หน้า: 1 2 3 4 5 6

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เงินเดือนหมื่นห้า...ฆ่าเด็กจบใหม่  (อ่าน 74583 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 01:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
เงินเดือนหมื่นห้า...ฆ่าเด็กจบใหม่
Posted by ลูกเสือหมายเลข9
OK*nationBlog/Chainews


นี่ไม่ใช่การ "ติเรือทั้งโกลน" ครับ

แต่ที่เขียนถึง "เงินเดือนหมื่นห้า...ฆ่าเด็กจบใหม่" เพราะได้ยินมานานแล้วว่า เด็กจบปริญญาตรีทุกวันนี้ ไม่มี"คุณภาพ"มากพอที่จะรับเงินเดือนสูงขนาดนั้น..หากกฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องจ่ายเงินเดือนคนจบปริญญาตรี 15,000 บาท

เคยได้ยินหลายคนบ่นถึง"ลูกน้อง"ที่เป็นเด็กจบ(ปริญญาตรี)ใหม่ๆว่าทำงานสู้"เด็กพาณิชย์"ยังไม่ได้

แน่นอนว่าเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบการศึกษาในปัจจุบันที่กระทรวงศึกษา(บังคับ)ให้"ไม่มีเด็กสอบตก" เพราะหากโรงเรียนไหนมีเด็กสอบตกก็หมายถึงคุณภาพของครู(และโรงเรียนนั้น)ไม่ได้มาตรฐาน การปรับระดับที่หมายถึงการขึ้นเงินเดือนหรือเลื่อนขั้นก็จะไม่ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานบังคับบัญชาตั้งแต่อำเภอ จังหวัดไปจนถึงกระทรวง

เด็กไทยจบป.6 อ่านภาษาไทยไม่คล่อง และภาษาอังกฤษไม่รู้เลยจึงเต็มเมือง

เมื่อ"พื้นฐาน"ตั้งแต่ระดับประถมและมัธยมไม่ได้ แต่เมื่อ"กฎกระทรวง"ที่กำหนดให้เด็กไทยทุกคนต้องมี"ที่เรียน"โดยไม่สนใจ"คุณภาพ" ทำให้เด็กที่อ่านภาษาไทยไม่ได้และไม่รู้ภาษาอังกฤษเลยจึงจบปริญญาตรีมาจากมหาวิทยาลัยที่มีทั่วประเทศนับร้อยแห่ง ..จนดูเหมือน"ปริมาณ"กำลังเดินล้ำหน้า"คุณภาพ"

ผมไม่แน่ใจตัวเลขจำนวนมหาวิทยาลัยในประเทศ จึงลองเสิร์จจาก google และพบว่าในเวบของ"ศูนย์กลางข่าวสารสำหรับนักศึกษา" แบ่งออกเป็น มหาวิทยาลัยของรัฐ 29 แห่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏ 39 แห่ง มหาวิทยาลัยเอกชน 31 แห่ง วิทยาลัยเอกชน/สถาบันเอกชน 32 แห่ง และวิทยาลัยชุมชุนอีก 20 แห่ง ..

ข้อมูลนี้เป็นของปี 2008 รวม 160 แห่งครับ ปัจจุบันจะเพิ่มหรือลดก็คงไม่ต่างจากตัวเลขนี้มากนัก

จากจำนวนสถาบันการศึกษาเหล่านี้ และ"ภาพชินตา"ที่ผมเห็นในกรุงเทพฯ ที่นักศึกษาสาวบ้านเรามักจะ"เดินถือกระเป๋าหลุยส์(ปลอม)"ตามห้างสรรพสินค้า และนักศึกษาหนุ่มใช้ชีวิตยามค่ำในร้านเหล้า รวมทั้งเห็นข่าว"เมาแล้วขับ"ของนักศึกษาจำนวนมาก หรือกระทั่งข่าว"ว่าที่บัณทิต"ฉลองเรียนจบแล้วเกิดอุบัติเหตุเสียชิวิตเพราะ"เมาแล้วขับ" ผมจึงยอมรับว่าเป็นห่วง "คุณภาพ"ของคนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่จะได้รับเงินเดือน 15,000 บาทเมื่อเรียนจบ

เพราะคนเหล่านี้มีไม่น้อยที่จบมาแบบ"ถูกกระทรวงศึกษาฯบังคับให้จบ" ...จบมาแบบ"กลวง" หลายคนจึงทำงานได้ด้อยกว่าคนจบปวช.หรือปวส. และเมื่องานที่ไม่จำเป็นต้องใช้วุฒิ"ปริญญาตรี" จึงเป็นไปได้ว่าหากกฎหมาย"จบปริญญาตรีหมื่นห้า"มีผลบังคับใช้ ก็อาจจะมีบัณทิตตกงานไม่น้อย เพราะบริษัทห้างร้านยอมจ่ายเงินเดือนหมื่นเดียวจ้างเด็กจบพาณิชย์มาทำงานตามวุฒิ

หมื่นห้า .. ฆ่าเด็กจบใหม่ หากเราไม่พัฒนาคุณภาพการศึกษาไทยครับ !!

ลูกเสือหมายเลข9
q*062
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 02:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บางครั้งเมื่อคนเราเกิดความอยากมากๆ เขาก็จะมองไม่เห็นอะไรแล้วครับ

คืออยากได้อย่างเดียว

ถึงยังไงก็ตาม ใครสัญญาอะไรไว้แล้ว ก็ต้องทำให้ได้

ถ้าทำไม่ได้ ก็เข้าข่ายหลอกลวง


ต่อไปมหาลัยโนเนม อย่างเช่นมหาลัยอีสาน ที่ซื้อวุฒิปริญญา เด็กจบจากที่นี่ จะไม่มีใครจ้าง

ส่วนเด็กที่ได้เกรดดีๆ จากมหาลัยดังๆ จะเป็นที่แย่งกัน ในตลาดแรงงานมากขึ้น

ถ้าต้องจ้างหมื่นห้า ผมไม่จ้างหรอกจบเด็กที่จบจาก บาง มหาลัยที่ เน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ที่ปล่อยให้นศ.ลอกข้อสอบกันได้ง่ายๆ แถมอาจารย์คุมสอบ ก็ปล่อยผ่านๆไม่ว่า

ใบ้ให้ พวกกลุ่มสถาบัน...ที่เพิ่งยกระดับให้เป็นมหาวิยาลัยน่ะ ที่พวกข้าราชการมักชอบไปเรียนภาคค่ำเพื่อปรับวุฒิน่ะ จบง่ายตายห่ า

(มีเด็กจบในมหาลัยนึง มันคุยให้ผมฟังว่า ลอกคำตอบเวลาสอบได้สบายๆ)



แนะนำกระทู้ ค่าแรง300บาทกับสิ่งที่ซีพีพูดไม่หมด!!
http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3467958




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 ก.ค. 11, 03:17 น โดย akecity » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 03:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้วท่านผู้ประกอบการรายหญ่ายย รวมทั้งนายจ้างทั้งหลาย

ท่านคิดว่า ควรให้ค่าแรงขั้นต่ำ และเงินเดือนเด็กจบปริญญาตรีใหม่

เท่าไรดี...เอาที่มันกระเทือนท่านบ้างนิดๆหน่อยๆนะ

อยากรู้(ไม่เกี่ยวกับนโยบาย)

-----------------------------------------------

คนยากคนจนน่ะ มันไม่ค่อยจะมีทางเลือกเท่าไร

คำว่าอยากได้ อยากมี อยากอยู่ดีกินดี

มันจึงอยู่คู่กับคนจนเสมอ

แต่คำว่า ไม่อยากจน นี่สิ มันติดตัว ติดหัวสมองคนรวยอยู่ตลอด

ดังนั้น เขาจะมาเห็นดีเห็นงามอะไรด้วย หากเขาต้องมาลดยอดกำไร

ที่เคยได้อย่างมหาศาล ไปแบ่งจ่ายให้กับผู้ที่มาทำแทนมือแทนเท้าให้

-------------------------------------------------

น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

นายพึ่งข้า

ข้าก็พึ่งนาย

ooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 06:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถ้าตัดคำว่า นายจ้างออกจากใจ ตัดคำว่าบริษัทออกจากใจไปได้ เปลี่ยนแนวคิดใหม่ว่าเป็นเพียง บ้าน และ ผู้อยู่บ้านเดียวกันได้ ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ทุกอย่างก็คงจะง่ายขึ้น ความผูกพันจะมากขึ้น ความเอื้อเฟื้อจะเยอะขึ้น

คนในบ้าน ย่อมรักบ้าน อยากเห็นบ้านเจริญมั่นคง เหมือนบ้านอื่น ย่อมขยันขันแข็ง โดยไม่เอาเปรียบคนในบ้าน ส่วนหัวหน้าบ้านก็ย่อมดูแลความเป็นอยู่ของคนในบ้าน ด้วยความรักความผูกพันให้อยู่ดีกินดีโดยไม่เสียดายเงิน เพราะบ้านเดียวกัน ไม่นานบ้านก็เจริญร่ำรวย

งานในบ้านก็แบ่งตามหน้าที่ความสามรถโดยไม่เกี่ยงกัน คนยังทำงานไม่เป็นให้คนอื่นช่วยฝึกฝนกันไปประคองกันไป ไม่ช้าก็เก่งถ้าตั้งใจ ไม่มีไครเก่งมาแต่ในท้อง เด็กซ่อมเครื่องบางคน ไม่ได้เรียนอะไรมาด้วยซ้ำ เก่งกว่าช่างกลโรงงานที่จบมาโดยตรงก็มี

มันจึงอยู่ที่ อยากจะดูแลสังคมให้อยู่ได้โดยพอดีหรือไม่เท่านั้น ถ้ามันจำเป็นก็ต้องทำ จะปล่อยให้เขาเหล่านั้นทำอะไรในเมื่อชีวิตเขาต้องดำเนินไป จะปล่อยให้เขา ฆ่าตัวเอง ฆ่าลูกฆ่าเมีย หรือปล้นคนอื่นเลี้ยงครอบครัวเหมือนที่เคยเห็นข่าวเพราะปัญหาปากท้องอย่างนั้นหรือ

มันเป็นเรื่องต้องแก้ไข เริ่มต้นอาจมีอุปสัคค์บ้าง แต่เมื่อเริ่มมันก็คือก้าวแรก ที่จะเดินไปสูจุดหมายคือความหมดไปของปัญหาเหล่านี้ การแก้ปัญหามันเป็นเรื่องต้องแก้ทั้งระบบ เพราะมันพังไปทั้งระบบ ยิ่งปล่อยไว้ก็มียิ่งเร่งเวลาหายนะ

เมื่อก่อน ที่เขาทำคือแก้ไขสังคมทั้งระบบ ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งการศึกษา ทั้งระบบคุณธรรม เดินไปพร้อมๆกัน การศึกษายุคนั้นจากย่ำแย่จึงเริ่มดีขึ้น เศรษฐกิจจากย่ำแย่ก็เริ่มดีขึ้น แม้แต่ระบบคุณธรรมก็ดีขึ้น มีการตรวจตราสถานบันเทิงอย่างเข้มแข็ง

สิ่งเสพติด อบายมุข โจรขะโมย ถูกกำจัดอย่างเด็ดขาด ก็เริ่มจากการเดินก้าวแรกทั้งนั้น และก็ถูกต่อต้านมาแล้วทั้งนั้น แต่เมื่อลงมือทำความสำเร็จก็เริ่มมา ถ้าไม่เริ่มทุกอย่างก็ไม่มี แต่สองปีกว่าที่ผ่านมานี้ ทุกอย่างถูกทำลายและดึงกลับไปสู่จุดเดิม มันจึงต้องกลับมาเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก

ดูจากค่าครองชีพแล้ว นโยบายแบบนี้ไม่น่าจะใช่ประชานิยม แต่น่าจะเป็นประชาอยู่รอดมากว่า เพราะเทียบค่าครองชีพแล้วมันก็ไม่ได้เริดหรูอะไร แค่เด็กจบใหม่พออยู่รอด พอมีเงินเลี้ยงพ่อแม่และใช้หนี้ตอนกู้มาเรียนเท่านั้นเอง ก็น่าแปลกใจที่นักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เงินเดือนเป็นแสนเป็นล้านได้ ทั้งๆที่รวยก็รวยแล้ว ค่าใช่จ่ายอย่างอื่นก็แทบไม่ต้องจ่าย เพราะส่วนมากคนแย่งจ่ายไปหมดแล้ว ยังไม่เห็นว่าอะไรกัน ดีไม่ดีออกกฏหมายมายขึ้นเงินเดือนให้กันหน้าตาเฉยด้วยซ้ำไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คงจะดีนะถ้าจบแล้วได้หมื่นห้า เพราะผมก็จบแค่ ปวส การตลาด ทำงานมาเกือบสิบปีละ เงินเดือนยัง9พันกว่าอยู่เลย แต่ถ้าบวกกับพิเศษอื่นๆๆก็พออยู่ได้ แถมขยันหน่อยทำงานอีกที่ก็สบายแต่จะให้หมื่นห้าที่จบใหม่คงอยากเพราะปีนี้รัฐบอกขึ้นเงินเดือนให้ต้องสองรอบแต่เงินเดือนยังไม่ขึ้นเลย ส่งสัยต้องไปเอากับนายก5555555555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
2 งง
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

....แล้วถ้าเด็กพวกนี้ สอบเข้าทำงานได้ก็ถือว่ามีความสามารถนะ คนที่จบป.ตรี มีมามากมาย แต่สอบหรือสมัครทำงานได้ก็ไม่เท่าไหร่นี่ ต้องยอมรับว่าพวกนี้เก่งมากกว่า ยอมๆไปเหอะไม่ใช่เงินเราจ้างนิ หากทำงานไม่ดีก็เลิกจ้าง....จบ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Soothsayer
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกอย่างมันต้องมีสมดุล สุดท้ายก็ต้องกลับมาดูที่ หลักสูตรของไทย ควรเปลี่ยน ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กไทยยังด้อย ต้องนำเด็กไทยไปสู่การแลกเปลี่ยนทางความคิด ทุกวันนี้ระบบท่องจำไม่น่าเชื่อยังมี สังคมไทยจึงวนอยู่กับการไม่ยอมรับฟังความต่างคิด บ้านเมืองถึงแตกร้าว ถ้าการศึกษามีประสิทธิภาพพอก็จะทำไปสู่เด็กที่จบมามีคุณภาพ ความหวังนี้คงอีกนาน..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ว่าที่บัณฑิต
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กว่าจะเรียนจบ
หมดไปเท่าไหร่
ยากเย็นแสนเข็น
ทุจริตการสอบ ปรับตกทุกรายวิชาในเทอมนั้น
ที่มหาลัยผมน่ะ
และก็มีให้เห็นจริงๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
0at0a0t
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แล้ว จบ จุฬา ธรรมศาตร์ รับ 10000 พอไหมครับ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซ้อ 8
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณอยากได้ แต่เดี๊ยนไม่อยากจ่าย q*069q*069q*027
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แล้วแต่คน
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็ต้องบอกว่า บางคนบางสถาบันเป็นอย่างนั้น
แต่ก็ไม่ใช้ปริญญาตรีทุกคนจะทำงานแย่ ขึ้นอยู่กับว่าตอนเรียนเค้าทำอะไรบ้าง
ถ้าเป็นบางคนที่เอาแต่เรียน อันนี้แน่นอนว่าอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาทักษะการทำงาน
หรือบางคนที่ไม่สนใจเรียน เอาแต่เที่ยวเตร่ อันนี้พัฒนายาก
แต่ถ้าบางคนที่เรียนและทำกิจกรรมควบคู่ จะพอมีทักษะด้านการทำงานอยู่ระดับนึง เงินเดือนหมื่นห้าก็เหมาะสมนะคะ

แต่จริงๆก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะทางสาขาที่เรียน
ถึงเงินเดือนไม่ถึงหมื่นห้า แต่มีค่าเหนื่อยในส่วนอื่น รวมๆแล้วเกินหมื่นห้าทั้งเอกชนและรัฐบาลอยู่แล้วค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นี่คุณrrrrrrrrกรุณาอ่าน
เด็กราชฏัชไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกคน อย่าเหมารวมสิ ไม่มีใครเก่งมาจากท้องแม่หรอก ต้องเรียนรู้อาศัยประสบการ์ณกันทั้งนั้น จบกราชฎัชเก่งก็มีเยอะไป เป็นใหญ่เป็นโตก็มีเยอะไป รู้จักให้โอกาศคนอื่นๆ บ้าง q*077

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซ้อ 8
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปํญหา คือ ทำงานไม่คุ้มค่าจ้าง และคุณภาพของผู้ที่จบหลายสาขาไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับองค์ได้ตามข้อตกลง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ไม่จริงครับ จขกท. จะทำให้เกิดการส่งเสริมและการแข่งขันระหว่างบุคคลมากขีึ้นต่างหาก เพื่อที่จะทำผลการเรียนออกมาในระดับที่ดี มาตรฐานการศึกษาของไทยไม่ได้ต่ำไปซะทั้งหมดครับ ตอนนี้มีสื่อมากมายที่จะช่วยพัฒนาสมองได้ อยู่ที่ระบบของภาครัฐจะเข้ามาเสริมเติมเต็มส่วนนี้และสิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวนักเรีียนว่าจะตั้งใจกันแค่ไหนกับเป้าหมายชีวิต อนาคต หรือว่าจะเล่นไปเป็นวันๆ แล้วก็มาบ่นว่าหางานไม่ได้ถ้าเป็นเช่นนี้ก็อย่าเรียนเลยครับ มันจะทำให้พ่อแม่เสียเวลาเสียเงินทองไปมากมายกว่าจะเข็นควายให้จบได้ และท้ายที่สุดท่านก็จะเสียใจอีก

ในประเทศเกาหลี ระบบการศึกษาก็ไม่ได้ดีไปกว่าไทยสักเท่าไหร่ แต่เด็กของเขาจะเรียนกันจริงจังมาก เพื่อให้สอบเข้ามหาลัยดีดี เพื่อจบแล้วงานดีดีก็จะหาง่าย เงินเดือนสูง ดังนั้นคนเกาหลีจะออกมาเรียนต่างประเทศเพื่อเก็บเกี่ยวด้านภาษาและประสบการณ์การทำงานเพิ่มเติมโดยผู้ปกครองเป็นผู้ส่งเสริม เพราะรู้ว่าลูกตัวเองเก่งขนาดไหน และจุดประสงค์ของลูกคืออะไร มีการทำกฎ Masslow อย่างจริงจังครับคือ

The hierarchy of needs include:
1. Biological and Physiological needs - air, food, drink, shelter, warmth, sex, sleep, etc.
2. Safety needs - protection from elements, security, order, law, limits, stability, etc.
3. Belongingness and Love needs - work group, family, affection, relationships, etc.
44. Esteem needs - self-esteem, achievement, mastery, independence, status, dominance, prestige, managerial responsibility, etc.
5. Self-Actualisation needs - realising personal potential, self-fulfilment, seeking personal growth and peak experiences.


ครับถ้าเด็กไทยเข้าใจและทำตามกฎนี้ การพัฒนาคุณภาพชีวิตก็จะเปลี่ยนไป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ขอสักที
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นมีทั้งสองกระแส ทั้งเรื่องการขึ้น ค่าแรงเป็นเรื่องที่ดีและไม่ดี เถียงกันยังงัยก็ไม่มีวันจบหรอกครับ เพราะคนที่ได้เงินน้อยก็อยากได้เงินเยอะขึ้น ส่วนนายจ้างก็ไม่อยากเพิ่มค่าแรงพรวดพราดแบบนี้มันผลกระทบที่ตามมามันก็มีมาก ผมไม่เถียงนะครับว่าการเพิ่มค่าแรงทำให้คนใช้แรงงานทั้งหลายแหลได้รับผลประโยชน์ที่มากขึ้น แต่คุณคิดดีแล้วหรอครับว่าถ้าเพิ่มค่าแรงเป็น 300 บาทแล้วผลที่ตามมาคืออะไร คิดกันอย่างง่ายๆเลย แน่นอนค่าแรงเพิ่ม = ต้นทุนที่เพิ่มตาม เพราะฉะนั้นผลลัพท์ที่ตามมาคือ คุณก็ต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่แพงขึ้นตามมาอีก แล้วมันจะคุ้มกันหรอครับ ได้ตังค์เพิ่มแต่ก็ต้องใช้จ่ายมากขึ้นเหมือนเดิม ถึงตอนนั้นต่อให้คุณได้รับ 300 บาท มันก็ยังไม่พอหรอกครับ ผมคิดว่าการขึ้นค่าจ้างควรขึ้นจริงอยู่ครับแต่อยากให้เป็นไปตามกลไกของตลาดมากกว่าไม่ใช่แค่การเสนอและการเรียกร้อง คุณเรียกร้องไปเท่าไหร่ สุดท้ายคุณก็ใช้จ่ายมากกว่าที่คุณเรียกร้องแน่นอน รัฐบาลควรที่จะลดต้นทุนของวัตถุดิบมากกว่านะครับ อย่างเช่นตัวที่มีผลกระทบต่อธุรกิจทุกรูปแบบตอนนี้ก็คือการขนส่ง ลดทุนน้ำมันผมว่าก็เป็นความคิดที่ดีอีกทางนึงนะครับเพราะจริงๆแล้วประเทศเราก็ผลิตน้ำมันได้เอง และเพียงพอต่อความต้องการในประเทศอีกทั้งมีการส่งออกไปขายเพื่อนบ้านอีกด้วยแล้วทำไม (ต้องไปใช้ราคาอ้างอิงจากประเทศสิงค์โปร์) ทั้งๆที่เราสามารถกำหนดราคาน้ำมันเองได้จากกระบวนการผลิตเองภายในประเทศ ยังมีอีกหลายๆเรื่องที่รัฐบาลควรคิดมากกว่านี้และก็อยากจะฝากในฐานะคนไทยเหมือนกันอยากให้เห็นความสำคัญของประเทศชาติมากกว่าแค่เพียงตัวบุคคล รวมถึงเลิกทะเลาะกันในสภาแล้วหันหน้ามาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติเถอะนะครับ อยากเห็นประเทศไทยสงบสุขสักทีไม่ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลถ้าทำเพื่อประเทศชาติจริงๆ ผมไม่เกี่ยงหรอกนะครับว่าจะอยู่สีไหน...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตาดำ
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เค้าหมายถึงข้าราชการคับไม่ใช่ลูกจ้างของบริษัท

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ppp
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 ถ้าขึ้นเงินเดือนให้กับเ็ด็ก ป.ตรี หมื่นห้า แล้ว เด็ก ปวส. ที่เค้าจบมาแล้วทำงานก่อนเด็ก ป.ตรี ล่ะค่ะ จะไม่นึกถึงเค้าบ้างหรอ ทั้งที่ทำงานก็ดีกว่า ประสบการณ์ก็มากกว่าเด็ก ป.ตรี

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กล้าไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นั่นสินะ จบปริญญาตรีได้ตั้งหมื่นห้า ผมทำงานมาตั้งสิบปี เงินเดือนยังไม่ถึงเลยครับ แล้วรัฐบาลจะช่วยคนที่ทำงานมานานอย่างไร เด็กจบใหม่ยังทำงานไม่เป็นเลย สู้พวกที่จบสายอาชีพไม่ได้ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ทำตามสัญญาก็คิดว่า คงมีเรื่องแน่ๆ รวมทั้งค่าจ้างวันละ 300 ร้อยบาทด้วย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 09:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จบ ป ตรี ถ้าไม่มีความสามารถก็ใช้วุฒิ ตำกว่าทำงานซิครับ
ม 6 ปวช ปวส อนุ มีดีกว่าไม่มีนะ คนที่ตั้งกระทู้ ดูให้รอบด้านก่อนค่อย
กล่าวจะดีไหม หรือพูดแต่พูดไม่หมดก็อันตราย ได้เงินเดือนเยอะจะได้
ลืมตาอ้าปากได้ไม่ดีเหรอ นายจ้างจ่ายค่าแรงเพิ่ม ก็ลดภาษีให้แล้ว
จะเอาไงอีกหรือคุณไม่จ่ายภาษีกัน

ชอบเงินเดือนน้อยๆ ก็บอกนายจ้างว่า ขอแค่นี้พอ

คนเราอ่ะ ถ้าไม่อยู่ท่ามกลางความทุกข์เข็ญไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนที่ผ่านจุดนั้นมาแล้ว
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก็คิดง่าย ๆ นะว่า สถาบันไหนที่มีคณะสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน และต้องอาศัยความเก่งจริง ๆ เช่น เหล่าสาขาแพทย์ทั้งหลาย วิศวะ วิทยาศาตร์ เป็นต้น สมัยนี้เปิดกันให้เกลื่อน รับจำนวนมากเกินไป โดยไม่คำนึงถึงมาตรฐานที่ควรจะเป็นสากล หรือความเป็นจริง เปิดรับกันเข้าไป ในขณะที่อาจารย์ที่สอนเอง ก็ขาดคุณภาพ รู้ไม่จริงรู้แบบถูก ๆ ผิด ๆ ไม่เหมือนสมัยก่อน เปิดกันน้อยจะเปิดในสถาบันของรัฐโดยเฉพาะ มีมาตรฐาน และก็รับน้อย ดูแลกันทั่วถึง คัดเฉพาะคนเก่งจริงๆ คนทีี่สมองไปทางนั้นไม่ได้ เขาก็ไม่คัีดมาเรียน เพราะไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐานที่จะรับ ดังนั้นส่วนใหญ่คนที่จบปริญญาตรีในสมัยก่อน จะได้รับการชื่นชม ยกย่อง จากสังคมว่าเก่งจริง ๆ ที่สามารถเรียนจบได้ เพราะคณะเหล่านี้ ถ้าไม่เก่งจริง มีแต่โดนรีไทร์สถานเดียว หรือไม่ก็ต้องย้ายคณะเรียน เขาไม่ฝืนให้ไปจนจบหรอก แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่แล้ว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
taro
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันก็สมควรแล้ว เด็กจบใหม่ทำงานไม่เป็นแต่เที่ยวเก่ง
ปวช ปวส เค้าขยันเพราะต้องดิ้นรนให้อยู่รอด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
กรรมของเวร
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าว่าแต่เด็กจบใหม่เลยครับ ที่จะถูกฆ่า
คนที่ทำงานอยู่ ก็อาจต้องโดนฆ่า เพราะค่าจ้างขั้นต่ำที่กำหนดมาทำให้เจ้าของกิจการต้องลดพนักงาน เพื่อจ่ายให้พอกับค่าจ้างขั้นต่ำ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นั้นสิน่ะ
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บริษัททั้งหลายเ้ค้ามีทางออก ในแนวทางธุรกิจสามารถจ้างเป็นสัญญาชั่วคราวได้ไม่จำเป็นต้องประจำ ระยะเวลาจ้าง 6 เดือนต่อสัญญาทีหรือ 1 ปี ก็ได้ ส่วนลูกจ้างประจำส่วนมากจะผ่านการทดสอบแล้วว่าสมควรได้รับเงินเดือน 15,000 บาท อยากก้าวหน้าทางธุรกิจต้องลงทุนหน่อย คนมีเยอะแยะให้คัดเลือก และคนที่ไม่ได้คัดเลือกก็ควรพัฒนาตัวเองเพิ่มระดับความสามารถขึ้นไปอย่ามั่วแต่มากดดันหรือกัดกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ซ้อใหญ่
เรทกระทู้
« ตอบ #23 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ปวช.ปวส.ที่มีประสบการณ์หลายคนทำงานดีกว่าป.ตรี เพราะพวกป.ตรีมักคิดว่าตัวเองเก่ง แท้ที่จริงเก่งแต่ในหนังสือในห้องเรียนต้องใช้เวลา 2 -3 ปีถึงจะทำงานได้ตามเป้าหมาย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แล้วรัฐว่าอย่างไร
เรทกระทู้
« ตอบ #24 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะว่าไปการขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท ขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท รัฐจะเอาเงินมาอุดหนุนให้บริษัทต่างๆ เพื่อให้เขามีเงินพอที่จะจ่ายค่าจ้างให้พนักงานทั้งหมดนี้ได้หรือ มีหวังได้ปิดกิจการแน่ เพราะการประกอบการของแต่ละบริษัท มันไม่เหมือนกัน การให้ึ้่ค่าจ้างแรงงานมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แล้วไม่ใช่แค่เงินเดือนปริญญาตรีที่ start ขนาดนี้นะ แต่มองไปถึงคนที่ทำงานมามีประสบการณ์หลายปีแล้ว อาจจะมีวุฒิมากกว่า ป.ตรี มันไม่ยิ่งสูงขึ้นไปอีกเป็นจรวดเหรอ เพราะมันจะต้องหนีเิงินเดือนของคนที่จบใหม่ขึ้นไปอีก มันก็เสี่ยงแล้วใครเขาจะจ้างเราเล่า แล้วจริง ๆ อยากฟังการอธิบายถึงนโยบาย ในด้านวิธีการ การแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ของรัฐบาลมากเลย ว่าจะทำอย่างไร มีแต่บุคคลภายนอนมาพูดเอง เออเองทั้งนั้น ไม่รู้หาผลดี ผลเสียมาเปรียบเทียบกันบางหรือเปล่า ไม่เห็นมีนักวิชาการคนไหนมาชี้ให้เห็นเด่นชัดซักราย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #25 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
บางครั้งเมื่อคนเราเกิดความอยากมากๆ เขาก็จะมองไม่เห็นอะไรแล้วครับ

คืออยากได้อย่างเดียว

ถึงยังไงก็ตาม ใครสัญญาอะไรไว้แล้ว ก็ต้องทำให้ได้

ถ้าทำไม่ได้ ก็เข้าข่ายหลอกลวง







คุณเอก ครับ ถ้าเค้าทำได้จริงก็ออกมาแก้ข่าวให้เค้าบ้างน่ะ อย่าเอาแต่ ตีโพยตีพาย หลับหูหลับติเค้าอย่างเดี่ยว ไม่ใช้หมดเรื่องนี้ ขุดเรื่องใหม่ไม่จบสิ้น เพราะความไม่ชอบเค้าเป็นต้นทุน ควรจะมองว่าอะไรที่เค้าทำแล้วเป็นประโยชน์ ต่อ บ้านเมืองและคนส่วนใหญ่ ถ้าอันไหนทำไม่ดีหรือไม่ได้จริงๆ ผมจะขอเป็นสาวก ของคุณเอกด้วยคน แต่ให้เค้าได้ลงมือทำแล้วรอดูผลกระทบก่อนดีกว่าไหมครับ ไม่ใช้ ออกมาสกัดกันก่อนที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย ในขณะนี้

ส่วนหัวข้อ เงินเดือน15000 ของ ป.ตรีเนี๊ย บ่อยครั้งผมได้มีโอกาศ Screen เด็กเข้าใหม่ใน บริษัท ระหว่างคนที่มีความสามารถกับไม่มีความสามารถ สังเกตุได้ง่ายมากโดยการ ทดสอบของผู้ที่ screen ขึ้นอยู่ว่าเราจะให้โอกาศเค้า ทดลองงาน 3 เดือนหรือเปล่า เพื่อให้เค้าพิสูตรตัวเองในการทำงานครับ กฎของ บริษัท มันมีอยู่ครับ ไม่มีใครโง่ หลับหูหลับตาจ้างคนไร้ประสิทธิภาพแน่นอน แต่ต้องให้โอกาศเค้าก่อน ไม่ใช้เอาแต่ความคิดตัวเองตัดสินแล้วด่วนตัดโอกาศคนว่าทำได้หรือไม่ได้ ตราบใดที่เราไม่ได้ให้โอกาศคน เค้าลองทำผลงาน ครับ.

(คุณๆทั้งหลายล่ะครับ ให้โอกาศ คน กันบ้างหรือยัง ก่อนที่คุณจะออกมาบอกว่า เค้าไม่ดี )
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็กราชภัฏ
เรทกระทู้
« ตอบ #26 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเป็นนายจ้าง เด็กเดี่ยวนี้ ประสิทธิภาพด้อยมากโดยเฉพาะ ราชฏัช ไม่รู้ว่าเรียน ป. ตรีมาได้อย่างไร เลข ภาษาอังกฦษ แถบจะเป็นรัอยละ 80 ไม่รู้เรีองเลย


พูดเกินไปครับ 80 % คงไม่เป็นแบบนั้นถึง 80 % มั้งครับ ทำใจให้เป็นกลาง อย่ายึดติดกับสถาบันมากนัก ให้โอกาสกันบ้าง
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #27 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเป็นนายจ้าง เด็กเดี่ยวนี้ ประสิทธิภาพด้อยมากโดยเฉพาะ ราชฏัช ไม่รู้ว่าเรียน ป. ตรีมาได้อย่างไร เลข ภาษาอังกฦษ แถบจะเป็นรัอยละ 80 ไม่รู้เรีองเลย
มหาลัยก็ใช่ว่าจะเก่ง เห็นให้ราชภัฏสอนทำงานอยู่เนี่ยะ ไม่รู้เรื่องอะไรเล้ย จบมายังใช้คอมไม่เป็นเลย จบมาได้ไง ทำงานได้ไม่กี่วันก็ลาออกและ งานหนักก็ไม่เอา งานเบาก็ไม่สู้ จะเอาแต่เงินเดือนแพงๆ แต่ทำงานไม่เป็น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #28 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะเงินเดือนเท่าไหร่ ถ้าคุณอยู่อย่าง "พอเพียง" เงินก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายนะ ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ไหนกันแน่ ทุกวันนี้เห็นคนเงินเดือนน้อยๆ วัตถุนิยมเหลือเกิน แล้วก็มาบอกว่า เงินไม่พอใช้ สงสัยจะไม่พอจ่ายหนี้มากกว่า เบื่อมาก คนจนที่ทำตัวเหมือนเป็นคนรวย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เจ้าของร้าน
เรทกระทู้
« ตอบ #29 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมจ้างเด็กที่มีความสามารถ 15000ได้ ผมไม่สนว่าจะจบวุฒิอะไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
rastair
เรทกระทู้
« ตอบ #30 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062 ใช่ครับคุณ stafano พูดถูก การให้โอกาสคนมีค่ามากกว่าการดูถูกคน จำใส่สมองไว้ครับ อย่าอคติ จนมองข้ามจิตใจของคน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
chare
เรทกระทู้
« ตอบ #31 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัจจุบันมีเด็กจบใหม่ ทั้งที่มาจากสถานบัน มหาวิทยาลัยมากมาย มีทั้งมีชื่อเสียงและไม่มี ชื่อเสียง พวกเค้าเหล่านี้ มีพฤติกรรม การทำงานที่แตกต่างกัน ดิฉัน เชื่อว่า การทำงาน ของใครแต่ละคน นั้นจะทำงานดีหรือไม่ดีไม่ได้มา จากตัว สถานบัน หรือมหาวิทยาลัย เพราะเดี๋ยวนี้ คนที่ทำงานได้ดีจริงๆนั้นมาจากตัวเอง ทั้งนั้น ว่าที่จะใฝ่รู้ ใฝ่เรียน อีกโลกแห่งโลกนึ่งหรือเปล่า ที่เรียกว่า โลกแห่งการทำงาน เพราะถ้าคุณ ไม่ได้มาตรฐาน คุณก็ไม่มีสิทธิ ผ่านงาน หรือมีสิทธิ ได้เงินเดือนสูงๆเช่นกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
doa
เรทกระทู้
« ตอบ #32 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมคนเชียงรายจบป.ตรีเงินเดือนครั้งแรก5230.-ทำงานมา5ปีเงินเดือน7800.-ตอนจบใหม่อยู่ได้หมูโลละ80.-ตอนนี้เริ่มจะลำบากหมูโลละ150.-

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest

เรทกระทู้
« ตอบ #33 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 10:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ทุกอย่างมันต้องมีสมดุล สุดท้ายก็ต้องกลับมาดูที่ หลักสูตรของไทย ควรเปลี่ยน ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กไทยยังด้อย ต้องนำเด็กไทยไปสู่การแลกเปลี่ยนทางความคิด ทุกวันนี้ระบบท่องจำไม่น่าเชื่อยังมี สังคมไทยจึงวนอยู่กับการไม่ยอมรับฟังความต่างคิด บ้านเมืองถึงแตกร้าว ถ้าการศึกษามีประสิทธิภาพพอก็จะทำไปสู่เด็กที่จบมามีคุณภาพ ความหวังนี้คงอีกนาน..
กด like พูดจามีเหตุผล แสดงถึง EQ ที่อยู่ในเกณฑ์เยี่ยม
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ครูไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #34 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลานฉันเรียนจบ ราชฎัฐฯพระนคร ป.ตรี ตอนนี้ทำงานที่ญี่ปุ่นเงินเดือน แสนสามหมื่นบาทจ้า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
122
เรทกระทู้
« ตอบ #35 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ข้าวของก็จะแพงขึ้นไปอีกแวคิดบ้างไหมว่าคนที่ไม่ได้จบป.ตรีเขาใช้ชีวิตกันลำบากมากขึ้นใชอะไรคิดว่ะนโยบายนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เอี๊ยบ
เรทกระทู้
« ตอบ #36 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*072 ทำไมต้อฃบอกว่า เด็ก ป. ตรี(ใหม่ๆ) ทำงานสู้เด็กพาณิชย์ ไม่ได้ ....ฮึๆๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แค่นี้
เรทกระทู้
« ตอบ #37 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กจบใหม่15,000 แล้วคนที่ทำงานมานานแล้วจะเท่าไหร่ก๊าบ.!! q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #38 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มันจะยากตรงไหน เถียงกันอยู่ได้ น่ารำคาญ
คนที่เป็นนายจ้าง ก่อนจะรับเข้าทำงานก็รู้จักคัดซะหน่อย ดูที่ผลการเรียนไม่ใช่ดูแต่ที่หน้าตา ทดลองงาน3เดือนไม่ผ่านก็เชิญออก
ส่วนคนที่จะมาเป็นลูกจ้าง ตอนเรียนก็ขยันเรียนหน่อย อย่าเอาแต่เล่น ผลการเรียนมันฟ้อง
มันก็มีแค่นี้แหละ เถียงกันอยู่ได้ ค่าแรงขั้นต่ำ300บาทหรือเงินเดือน15000บาท มันไม่ได้มากมายอะไรหรอก ลองคิดดีๆ อย่าไปกดขี่กันนักเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
mondaytofriday
เรทกระทู้
« ตอบ #39 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บัณฑิตจบปริญญาจากมหาวิทยาลัยใหม่ ๆ ที่เพิ่งยกฐานะจากวิทยาลัยหรือสถาบัน เดิมเน้นการสอนเป็นอาจารย์ ปัจจุบันมีสาขาการจัดการ บัญชี ฯลฯ ทำงานสู้ ปวช. ปวส. ของรัฐบาลยังไม่ได้เลย ควรปรับปรุงนานแล้ว บริษัทผมรับพวกนี้มากปวดหัวมาก พัฒนาไม่ขึ้นเลย เพราะพื้นฐานไม่แน่น แถมปัจจุบันยังแข่งกันสอนระดับปริญญาเอก (ดอกเตอร์) จบกันเป็นว่าเล่น เข้าทำนองที่ว่า "จ่ายครบ จบแน่"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เซ็งกับเรื่องบางเรื่อง
เรทกระทู้
« ตอบ #40 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เจ็บปวดกะคนที่ว่ามหาลัยราชภัฏ
เพราะคนที่คิดแบบนี้แหละ
ทำให้เกิดการเหลื่อมล้ำทางสังคมกันเยอะ
เราก็จบจากราชภัฏ ถ้าเป็นไปได้เราก็ไม่อยากเรียนหรอกที่นี่หรือที่ไทย
ถ้าเรามีตัวเลือก ถ้าเราเลือกได้ คงไม่เรียนให้พวกคุณดูถูก
คงไปต่างประเทศแล้ว เพราะรู้ๆอยู่ว่าคนต่างมองราชภัฏจุฬา และธรรมศาตร์
ต่างกันแค่ไหน ไม่ต้องเอาศิษย์หรอก อาจารย์ที่สอนพวกคุณหน่ะ
ยังไม่อยากมาสอนที่ราชภัฏเท่าไรเลย ถ้าไม่มีมหาวิทลัยเหล่านี้
คุณคิดว่าเด็กไทยต้องด้อยการศึกษามากกว่านี้แค่ไหน
ราชภัฏเป็นมหาลัยเปิด คนที่เลือกเรียนไม่ได้มีเฉพาะคนที่ไม่มีที่ไปนะ
แ่ต่คนที่เลือกเรียนเพราะความสะดวก ไกล้บ้าน ทุนน้อย ด้อยโอกาสก็มี
ขอร้องอย่ามองและอย่าประนามสถาบันการศึกษาอย่างเหมารวม
มองเฉพาแค่ตัวบุคคล
คนเราทำงานตอนนี้ไม่ได้ ก็สามารถเรียนรู้เพิ่มเติมกันได้
จบมาปั๊ปให้ทำงานเป็นคล่องเลย คนแแบบนั้นเขาไม่มาทำงานบริษัทคุณหรอก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
1122
เรทกระทู้
« ตอบ #41 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าเป็นผมจบใหม่น่ะ ผมจะขอ แค่10000 เดียว
ผมต้องการเรียนรู้งานครับ ถ้าผมทำได้ไม่คุ้มกับเงินหมื่นเดียว ผมไม่ขอรับเงินตรงส่วนนั้น

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
raccoonnoi
เรทกระทู้
« ตอบ #42 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยเรื่อง คุณภาพ ของคนที่จบมาครับ เพราะ ตอนผมเรียนปี 1 ผมเจอ รูมเมทผม (อยู่หอใน) ใช้ Present Tense ไม่เป็น ขนาด Is, Am, Are ยังใช้ผิด ผมลองถาม เค้าจบมัธยมาด้วยเกรดค่อนข้าง สูง 3.xx แล้วมาเรียนหลักสูตรอินเตอร์ ที่มหาวิทยาลัย ก็สามารถเรียนจบได้ โดย ที่ยังมีสกิลด้าน ภาษาอังกฤษ ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเท่าไหร่ อาศัย จำคีย์เวิร์ด คำบางคำ ศัพย์ บางตัว ในการตอบข้อสอบ จนเรียนจบมาได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #43 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อย่าไปคิดมากเลยครับ ทุกบริษัทมีมาตรฐานในการจัดจ้างอยู่แล้ว อย่างน้อยช่วงทดลองงานก็ต่อลองกันได้ ถ้ามีคุณภาพจริงก็รับไป ผมเชื่อว่าทุกบริษัทยอมจ่ายแน่นอน แต่ถ้าไม่มีคุณภาพจริง ผมว่าอยู่ที่ตัวเด็กมากกว่าครับ ผมว่าก็เป็นข้อดี เพราะบริษัทจะได้มีความเข้มงวดในการทดลองงาน มากขึ้น ไม่ชัวร์ก็ไม่จ้าง ไม่ดีจริง ก็อย่าจ้าง อยากได้งานก็ต้องมีคุณภาพเช่นกัน สร้างบทเรียนนำสู่ประสบการณ์ สร้างคุณภาพนำสู่อนาคตที่ดี ไม่รักดีก็ไปหามเสา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #44 เมื่อ: 29 ก.ค. 11, 11:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จบ ป ตรี ถ้าไม่มีความสามารถก็ใช้วุฒิ ตำกว่าทำงานซิครับ
ม 6 ปวช ปวส อนุ มีดีกว่าไม่มีนะ คนที่ตั้งกระทู้ ดูให้รอบด้านก่อนค่อย
กล่าวจะดีไหม หรือพูดแต่พูดไม่หมดก็อันตราย ได้เงินเดือนเยอะจะได้
ลืมตาอ้าปากได้ไม่ดีเหรอ นายจ้างจ่ายค่าแรงเพิ่ม ก็ลดภาษีให้แล้ว
จะเอาไงอีกหรือคุณไม่จ่ายภาษีกัน

ชอบเงินเดือนน้อยๆ ก็บอกนายจ้างว่า ขอแค่นี้พอ

คนเราอ่ะ ถ้าไม่อยู่ท่ามกลางความทุกข์เข็ญไม่รู้หรอกว่าเป็นยังไง
ลดภาษีจริงอยู่ แต่ถ้าหากบริษัทประกอบการ ขาดทุนละครับ มันจะเกิดประโยชน์ไหม สำหรับผมทำงานตามปริมาณเงินเดือนครับ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เด็ก เงินเดือน 

หน้า: 1 2 3 4 5 6

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม