หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พระและโยมที่อยากดัง 2 เรียนคุณmomemo2010และ akecityครับ  (อ่าน 582 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 20:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

สืบเนื่องจากกระทู้"เรื่องของพระและโยมที่อยากดัง"http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3500773


ก่อนอื่น ขอขอบคุณ momemo2010 และ akecity มากครับที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น อย่าถือว่าเป็นวิวาทะเลยนะครับ ขอเป็นแลกเปลียนความคิดเห็นก็แล้วกัน น้ำท่วมบ้านเราก็หนักหนาสากรรย์มากแล้ว..แต่จะให้ผ่านไปเฉยๆคงไม่เหมาะ เพราะผมเป็นคนตั้งกระทู้นะครับ ที่ไม่ได้ตอบในกระทู้เพราะเห็นว่าทู้ตกไปแล้ว พอดีผมเพิ่งกลับจากภารกิจแล้วเข้าบอร์ดเจอความเห็นคุณทั้งสองก็ดีใจครับ จึงถือโอกาสนี้แลกเปลียนอีกสักนิด
ส่วนคุณทองผา ผมไม่มีอะที่จะต้องชี้แจงกับคุณ เพราะคุณลากิจไปแล้วยังไม่ครบกำหนดวันลา แล้วกลับมาทำมาย เหอ เหอ
เดียวจะชีทีละประเด็นดังนี้ครับ
ดงบาทา

>>>>>ต่อ>>>>>>>>

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 20:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเด็นของคุณ momemo2010
มีดังนี้ครับ
"เขียนบทความได้น่าอ่านดีจัง
ผนวกความไ่ม่ลงตัว ให้ลงตัว ได้อย่างน่าแปลกใจ

- พระเกษม ท่าน อย่างไร ถ้ามองในแง่มุมให้ชาวพุทธตื่นตัวในการที่จะปกป้อง พิทักษ์ ศาสนา และคำสอนของพระพุทธเจ้า อันนี้ เห็นด้วย
ตอบ ดงบาทาเห็นด้วครับ q*062

แต่ถ้าขนาดถึงจะให้มองว่าเป็นหอกกลับทิ่มแทงเข้าในวงการสงฆ์และพระพุทธศาสนาในสังคมไทยอย่างแหลมคม และชื่นชมในความหาญกล้า คงขอปฏิเสธและไม่เห็นด้วย
ตอบ ดงบาทาไม่ได้ชื่นชนความกล้าหาญของพระเกษม แต่มองแบบตรงไปรงมาว่า "พระเกษมอยากดัง..แล้วงัย เถรสมาคม หรือ พระเถรานุเถรบางท่านบางสายหรือหลายสายไม่อยากดังเหรอ..หรือท่านทั้งหลายเคยเเป็นธุระ ชำระสะสางพุทธปรัชญา พุทธคำสอนในสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมาอยู่ตลอดเวลา หรือว่าท่านทั้งหลายก็อ้อมค้อมมิให้กระทบลาภสักการะที่พึงมีได้จากคำสอนอยู่บ่อยครั้ง.....พระเกษมท่านโลกวัชช แต่ทว่าอย่างน้อยท่านก็เป็นหอกกลับทิ่มแทงเข้าในวงการสงฆ์และพระพุทธศาสนาในสังคมไทยอย่างแหลมคม."

ปรากฏการณ์ของคณะนิติราษฎร์ กับข้อแถลง มันขัดแ้ย้งและคลุมเครือ ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกที่นักวิชาการทางกฎหมายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของนิติราษฎร์ จะฝักใฝ่รัฐประหาร อยากให้มีนักวิชาการกฎหมายออกมาให้ความเห็นเยอะๆ จังสำหรับเรื่องนี้

ตอบ ดงบาทาเห็นด้วยครับ q*062 และตอนนี้ก็เป็นประเด็น มีนักวิชาการมาถกเถียงกันมากขึ้นแล้วดังเช่น http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1317385208&grpid=no&catid=&subcatid=
เดียวจะฉบับเต็มมาเพิ่มให้นะครับ

หาก
ลองถกเถียงเกียวกับแนวคิดของนิติราษฎร์ด้วยเหตุผล และหลักการ อย่างรอบด้านทุกองค์ประกอบ ไม่เอากรอบจารีตมาจับแล้ว ประโยชน์จักงอกเงยต่อสังคมไทยอย่างน้อยเมล็ดกล้าแห่งความไม่กลัวรัฐประหารได้ปลูกลงในดินแล้ว ....
^
^
ยังไม่มีการถกเถียง ถกประเด็นอย่างเป็นรูปธรรมเลย จึงยังไม่รู้ว่าหลักการและจุดยืนของคณะนิติราษฎร์คืออะไร ..."

ตอบ มีการถกเถึยงกันมากขึ้นแล้วครับ ตามลิงค์ข้างต้นเป็นตัวอย่าง
ขอบคุณมากครับ
ดงบาทา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 21:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ประเด็นของคุณ akecity มีดังนี้ครับ


"พระที่ปลุกเสกให้คนหลงงมงายมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่พระทั้งหมด
ตอบ ดงบาทาเขียนชัดเจนว่า"เถรสมาคม หรือ พระเถรานุเถรบางท่านบางสายหรือหลายสายไม่อยากดังเหรอ..หรือท่านทั้งหลายเคยเเป็นธุระ ชำระสะสางพุทธปรัชญา พุทธคำสอนในสังคมไทยอย่างตรงไปตรงมาอยู่ตลอดเวลา หรือว่าท่านทั้งหลายก็อ้อมค้อมมิให้กระทบลาภสักการะที่พึงมีได้จากคำสอนอยู่บ่อยครั้ง" ก็มิได้หมายรวมพระทั้งหมดครับ

การที่พระจะสอนให้คนเลิกหลงยึดติดวัตถุนิยม จนหลงงมงาย ทำได้ครับ

แต่การเหมารวมว่าสร้างพระพุทธรูปผิดหมด นั่นคือ การหลงผิดของนายพระเกษม

ตอบ ดงบาทา ไม่แน่ใจครับ

พระพยอม ท่านปัญญญา ท่านพุทธทาส ทุกรูปก็สอนให้คนอย่ายึดติดบูชาวัตถุ แต่พระทั้ง3 ก็ยังไหว้พระพุทธรูปเหมือนกัน
ตอบ ดงบาทาไม่แน่ใจว่า มีพระแบบพระอาจารย์ทั้งสามข้างต้นนี้ มากกว่า พระที่ปลุกเสกคาถาอาคม ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์หรือ อ้อมค้อมมิให้กระทบลาภสักการะที่พึงมีได้จากคำสอนอยู่บ่อยครั้ง หรือน้อยกว่ากันเพียงใดครับ นั่นเพราะการไหว้พระพุทธรูป อย่างไม่ยึดติด หรือหลงงมงาย ไม่ใช่เรื่องผิดครับ ประเด็นจึงไม่ใช่เรื่องการกราบไหว้พระพุทธรูปครับ

นายพระเกษม หลงผิด ไปยึดติดกับเรื่องการกราบไหว้เท่านั้น จนกระทำการย่ำยีพระพุทธรูปของพระเกษม ก็ไม่ต่างอะไรจากพวกตาลีบัน!!เลย
ตอบ ดงบาทาเสียดายโบราณสถาน พุทธศิลป์ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของพระพุทธสนา และไม่สามารถยื้อยุดฉุดรั้งหรือห้ามปรามมิให้ทาลิบันทำลายได้ แต่ดูด้วยสะท้อนใจความสลดสังเวช แต่ก็เข้าใจในความรู้สึกของตาลีบันที่ต้องทำอย่างนั้นเหมือนกันครับ

ส่วนเรื่อง นิติราษฎร์ก็กำลังหลงประเด็นเฉกเช่นนายพระเกษมเช่นกัน เชิญคุณดงบาทา ไปอ่านที่ผมเขียนได้ที่ http://akelovekae.blogspot.com/2011/09/blog-post_26.html
ตอบ ดงบาทาไปอ่านตามลิงค์ที่ให้แล้วครับ ขอบคุณครับ หลงประเด็นหรือไม่ผมไม่่รู้ครับ ผมเพียงแต่เสนอไว้ว่า .."ปรากฎการณ์ของกลุ่มนิติราษฎร์ และพระเกษมคล้ายกันสิ่งหนึ่งคือ
หอกทิ่มแทง อำนาจและศักดินา ปฏิเสธมิได้ว่าเมล็ดกล้าสองเม็ดนี้ได้ปลูกไปในแผ่นดินแล้ว...จะเติบโตหรือเหี่ยวเฉา ขึ้นอยุ่กับว่า คนไทยพิจารณาสิงต่างๆด้วยปัญญาที่ประกอบด้วยเหตผลมากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง..
หรือว่าหลายเรื่องในประเทศนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป?" เท่านั้นเอง..

q*031ดงบาทา q*038


เดียวเพิ่มเติมให้อีกนะครับ>>>>>>>>>ต่อ>>>>>>

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 21:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ความคิดเพิ่มเติมให้สำหรับ คุณ momemo2010 นะครับ
ประเด็นที่ว่า
ไม่จำเป็นเสมอไปหรอกที่นักวิชาการทางกฎหมายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของนิติราษฎร์ จะฝักใฝ่รัฐประหาร

ในกระทู้ดงบาทาเขียนไว้ชัดเจนครับว่า "แนวคิดของอ.วรเจตน์และกลุ่มนิติราษฎร์แหลมคม เพราะทิ่มแทงฝ่ายอำนาจนิยม และศักดินาอนุรักษ์ทั้งหลาย ซึ่งแตกต่างจากส่วนนักวิชาการที่เอาตัวเองซุกใต้ปีกรัฐประหาร เพราะนักวิชาการเหล่านั้นได้ประโยชน์จากรัฐประหารในทางใดทางหนึ่งไม่ว่าเหตุผลกลใดก็ตาม.."

ขอบคุณครับ
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 22:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณดงบาทาครับ การที่ของบางอย่างในสมัยพุทธกาลไม่มี พระพุทธเจ้าท่านก็จะไม่ได้ห้ามหรือสอนไว้ครับ

อย่างตัวอย่างง่ายๆ เรื่องพระดื่มเหล้า ตอนแรกพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ห้าม แต่ต่อมา มีพระไปดื่มเหล้า พระองค์เห็นว่าไม่ดี ก็ทรงบัญญัติว่าห้ามดื่มครับ

พอมองออกมั้ย??

อย่างพระพุทธรูป พระพุทธเจ้าก็ไม่เคยทรงห้ามสร้างครับ เพราะสมัยนั้นไม่มี

แต่เมื่อมีแล้ว การไหว้กราบพระพุทธรูป จะบอกว่าผิด ก็ไม่น่าจะใช่ ถูกมั้ย?

อย่างเรื่องการกรวดน้ำ พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ห้าม เพราะมันเป็นประเพณีพรามหณ์ จริงมั้ย?


ถ้ายึดตามตรรกะว่า อะไรที่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอน แสดงว่าไม่ดี อย่างนั้นผิดแล้วครับ พระพุทธเจ้าท่านให้ยึดที่แก่นแล้วพิจารณาความเหมาะสมตามกาลเวลาที่เปลี่ยนไป

เช่นพระใส่รองเท้า ผิดมั้ย?? คำตอบคือไม่ผิดครับ พระอาบน้ำใช้ยาสระผมผิดมั้ย? คำตอบคือไม่ผิดครับ

นั่นเพราะนั่นคือเปลือกของหลักธรรม ไม่ใช่แก่น แต่ไม่ใช่ไม่เชื่อแล้วไปกระทำการย้ำยี นั่นไม่ถูกต้องครับ

นายเกษมได้กระทำการย้ำยีพระพุทธรูป เผาทุบทำลาย ถ้าแน่จริงลองไปทำที่วัดดังๆสิครับ อย่ากล้าแค่วัดตัวเอง


อย่างพวกสันติอโศก แต่เดิมก็ไม่เน้นไหว้พระพุทธรูป แถมสันติอโศกยังโจมมีที่พระที่ปลุกเสกรวมขบวนการขายวัตถุมงคลเช่นกัน แต่เขาไม่กระทำการลบหลู่พระพุทธรูปครับ หรือกระทำเหยียบย้ำพระเครื่องครับ เขโจมตีไปที่ตัวพระที่ปลุกเสกเลย


คุณดงบาทาลองไปดูกระทู้เก่าของผมสิครับ แล้วคุณจะเข้าใจขึ้น

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3498809

มีคลิปคำอธิบายของพระพยอม



ส่วนเรื่องนิติราษฎร์ ยังมีอาจารย์ธรรมศาสตร์อีกคน ที่ตอบปัญหาของนิติราษฎร์ได้อย่าง แหลมคมครับ ที่

http://kaeake.blogspot.com/2011/10/blog-post.html




และลองไปอ่านเรื่อง ตำนานการสร้างพระพุทธรูป ได้ที่


http://guru.sanook.com/pedia/topic/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B/

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 22:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณครับคุณ เอก เรื่องเกี่ยวกับพระเกษม ในประเด็นกระทู้ของผมนั้นผมเขียนชัดเจน แล้วนะครับ ..ส่วนในกระทู้ของคุณเอกผมก็อ่านแล้ว และไม่มีความเห็นครับ..ประเด็นของผมคือ > .."ปรากฎการณ์ของกลุ่มนิติราษฎร์ และพระเกษมคล้ายกันสิ่งหนึ่งคือ หอกทิ่มแทง อำนาจและศักดินา ปฏิเสธมิได้ว่าเมล็ดกล้าสองเม็ดนี้ได้ปลูกไปในแผ่นดินแล้ว...จะเติบโตหรือเหี่ยวเฉา ขึ้นอยุ่กับว่า คนไทยพิจารณาสิงต่างๆด้วยปัญญาที่ประกอบด้วยเหตผลมากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง..หรือว่าหลายเรื่องในประเทศนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป?" เท่านั้นเอง!!! [/color ]

ส่วนพระเกษมท่านจะเป็นทำอะไรเกี่ยวกับพระพุทธรูปหรือท่านผิดวินัยอย่างไรนั้น ไม่อาจก้าวล่วงได้ ปล่อยให้เรื่องของประชาชน และผู้มีส่วนเกียวข้องตัดสิน ครับ เดียวผมจะแจงต่อว่าประชาชนหรือผู้มีส่วนเกียวข้องควรตัดสินอย่างไรนะครับ..

ประเด็นเรื่องนิติราษฎร์ แนวคิดเขาจะเป็นอย่างไรถูกผิดอย่างไรมีหลักการข้อใดใช้เหตุผลใดเป็นฐานคิดก็เป็นเรื่องของนักวิชาการครับ ผมไม่อาจทราบได้เพราะไม่ใช่นักกฎหมาย แต่หากมีถกเถึยงกันมากขึนแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญาของผมว่าจะเชื่ออย่างไร.. ประเด็นนิติราษฎร์ผมเขียนกระทู้เพื่อสื่อว่า "เขาจุดประเด็นติดแล้ว แค่นั้นเองครับ" อ่านทบทวนความคิดผมอีกสักนิดนะครับ.. ถามว่าผมชอบมั้ย ผมตอบว่าชอบ เพราะว่าทำให้เราได้เกิดมุมมองหลากหลาย ..ผมเคยบอกไว้ในบอร์ดกะลุงแร้งครั้งหนึ่งว่า "ดงบาทาเป็นตุ่มใส่น้ำที่ไม่มีน้ำเต็ม และจะเป็นอย่างนี้ต่อไปครับ"

แล้วจะแจงเพิ่มอีกนะครับ
ขอบคุณครับ
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 22:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เอาไว้ผมจะเขียนแจกแจกประเด็นนิติราษฎร์อีกบางประเด็น แล้วจะชวนคุณดงบาทาไปอ่าน

เพราะเขียนตรงนี้ไม่ได้ครับ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 22:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอยกเอาข้อความบางตอนจากมติชน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1317385208&grpid=no&catid=&subcatid=
เพื่อประกอบกระทู้ แจง คุณ momemo2010
และ akecity
เป็นการถกกันระหว่าง อ.สมคิด กับ อ.พนัส สั้นๆดังนี้นะครับ(ฉบับเต็มอ่านได้ตามลิงค์)ดังนี้ครับ
สมคิด - คมช. เลว ส.ส.ร. ที่มาจาก คมช. ก็เลว รธน.2550 ที่มาจาก ส.ส.ร. ก็เลว แต่รัฐบาลที่มาจาก รธน. เลว เป็นรัฐบาลดีใช่หรือไม่ ส.ส.ร. ที่มาจากรัฐบาลชุดนี้ และที่ อ.วรเจตน์ จะเข้าร่วม ก็เป็น ส.ส.ร. ที่ดีใช่หรือไม่?

พนัส - ไม่ใช่เรื่องใครดีใครเลว แต่เป็นเรื่องของหลักการในทางนิติศาสตร์ ที่จะต้องมีการยืนยันว่าระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของประชาชนและระหว่างระบอบเผด็จการกับระบอบประชาธิปไตย

v
v
v
ที่ดงบาทา ยกมาเฉพาะสองท่านนี้ ทั้งที่มีที่อื่นเยอะมากมาย ซี่งยืนยันคำพูดของดงบาทาว่า"เขาจุดประเด็นติดแล้ว" ก็เพราะว่า นักวิชาการสองท่านนี้ มีบทบาทต่อสังคมในวงกว้างซึ่งประชาชนส่วนมากรู้จักดีเหตุผลหนึ่ง
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง ก็คือ ดงบาทาเคยมีโอกาสเล็กน้อยเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่มีบทบาทต่อรัฐธรรมนูญปี 2540 สมัยท่าน อ.พนัส เป็นสสร.จ.ตาก ดงบาทาเคยได้รับคำสั่งจากท่านเป็นอนุกรรมการในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญครับ ช่วงหนึ่งหลังการปฏิวัติ 2549 เคยสงสัยท่านอ.พนัสเหมือนกัน เกี่ยวกับพรรคปชป. แต่เห็นท่านโต้ตอบกับท่านสมคิด ตอนนี้ดงบาทาไม่สงสัยแล้วครับ..ลุงจ๊อผม้จักดีครับว่าดงบาทาเคยอยู่ตากมาก่อน..

ที่ชอบมากคือ..[
color=red]ไม่ใช่เรื่องใครดีใครเลว แต่เป็นเรื่องของหลักการในทางนิติศาสตร์ ที่จะต้องมีการยืนยันว่าระหว่างอำนาจรัฐกับเสรีภาพของประชาชนและระหว่างระบอบเผด็จการกับระบอบประชาธิปไตย [/color]

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 22:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิมขออ่านด้วยนะคะ q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 23:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถึงคุณเอก ประเด็นเรื่องพระเกษม ครับ...
ที่ผมว่า....
"ส่วนพระเกษมท่านจะเป็นทำอะไรเกี่ยวกับพระพุทธรูปหรือท่านผิดวินัยอย่างไรนั้น ไม่อาจก้าวล่วงได้ ปล่อยให้เรื่องของประชาชน และผู้มีส่วนเกียวข้องตัดสิน ครับ เดียวผมจะแจงต่อว่าประชาชนหรือผู้มีส่วนเกียวข้องควรตัดสินอย่างไรนะครับ.."

1.ครั้งหนึ่งในพุทธกาล พระภิกษุทะเลาะกัน เรื่องขันน้ำในห้องน้ำจากเรื่องเล็กน้อย เป็นเรื่องใหญ่โต แบ่งฝักฝ่าย พุทธองค์ทรงสังสอนห้ามปราม กลับไม่มีใครเชื่อ ทรงระอาเลยเสด็จไปจำพรรษาในป่าเลไลยก์มีช้างและลิงอุปัฎฐากตลอดสามเดือน ส่วนพระภิกษุทะเลาะกันนั้น ชาวบ้านไม่ศรัทธา ไม่ใส่บาตร ไม่ไปถวายภัตตาหาร ทำให้เดือดร้อนผอมโซตลอดสามเดือน จึงสำนึกได้ ในความผิดของตน และอ้อนวอนพระอานนท์ให้พาไปกราบขอขมาพระพุทธองค์ แล้วกลับปฏิบัติตนเป็นคนดีตามคำสั่งสอน เหตุการณ์ยุติ

2.ครั้งหนึ่งในพุทธกาล พุทธองค์ปรินิพพาน ได้ 7 วัน พระหลวงตาแก่สุภัททะ ได้ ก็ร่าเริงยินดี รู้สึกโล่งอกหายใจคล่องทีเดียว จึงได้กล่าวแสดงความโล่งใจที่พระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานเสียแล้ว ภิกษุทั้งหลายจะได้ไม่ต้องถูกบีบบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ชอบใจ คราวนี้ชอบใจทำอะไรก็ทำได้ตามใจ ไม่มีใครห้าม ซึ่งเมื่อท่านพระมหากัสสปเถระได้สดับคำสุภัททภิกษุเช่นนั้นแล้ว ก็เกิดธรรมสังเวชว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จปรินิพพานไปเพียง ๗ วันเท่านั้น เสี้ยนหนามใหญ่เกิดขึ้นแก่พระศาสนา รวดเร็วนัก ก็คนบาปนี้เมื่อเติบโตมีพวกมาก ก็อาจทำให้พระศาสนาเสื่อมได้ ท่านพระมหากัสสปเถระอาศัยเหตุนี้จึงปรารภการสังคายนาพระธรรมวินัย นี้จึงเป็นเหตุให้เกิดการทำสังคายนาครั้งแรกขึ้น


V
V
V
นี่คือประเด็นที่ดงบาทาต้องการสื่อในกระทู้ ว่าพระเกษมเป็นประเด็นแค่ตัวอย่าง และยังมีอีกมากมายที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับสมณเพศตามที่เป็นข่าวหน้าสื่อบ่อยๆๆ แล้วงัย มีใครสนใจที่จะทำแบบ ท่านพระมหากัสสปะบ้างมัั้ยครับ..
ส่วนเรื่องพระพุทธรูปเดียวเพิ่มเติมให้นะครับ อย่าเพิ่งไปหลับก่อนหละ
ขอบคุณครับ
ดงบาทา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 1 ต.ค. 11, 23:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิมขออ่านด้วยนะคะ
v
v
v
ได้ครับคุณ คิม แต่โปรดใช้วิจารณาญานในการอ่าน นะครับ เพราะดงบาทาก็ว่าไปเรื่อยตามประสาเท่านั้นเองครับผม
ดงบาทา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 00:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คิมขออ่านด้วยนะคะ
v
v
v
ได้ครับคุณ คิม แต่โปรดใช้วิจารณาญานในการอ่าน นะครับ เพราะดงบาทาก็ว่าไปเรื่อยตามประสาเท่านั้นเองครับผม
ดงบาทา



ขอบคุณค่ะ คุณดงบาทา q*006
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 00:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ครานี้ ว่าด้วยประวัติพระพุทธรูปครับ คุณเอก

ขอบคุณครับสำหรับลิงค์ประวัติพระพุทธรูป...
เท่าทีทราบมา ผมไม่แน่ใจเรื่องพระพุทธสมัยพุทธกาลที่พระเจ้าปเสนทิโกศล ทำขึ้นด้วยแก่นจันทน์ แต่เรื่องพระพุทธรูปยุคแรกคือยุคคันธาระที่มีเค้าโครงมาจากศิลปะกรีกนั้นมีหลักฐานยืนยันหลายแหล่งครับ เนื่องจากชาวกรีกนิยมความสามารถของมนุษย์เชื่อในศักยภาพความเป็นมนุษย์เวลาสร้างรูปเคารพ หรือเทพเจ้าจะมีลักษณะเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนมนุษย์จริงๆ ซึงแตกต่างอารยธรรมชนชาติอื่น ที่เชื่อในเรื่องเทพเจ้ามากกว่ามนุษย์ สันนิษฐานว่าพุทธปรัชญามีความเข้ากันได้กับปรัชญาชาวกรีก เป็นเหตุให้พระเจ้าเมลันเดอร์(มิลินทะ)กษัตริย์เชื้อสายกรีกตกทอดมาจากอเลกชานเดอร์หาราช นับถือศาสนาพุทธแล้วทรงให้มีการทำพระพุทธรูปขึ้นเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า เหมือนดังชาวกรีกทำรูปปั้นเทพเจ้าต่างๆดังนั้นพระพุทธรูปยุคแรกจึงเป็นศิลปะแบบกรีก ดูมีความเป็นธรรมชาติและเหมือนมนุษย์มาก แตกต่างจากพระพุทธรูปยุคอื่นๆ

ดังรูปภาพครับ เดียวมาต่อกันอีกนิดนะครับ
ดงบาทา




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 00:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนที่ดงบาทาอ้างว่า....

"ช่างบังเอิญเหลือกับท่าน อ.เสถียรพงษ์ วรรณปก เขียนบทความว่าด้วย"พระพุทธเจ้าเสด็จบวชในเวลากลางวัน ท่ามกลางน้ำพระเนตรของพระมารดา เพราะว่าถูกขับออกจากสมาคมพระญาติเรื่องแย่งน้ำ"
v
v
v
นั้นก็เพราะว่า ท่านศาสตราจารย์เสถียรพงษ์ เป็นราชบัณฑิต สอบเปรียญเก้าได้ในขณะทีเป็นสามเณร (รูปแรกในรัชกาลที่ 9 สมัยเริ่มสอบด้วยข้อเขียน และเป็นรูปที่สามในสมัยรัตนโกสินทร์)
จบปริญญาตรี และปริญญาโท ภาษาบาลีสันสกฤตจากม.เคมบริดจ์ประเทศอังกฤษ หากศึกษางานของท่านจะมีมุมมองด้านศาสนาพุทธอีกหลายมิติครับ
วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้บางทีจะเอารูปพระพุทธที่งดงามมาฝากครับ
ราตรีสวัสดิ์
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 02:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลังพุทธกาลมาแล้ว การจับสึกพระ นอกจากผิดพระวินัยรุนแรงแล้ว

ก็คือผิดกฏหมายบ้านเมืองครับ

คุณดงบาทาลองไปอ่านคห.นี้นะครับ ผมได้อธิบายให้แก่ศิษย์นายเกษมฟังไว้

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3498809.msg17570470#msg17570470

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 09:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
คุณเอกครับ ..เรียนตามตรง กระทู้ที่คุณเอกเขียนผมอ่านหมดแล้ว และมันไม่เกี่ยวกับประเด็นของผม ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นทั้งเรื่องวินัย เรื่องผิดถูกก็ไม่ยุ่งด้วย ดังที่ได้อธิบายไปแล้วครับ..

ปัญหาที่ผมเสนอไว้คือ..เรื่องของนิติราษฎร์ หรือเรื่องของพระเกษม
เป็นปลายเหตุ เหตุของนิติราษฎร์มาจากรัฐประหารและอำนาจเผด็จการ
เหตุแห่งพระเกษม คือปัญหาวงการคณะสงฆ์

แม้พระอัสสชิเป็นพระนวกะ ยังไม่รู้ธรรมลึกซึ้ง แต่ได้แสดงธรรมสำคัญ
อันเป็นหัวใจพระศาสนา แก่อุปติสสะมานพ(พระสารีบุตรในกาลต่อมา)โดยย่อว่า

"เย ธัมมา เหตุปปะภะวา เตสัง เหตุ ตะถาคะโต เตสัญจะ โย นิโรโธจะ เอวัง
วาที มะหาสะมะโณ"....

ธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระตถาคตเจ้าตรัสบอกถึงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
พร้อมทั้งความดับแห่งเหตุของธรรมเหล่านั้น พระมหาสมณเจ้ามีปกติตรัสสอนอย่างนี้.....

ผมของดไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก ดังที่ลุงแมนว่า คุยเรื่องพระเรื่องเจ้าเรื่องศาสนาหากไม่ระมัดระวังรังแต่จะทำให้ทะเลาะกัน ครับ..
ส่วนประเด็นทีคุณเอกเขียนนั้นไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นของผม และระวังด้วยนาครับนา เดียวจะกลายเป็นคนยึดติดไปเสียเอง ครับผม... q*027
ขอบคุณครับ
q*038ดงบาทา q*038
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 17:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมยังยึดติดอยู่หลายอย่างครับ โดยเฉพาะสาวๆสวยๆ ผมไม่อาจละสายตาได้ q*020

ส่วนเรื่องนิติราษฎร์ ลองไปดูตามนี้นะครับ


http://akecity.blogspot.com/2011/10/50.html


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 17:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมยังยึดติดอยู่หลายอย่างครับ โดยเฉพาะสาวๆสวยๆ ผมไม่อาจละสายตาได้ q*020

ส่วนเรื่องนิติราษฎร์ ลองไปดูตามนี้นะครับ


http://akecity.blogspot.com/2011/10/50.html



ตามคุณใหม่ไปดูหลายเรื่องล่ะ!! เมื่อยจัง.!!ไปถึงบ้านน้ำท่าไม่มีเลี้ยงบ้างเลยหรือ!!@@!! q*073q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 18:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยังไม่ถึงกำหนด ลากิจไม่ใช่เหรอคับ
คุณทองผาที่รัก....ทำงานก่อนไม่จ่ายตังค์นะ q*073q*073
ดงบาทา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 2 ต.ค. 11, 22:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ยังไม่ถึงกำหนด ลากิจไม่ใช่เหรอคับ
คุณทองผาที่รัก....ทำงานก่อนไม่จ่ายตังค์นะ q*073q*073
ดงบาทา

ลากิจไปอยู่กลางทุ่ง..ดันมาเถียงกันเสียงดังอยู่ใกล้ๆ!!..แล้วใครจะไปทนไหว!!! q*070q*070..เฮ่อ!!


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าน
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 7 ต.ค. 11, 09:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณเอง คุณทองผา คุณลำตระคอง คุณดงบาทา คุณคิม อยากเห็นหน้าตาคุณจริงๆ q*074

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  พระ เรียน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม