋วยเตี๋ยวชามละ70ถ้ามีคนซื้อกิน อาจจะรวยได้ครานี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zole
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 4 ส.ค. 11, 19:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การหาเสียงสักแต่ว่าจะให้ได้มาซึ่งคะแนนนิยม และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมา ทำให้ประเทศเกิดความคิดเห็นไม่ลงรอและแตกแยกมากยิ่งขึ้น ระวังจะอยู่ได้ไม่นานตามหมอดูบอก
คนที่ไปเลือก พท คงได้เห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประเทศตัวเองแล้วสิน่ะ เพราะมีทั้งลูกจ้าง นายจ้าง ที่เลือกคงขัดผลประโยชน์กันน่าดู

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  จันทร์ แม่ลูก ยังเหมือนเดิม สันดาน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม