หน้า: 1 2 3 4

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: นายพระเกษมบอกผู้หญิงไม่ควรเป็นผู้นำประเทศ!  (อ่าน 65279 ครั้ง)
Guest
บาง
เรทกระทู้
« ตอบ #135 เมื่อ: 7 ต.ค. 11, 02:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

กล้าว่าท่านบ้า...แล้วพวกท่านล่ะ...เคยเอาธรรมเข้าแก้ปัณหา...เห้นแต่ตะแบง...สารพัดอ้างเลี่ยงบาลีกันส่งเดช...เพื่อตัวเองหรือ...

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #136 เมื่อ: 7 ต.ค. 11, 10:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ด้อยปัญญา ไม่มีการศึกษา
พูดใช้ศัพท์ดี แต่สงสัยพระไม่เคยศึกษานอกไทย,Lack of knowledge
1. equality ไม่รู้จัก
2. กม.ไม่รู้จริง
3. พระพุทธเจ้าไม่สอนการเมือง แต่การใช้ชีวิต ให้พระเป็นตัวแทนเผยแพร่พระพุทธศาสนา ไม่ได้สอนการเมือง(ผิดหลักการดำเนินชีวิตเช่นสงฆ์) ผิดกิจของสงฆ์
4. วจีสุจริต ไม่มี
5. บาปกรรมนัก ศึกษาไม่แท้ อวดอ้างปัญญาซึ่งหามีไม่ ให้ความรู้ผิดๆแก่พุทธศาสนิกชน...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pok
เรทกระทู้
« ตอบ #137 เมื่อ: 7 ต.ค. 11, 14:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถ้าประไตรปิฎก สอนให้คนเป็นแบบนี้จริงๆ ผมจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นดีกว่า
เปลี่ยนไปเลยคับ จะมาบอกทำไม q*00
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #138 เมื่อ: 7 ต.ค. 11, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พูดเข้าท่าก็เรื่องนี้แหละ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
sunny
เรทกระทู้
« ตอบ #139 เมื่อ: 7 ต.ค. 11, 20:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ให้ดูตั้งแต้เริ่มคลิบจะให้ความเป็นธรรรมกับท่านเพราะสื่อดันออกเป็นกระท่อนกระแท่นจึงดูแกผิด ดูเริ้มแล้วตัดสินใหม่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Unknown
เรทกระทู้
« ตอบ #140 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 05:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ไม่เห็นจะสนใจ รู้สึกเหมือนเป็นการกระทำของคนหัวล้านที่ดันเอาผ้าเหลือมาห่ม ไม่เห็นต้องนับถืออะไรเลยกับคนพวกนี้
อย่ายึดติดกับรูปลักษณ์ ยึดมั่นกับพระธรรม อย่ายึดติดเพราะแค่เป็นพระพุทธหรือพระสงฆ์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #141 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 16:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เข้ามาดูว่าใคร นรกจะกินหัวบ้าง กระแสพาไปจริงๆ สำหรับผมยกมือไหว้พระองค์นี้ได้อย่างสนิทใจครับ ศาสนาพุทธบ้านเราถูกเชื่อแบบผิดเพี้ยนมานานแล้ว ใครอยากหลับหูหลับตาด่าต่อไปก็เชิญนะครับ กรรมใครกรรมมัน แล้วก็อย่าลืมกราบไหว้ยกย่องพวกบรรดาท่านเจ้าคุณ พระะเทพ..พระธรรม..ทั้งหลายที่วางกริยาสงบเสงี่ยมนั่งเบ๊นซ์คันยาวๆมีเงินส่วนตัวใน บ/ช เป็น10ล้าน100ล้านต่อไปนะครับq*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #142 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 17:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมรู้แต่ว่า ผมมีแม่เป็นผู้หญิงไม่ใช่อีตูดดด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นายเอ็ม
เรทกระทู้
« ตอบ #143 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 21:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อิจฉาเค้าอ่ะดิท่าน 5555+++ ^^ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เด็ก
เรทกระทู้
« ตอบ #144 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 21:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี ควรได้รับคำแนะนำ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะอิตะ
เรทกระทู้
« ตอบ #145 เมื่อ: 8 ต.ค. 11, 22:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าจะผิดผู้ที่แปลพระไตรปิฏกให้ท่านอ่านเป็นคนผิด เพราะเห็นท่านอ้างอิงตลอด เราจะไม่เคารพตัวตนของท่านแต่จะเคารพคำสอนขององค์คถาคตของเราที่ท่านนำมาเผยแผ่ ที่เป็นหลักความจริงมาใช้ในชีวิตประวัน ดีกว่าไปเชื่อหลวงปู่หลวงพี่เกจิอาจารย์ พรมนํามนต์ เสกพระให้ห้อยคอเหมือนเป็นสัญญาลักษณ์ความงมง่าย คนก็ยังเจ็บยังซวยเหมือนเดิมให้ศาสนาอื่นดูถูกพอเขาว่าก็โกรธเขาหาว่าเขาลบหลู่ แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าสอนไว้ถือว่าที่สุดในโลกแล้ว จริงที่สุดคำสอนของพระพุทธเจ้าจะออกจากปากใครก็ช่างเป็นจริงเสมอ หามาตลอดชีวิตเพิ่งมาเจอพระเกษมนี่แหละใกล้เคียงธรรมพระพุทธเจ้า ดีกว่าไปกับเสื้อแดงเสื้อเหลือง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #146 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 11:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอเสริมนิดนึงค่ะ เรื่องการใช้นามสกุลตัวเอง ดิฉันไม่มีเจตนาลบหลู่พระสงฆ์ แต่ในพระไตรปิฎกและในคำสวดวัตรเช้าเย็น พระพุทธเจ้าสอนให้นับถือพระอริยสงฆ์ที่ควรแก่การที่พุทธศาสนิกชนจะบูชาต้อนรับ การกล่าวคำส่อเสียดหรือคำหยาบเป็นการละเมิดแม้แต่ศีล 5 ข้อที่ 4 และอันที่จริงก็ไม่ควรพยากรณ์ว่าใครเหมาะหรือไม่เหมาะ ที่ว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง การกล่าวคำใดออกไปก็ควรมีข้อจำกัด กล่าวสั้นๆให้ได้ใจความเพื่อเป็นการแสดงความคิดเห็นเท่านั้นแล้วจบ เพราะตามหลักประชาธิปไตยทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นได้ แต่ถ้าก้าวล่วงไปจนกระทบถึงสิทธิของผู้อื่น มันก็จะกลายเป็นหมิ่นประมาทได้ ผิดกฎหมายอีกต่างหาก

เรื่องนามสกุล ดิฉันเป็นคนที่แต่งงานแล้วไม่จดทะเบียนสมรสและไม่เปลี่ยนนามสกุล สาเหตุเพราะ

1. ดิฉันไม่เชื่อมั่นว่าการแต่งงาน ใบทะเบียนสมรสมีความสำคัญอะไร เพราะถึงแม้ว่าจะจดทะเบียนสมรส เค้าก็สามารถซื้อทรัพย์สินในชื่อของใคร หรือยกให้ใครก็ได้ทั้งนั้นตามเจตนาที่เค้าต้องการ ไม่พอใจกัน ไม่หย่าร้าง เค้าก็ไปจดทะเบียนรับผู้หญิงอื่นให้ใช้นามสกุลในฐานะน้องบุญธรรมก็เคยมี ในกรณีของดิฉันทรัพย์สินที่หามาได้ทั้งหมดร่วมกัน บางส่วนอยู่ในชื่อดิฉันคนเดียว บางส่วนเป็นกรรมสิทธิ์ร่วมกัน แต่ทั้งหมดมีชื่อดิฉันเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทั้งหมด ในขณะที่เพื่อนแต่งงานจดทะเบียนสมรส แต่ช่วยกันซื้อบ้านไว้ร่วมกันก่อนแต่งงานโดยใส่ชื่อฝ่ายชายไว้คนเดียว บ้านจึงไม่เป็นสินสมรส ภายหลังเมื่อหย่าร้างกัน ฝ่ายชายมีกรรมสิทธิ์ในบ้านเพียงคนเดียวเท่านั้น หย่าแล้วฝ่ายหญิงต้องไปแต่ตัว อย่าลืมนะ ฝ่ายหญิงมีทั้งทะเบียนสมรส ออกค่าบ้านครึ่งนึง และมีลูกด้วยกัน ปัจจุบันฝ่ายชายแต่งงานใหม่ไปนานมากแล้ว โกงบ้านไปด้วย

2. การที่ดิฉันไม่เปลี่ยนนามสกุลเพราะพ่อแม่ไม่อยากให้เปลี่ยน พ่อแม่เลี้ยงดูดิฉันมา ส่งเสีย เลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำ ดูแลรักษาพยาบาล ให้ความรู้การศึกษา อบรมให้เป็นคนดีในสังคม มีความจำเป็นอะไรที่ดิฉันต้องเปลี่ยนไปใช้นามสกุลอื่น เพราะฝ่ายชายรวยเหรอ นามสกุลดังเหรอ อย่างนี้ก็แสดงว่าไม่ได้รักเค้าที่ตัว แต่รักเงิน รักทรัพย์สิน รักชื่อเสียงเค้า กลัวไม่ได้สมบัติของเค้าหรือไง หาเงินเองไม่เป็นหรือไง กลัวไม่เด่นไม่ดัง กลัวสังคมไม่ยอมรับเหรอ ทำไมล่ะ คนเราไม่ว่าชายหญิงก็มีมือ เท้า มันสมองเท่าๆกัน ทำด้วยตัวเองไม่เป็นเหรอ
3. ดิฉันทำงานจำเป็นต้องใช้เอกสารตั้งเยอะ เปลี่ยนนามสกุลแล้วยุ่งยาก วุ่นวาย ดิฉันไม่ชิน เป็นความผิดว่าไม่ยกย่องสามีด้วยหรือ แล้วทำไมต้องยกย่องคนอื่นมากกว่าพ่อแม่ตัวเอง เค้าเป็นใคร ถึงต้องสำคัญกว่าพ่อแม่เราด้วย พ่อแม่เรารักเราตลอดไปจนกว่าท่านจะตายจากไป ส่วนสามีเป็นคนอื่น ออกนอกบ้านไปก็อาจไปเป็นสามีของใครต่อใครอีกก็ไม่รู้ ทำไมต้องไปใช้นามสกุลคนอื่น ในเมื่อนามสกุลตัวเองก็มีอยู่แล้ว ใช้มาตั้งแต่เกิดแสดงตัวตนว่าใครเป็นบิดามารดา เสียหายตรงไหน
4. สมัยนี้ กฎหมายเค้าเปลี่ยนแปลงแล้วค่ะ กฎหมายอนุญาตให้ผู้หญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว สามารถเลือกใช้นามสกุลตัวเองได้ เป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานส่วนบุคคล แม้แต่ดิฉันไม่จดทะเบียน ไม่เปลี่ยนนามสกุล ก็ใช้นำหน้าว่า "นาง" ให้รู้ว่ามีสามีแล้ว แต่นั่นมันเรื่องส่วนตัว เป็น "สิทธิ"ที่ทุกคนเลือกได้ ไม่เห็นเกี่ยวกับการทำงาน ใครจะเลือกยังไงก็ไม่ควรมองว่าเค้าผิด ดิฉันเคยเห็นคู่แต่งงานที่ฝ่ายหญิงบังคับให้ฝ่ายชายเปลี่ยนนามสกุล และลูกใช้นามสกุลของแม่เยอะแยะ ไม่เห็นเป็นยังไง เด็กเค้าเลือกเค้าเองนี่คะ
5. ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เป็นชายหรือหญิง ถ้าคุณมีความรู้ความสามารถก็บริหารบ้านเมืองได้ทุกคนนั่นแหล่ะ ไม่เห็นต้องเลือกปฏิบัติหรือสองมาตรฐานด้วยการเอาเรื่องผู้ชายผู้หญิง นามสกุลมาโจมตีกัน เค้าก็รักลูกของเค้า และเลี้ยงดูให้ความรักลูกดีกว่าผู้หญิงบางคนที่จดทะเบียนสมรส แต่กลับไม่สนใจดูแลลูก
เคยเห็นผู้หญิงบางคนมั้ย พอสามีได้ดิบได้ดีหน่อย ทำเป็นยกตัวเองซะใหญ่โต บางคนเอาลูกเล็กๆไปไว้โรงเรียนประจำ แล้วก็ทำตัวให้ว่างๆคอยคุมสามีเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ แทนที่จะเอาเวลาไปทุ่มเทสนใจเลี้ยงลูกให้เต็มที่ พยายามใฝ่รู้ หาประสบการณ์ ทำงานให้เก่งๆมีความรู้ความสามารถในการบริหาร นี่คอยเดินตามคุมสามีอย่างเดียว แล้วก็ผักชีโรยหน้าไปวันๆ สร้างภาพว่าชั้นเก่ง แถมทำตัวไฮโซใช้บารมีข่มคนรอบข้างอีกด้วย ทำตัวอย่างนี้สิ จะยิ่งทำให้ประชาชนไม่พอใจ และไม่ยอมรับในตัวของผู้หญิงคนนั้นมากกว่า ฐานที่มาจุ้นจ้านกับเรื่องของสามี ภริยานักการเมืองน่ะ ตัวดี ลองสังเกตดูสิ ยิ่งกว่าพวกนักการเมืองที่เป็นผู้หญิงอีก เพราะเค้าไม่ได้ลงมาทำงานเองโดยตรง เค้าไม่มีวันเข้าใจประชาชน ไม่มีวันรู้หรอกว่าประชาชนต้องการอะไร และคนบางส่วนก็ไม่ชอบให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามายุ่งจุ้นจ้านวุ่นวายกับงานที่ตัวไม่มีหน้าที่ ถ้าใครอยากยุ่ง ก็ไปลงพื้นที่เองเลย ดีกว่าไปยืนเสนอหน้าตามงานสโมสรสันนิบาต อย่างนั้นน่ะมันง่าย !

อันนี้เค้าเป็นผู้หญิงก็จริง แต่คนส่วนใหญ่ยอมรับในความรู้ความสามารถของเค้า ถ้าเค้าไม่เก่งจริง ไปหาเสียงใครเค้าจะไปฟัง ใครเค้าจะไปเชื่อถือ ขอให้ท่านไปศึกษาประวัติและประสบการณ์การทำงานของเค้าก่อน แล้วค่อยมาเทศก์ เวลาท่านเทศก์ เอาพูดสั้นๆครั้งเดียวแล้วจบเถอะ ขอบิณฑบาตรให้นึกถึงพระสงฆ์องค์อื่นๆในบวรพุทธศาสนาจะเสื่อมเสียไปด้วย อุตส่าห์อุเบกขาหลายทีแล้ว เรื่องนี้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Sleep Tiger
เรทกระทู้
« ตอบ #147 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 12:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถ้าจะว่าท่าน ว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ก็ถูก แต่ท่านก็แค่กล่าวเตือนตามที่ท่านศึกษาจากพระไตรปิฏก เราไม่เชื่อตามท่านก็บอกเหตุผลมาโต้เถียงมิใช่ไปด่าต่อว่าท่าน ยังไงท่านก็เป็นพระที่มีจุดมุ่งหมายให้พวกเราศึกษาพุทธศาสนาจากพระไตรปิฏกโดยตรง เพียงแต่การสื่อสารและท่าทางของท่านจะแรงงงงงงงงมากไปนิสนึงอ่ะ
ก็ยังดีกว่าพระที่ไปให้เลือดในกลุ่ม นปช.และเอาไปเทหน้าทำเนียบไม่รู้ว่าพวกท่านเหล่านั้นเป็นหมอผีเขมรมาห่มผ้าสีเหลือง คนพวกนี้แหละไม่ควรแก่การนอบน้อมและกราบไหว้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปิติ
เรทกระทู้
« ตอบ #148 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 14:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนที่นั่งฟังอยู่มีสมองกันหรือเปล่า โง่จังไม่ทำมาหากินหรือไง
เอาเงินทำบุญมาช่วย เพื่อนร่วมประเทศที่เดือดร้อนจากอุทกภัยดีกว่ามั้ย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
pu-gun
เรทกระทู้
« ตอบ #149 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เษม;เราขอนิมนนายไปอยู่3จว.ชายแดนใต้ อยากให้นายไปเดินบิณฯที่นู่นว่ะ q*038

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ออด
เรทกระทู้
« ตอบ #150 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 19:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อยางนี้เขาไม่เรียกพระครับ เขาเรียกคุณเปรต
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะอิตะ
เรทกระทู้
« ตอบ #151 เมื่อ: 9 ต.ค. 11, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเห็นด้วยกับคุณเสือหลับ ยังไงท่านก็ยังไม่ลืมพระศาสดาของเรา ย้งช่วยเผยแผ่คำสอน แม้จะไม่มากเหมือนพระอื่นก็เถอะ ท่านกำลังบอกให้เราตื่นและเดินตามพระไตรปิฏกเล่มเดียวกัน มันน่าจะมีทุกบ้านที่นับถือพุทธ พอไปวัดแล้วเปิดดูด้วยกัน เหมือนกับคริสต์เขาทำกัน ศาสนาพุทธเราก็ต้องการคนนับถือเยอะๆ จะทำอย่างไรถึงจะเผยแผ่คำสอนดีๆให้กับบุคคลที่เขายังไม่เชื่อ ให้รับรู้ ถ้าเราไม่ทำวันนี้ พรุ่งนี้ผ้าไตรจะเหลือไว้แค่เหน็บหู และเรียกตัวเองว่าพุด แล้วเราจะโทษใครถ้าไม่ใช่เป็นเพราะเกษมเองแหละ ถ้าพระเกษมผิดจริงอย่าว่าแต่จีวรปลิวเลย กางในก็ไม่เหลือ ห่วงตัวเองว่าถือศาสนาใดกันแน่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
hey dude
เรทกระทู้
« ตอบ #152 เมื่อ: 10 ต.ค. 11, 00:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันนี้ถ้าผมพูดไม่เข้าหูใครผมขอโทดด้วยนะครับ
ในทางความเป็นจริงเเล้วพระเกษมพูดถูกนะครับที่ ห้ามให้ผู้หญิงขึ้นปกครองประเทศ ราชวงศ์ ยังห้ามให้ผู้หญิงปกครองประเทศ นะครับ
ศาสนาอิสลามก็ห้ามให้ผู้หญิงปกครองประเทศ
ศาสนาคริสก็เหมือนกันนะครับ
เพราะเชื่อกัลว่า ผู้หญิงปกครองประเทศจะไม่ดีครับ
เเล้วที่บอกว่าน้ำที่ท่วมตอนนี้เป็นเพราะธรรมชาติลงโทดเรานั้นก็เป็นเเค่บางส่วนนะครับ เเละยังมี ฤษีลิงดำ ได้พูดด้วยว่า "...จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว ควงคทามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง...
...ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ
...ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
...จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา..."
ถ้าไม่เชื่อผมไม่ว่านะครับ เเต่อย่าลบหลู่เเล้วกัล ใครไม่พอใจที่ผมโพ้สด่าได้เลยนะครับ ผมเข้าใจครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แปลกใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #153 เมื่อ: 12 ต.ค. 11, 17:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บางศาสนาคนแรกเป็นชาย อดัมไง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ลองดูครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #154 เมื่อ: 31 ต.ค. 11, 19:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ธรรมดา ผู้หญิงย่อมมีฐานะอันไม่ทัดเทียมกับชาย 5 ประการ
1. เป็นผู้มีระดู
2. เป็นผู้ต้องบำเรอชาย
3. เป็นผู้ต้องตั้งครรภ์
4. เป็นผู้ต้องคลอดบุตร

๑๐. กัมโมชสูตร
ว่าด้วยมาตุคาม
[๘๐] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ อยู่ ณ โฆสิตาราม
กรุงโกสัมพี ครั้งนั้นท่านพระอานนท์เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ฯลฯ ได้ทูล
ถามว่า อะไรหนอ เป็นเหตุเป็นปัจจัย พระพุทธเจ้าข้า มาตุคามจึงไม่นั่งใน
สภา ไม่ประกอบการงานใหญ่ ไม่ได้ไปนอกเมือง
พ. ตรัสตอบว่า อานนท์ มาตุคามเป็นผู้มักโกรธ มาตุคามเป็นผู้
มักริษยา มาตุคามเป็นผู้มักตระหนี่ มาตุคามเป็นผู้ทรามปัญญา อานนท์
นี้แล เป็นเหตุ เป็นปัจจัย ให้มาตุคามไม่นั่งในสภา ไม่ประกอบการงานใหญ่
ไม่ได้ไปนอกเมือง.

ขอให้เราศึกษาให้ดี อย่าใช้ความรู้สึกเข้ามาเกี่ยว ว่ากันตามธรรม
คำว่ามัก คือ โดยมากครับ ไม่ได้เหมาทั้งหมด ผมเคยเห็นผู้หญิงที่ไม่โกรธ ไม่อิจฉา ไม่ตระหนี่ เป็นผู้มีปัญญาดี มาแล้ว แต่มีน้อยครับ

ในสังคมของชายหญิงก็แตกต่างกันมากครับ ผมเห็นว่า"โดยมาก" สังคมชาย จะตรงไปตรงมา ไม่อิจฉากัน มุ่งมันให้งานสำเร็จ เคารพนับถือกันตามธรรม แต่ในสังคมหญิง "โดยมาก" หาสิ่งเหล่านี้ได้ยาก ทำตัวดีแค่ไหนก็อาจถูกนินทาหาว่านั่นว่านี่บ้าง วางตัวเป็นผู้นำได้ยาก ด้วยเหตุนี้ พระพุทธองค์ถึงไม่อนุญาตให้มีภิกษุณีในตอนแรก

มีหลายคนพยายามอธิบายว่าพระพุทธพจน์ถูกต้องตามอดีตอย่างเดียว ผมมีความเห็นว่า เขาเป็นผู้กล่าวตู่พระธรรมอย่างเเรงครับ เพราะพระธรรมของพระพุทธเจ้าตรัสแล้วเป็นหนึ่ง ไม่มีสอง พระสัพพัญญุตญาณ ล่วงญาณของมนุษย์ ไม่มีมานะ(ความถือตัว)มาเจือปนแน่นอน พระองค์ทรงทราบธรรมทั้งปวง รู้เครื่องให้ถึงฐานะทั้งปวง รวมถึงฐานะความเป็นหญิง ก็ธรรมให้ถึงความเป็นหญิงปรากฎเฉพาะการผิดศีลข้อ 3 การเข้าถึงฐานะหญิงจึงบังเกิดความทุกข์ตามมาอีก 5 ประการดังที่ได้กล่าว

ผมไม่ได้บอกว่าหญิงไม่ทัดเทียมชาย แต่โดยธรรมแล้ว เราย่อมรู้กันดีอยู่

เพราะถ้ามีการตั้งกระทู้มาแบบนี้ ก็จะเป็นธรรมดาที่จะไม่เป็นที่ชอบใจสำหรับผู้หญิงทั้งหลาย เสมือนถ้ามีคนบอกว่าชายกลุ่มA ไม่เสมอภาคกับกลุ่มB แน่นอนว่าเป็นธรรมดาว่ากลุ่ม A ก็ต้องไม่ชอบใจแน่นอนครับ

แต่ธรรมย่อมเป็นธรรม เราทั้งหลายพึงเคารพธรรม ไม่พึงเห็นตามความรู้สึก อารมณืส่วนตัว

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 4

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม