หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เรื่องเพศ เรื่องพูดได้  (อ่าน 828 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 07:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เรื่องเพศ เรื่องพูดได้




ภาพยนตร์โฆษณาเดี๋ยวนี้มีแต่ความคิดสร้างสรรค์ค่ะ แถมส่วนใหญ่ก็มีไอเดียทั้งเก๋ไก๋และชวนให้ผู้ชมนำไปต่อยอดทางความคิดได้ตลอด ๆ ไม่นานมานี้สาว ๆ คงเคยเห็นโฆษณาของหน่วยงานรัฐบาลหน่วยหนึ่ง ที่กระตุ้นให้พ่อแม่ผู้ปกครองเริ่มสอนเรื่องเพศศึกษาให้กับลูกหลานตัวน้อย ๆ ของเราเอง เพราะจากปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรที่มีให้เรา ๆ ท่าน ๆ ได้พบเห็นกันบ่อยในสังคมยุคเสื่อมถอยของศีลธรรม คุณที่หวังว่าจะให้คุณครูคอยสอนวิชาสุขศึกษาสัปดาห์ละชั่วโมงอย่างสมัยรุ่นเรา ๆ เห็นทีคงจะไม่ทันใจวัยสะรุ่นที่คิดด้วยฮอร์โมนเสียแล้วค่ะ

สาว ๆ หลายคนที่ถึงวัยคุณแม่ หรือแม้แต่เป็นคุณน้า คุณอาคงกลุ้มในไม่น้อย เมื่อลูกหลานเอ่ยถึงเรื่องเพศ เพราะใจหนึ่งก็เห็นด้วยเพราะไม่อยากเป็นคุณย่า คุณยายกันตั้งแต่ยังอายุยังไม่เข้า 40 แต่อีกใจหนึ่งก็เขิน ๆ อาย ๆ ไม่รู้จะคุยกับลูก ๆ หลาน ๆ อย่างไรเพราะเป็นประเด็นอ่อนไหวสุด ๆ แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะเพราะเรามีข้อแนะนำดี ๆ มาฝากเป็นแนวทางให้ลองไปปรับใช้กันค่ะ

จริงใจกับลูกก่อน
เรื่องความแตกต่างทางสรีระหว่างชายหญิง บางครอบครัวอาจจะสอนกันตั้งแต่คุณลูกยังเล็ก ๆ เพราะพ่อแม่ลูกอาบน้ำด้วยกัน นอกจากจะสอนให้ลูกรู้จักความแตกต่างแล้วต้องให้ลูกรู้จักให้เกียรติเพศตรงข้ามด้วย พอเด็กเกิดการเรียนรู้ความแตกต่างของเพศแล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ต้องอาศัยจินตนาการปั้นแต่งนิทานมาเล่าให้ลูกฟังโดยมีพื้นฐานของความจริง ควรพูดอย่างเปิดเผยไม่ปิดบังอาจข้ามรายละเอียดเชิงลึกได้บ้าง การพูดเรื่องเพศอย่างเปิดเผยกับลูกคือการให้ข้อมูล ให้ความรู้ ไม่ใช่การพูดเรื่องทะลึ่ง ลามก อนาจารนะคะ และไม่บอกลูกว่าเขาเกิดมาจากเมล็ดหัวผักกาดอย่างที่ผ่าน ๆ มา หรือแค่จับมือกันก็มีลูกได้ เพราะหากโตเป็นสาวลูกของเราอาจถูกคนอื่นสอนการตั้งท้องอย่างถูกวิธีให้ภายหลังก็เป็นได้

แยกให้ได้ ความใคร่ไม่ใช่ความรัก
ความรักในวัยเรียนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงแทบจะไม่ได้จริงไหมคะ พรหมจารีเป็นสิ่งที่เมื่อสูญเสียไปแล้วจะเอากลับมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นคุณต้องให้เด็ก ๆ รู้ว่าหน้าที่หลักของเขาคือการเรียน ไม่ใช่การรัก และความรัก ไม่จะเป็นจำต้องจบที่ความใคร่ หรือมีอะไร ๆ ที่เกินเลย หากมีคนรัก ให้เขาคบกันอยู่ในสายตา พามาที่บ้านให้ทำความรู้จักกันไว้ อย่าห้าม อย่าเข้มงวดจนเกินไป เพราะวัยรุ่นก็เหมือนน้ำมัน ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งเติมเชื้อไฟให้ปะทุได้ง่าย ๆ จากเรื่องนิด ๆ หน่อย ๆ อาจลามจนยับเยิน เพราะเด็กต่อต้าน ควรเปิดโอกาสและเคารพการตัดสินใจของเขาด้วย หากไม่ถูกไม่ควร ก็พูดคุยด้วยเหตุผลต่อไป ชักจูงให้ลูกไปทำกิจรรมอย่างอื่นบ้างอย่าหมกมุ่นแต่เรื่องรักๆ จนไม่มีกระจิต กระใจทำอะไรเลย

รักให้เป็นต้องรู้จักป้องกัน
เรื่อง sex กับวัยรุ่นบางครั้งเหตุผลก็ไม่จำเป็นค่ะ เพราะเขาคิดด้วยฮอร์โมน ไม่ใช่สมอง คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องยอมรับ และทำใจสอนให้เขารู้จักการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย ให้เขารู้จักมุมมืดของการมี sex โรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สอนวิธีการกินยาคุมที่ถูกต้อง การใช้ถุงยางอนามัย สิ่งเหล่านี่ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัย เพราะอันตรายจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ใช้ถุงยางอนามัยผลลัพธ์ที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ อาจมีโรคภัยพ่วงมาให้เป็นอันตรายถึงชีวิต และ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยควรอาจทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่อีกด้วยค่ะ เรื่องเพศศึกษาหรือการมีเพศสัมพันธ์ คุณพ่อคุณแม่อย่าคิดว่าเป็นเรื่องลามกที่เด็กๆไม่ควรรู้นะคะ เพราะธรรมชาติของเด็กย่อมอยากรู้ในเรื่องที่ลึกลับ ยิ่งคุณพยายามปิดบังเท่าไร เขาก็จะพยายามทุกวิธีทางที่จะเปิดเผยเรื่องเหล่านั้นให้ได้รู้ด้วยตัวเอง โดยอาจใช้วิธีที่ผิด เพราะขาดประสบการณ์ เราสอนด้วยตัวเองดีกว่าให้เขาไปทดลองปฏิบัติเอง จนเกิดผลกระทบร้าย ๆ ที่จะตามมาดีกว่าค่ะ คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นให้ได้ทั้งพ่อ แม่ พี่ เพื่อน ที่คอยพูดคุยปรึกษากันได้ทุกเรื่อง รู้ปัญหาของลูกไว้จะได้แก้ไขอย่างทันท่วงทีค่ะ

ดูหนังดูละคร แล้วย้อนมาดูตน
ภาพยนตร์ หรือละครต่างก็สร้างคือมาจากชีวิตจริงทั้งนั้น ฉาก Love Scene ที่เกิดขึ้น เราคงห้ามเด็ก ๆ ไม่ให้ดู หรือมานั่งปิดตาลูกกันตลอดชีวิตก็ไม่ได้อีกอยู่ดีดังนั้นก็ปล่อยให้เขาดูค่ะ และต้องอธิบายควบคู่กันไปด้วย ถึงสถานะระหว่างตัวละครเหตุผลที่เขากอดกันจูบกัน สอนวิธีมองคนที่เราจะรักว่ามีพฤติกรรมอย่างไร จริงใจ หรือ หลอกเล่นให้เจ็บช้ำ ต้องให้เด็กรักตัวเองก่อนแต่ไม่ใช่เห็นแก่ตัว มองอนาคตให้ไกล เผื่อใจไว้เจอคนที่ดีกว่าในอนาคต

อ่านมาถึงตรงนี้ สาว ๆ ที่เป็นคุณแม่หรือผู้ปกครองหลายท่านคงพอจะมองเห็นความเป็นได้บ้างแล้วใช่ไหมคะ เด็กสมัยนี้โตไวเผลอแป๊บเดียวก็เป็นโตเป็นหนุ่มเป็นสาวกันไปแล้ว หากจะคอยแต่ปิดหูปิดตา จับให้นั่งเรียนอย่างเดียวแบบยุคเราก็ทำไม่ได้


หน้าที่ที่ดีที่สุดคือเราต้องก้าวไปพร้อม ๆ กับเขา คอยเป็นกำลังใจ ให้คำปรึกษา และส่งให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่และไปให้ถึงฝั่งที่ฝันไว้อย่างสวยงาม โดยการชี้แนะ พาให้เดินทางที่ถูกที่ควร อย่ามัวแต่ชะล่าใจ หรือทำใจเย็นกับเรื่องนี้นะคะ กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะเวลาที่มันแย่แล้วจะแก้ก็ไม่ทันค่ะ


ขอบคุณบทความ : Glimmer Girl http://www.chicministry.com/categories/Chic_Home_&_Family/family_guide/?art_id=5953
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 ก.ย. 11, 07:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073


Jesus loves you and so do I.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  เรื่องเพศ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม