หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: หากสิ่งนี้ไม่ใช่อัศจรรย์ ผมจะไม่เชื่ออะไรอีก...เรื่องจริง  (อ่าน 1334 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 ม.ค. 12, 21:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หากสิ่งนี้ไม่ใช่อัศจรรย์ ผมจะไม่เชื่ออะไรอีก


จะว่าไปก็เหมือนมหากาพย์เลยนะครับเรื่องนี้ ย้อนหลังไป 6 เดือนที่แล้ว วันที่ 22 ธันวาคม 2008 ผมใช้ชีวิตปรกติเหมือนวัยรุ่นทั่ว ๆ ไป ไปเรียน ดูหนังกะแฟน แต่จะแปลกก็เห็นจะเป็นแค่ตอนเย็นที่จะไปเยี่ยมแม่ ที่เข้ารับการผ่าตัดที่ รพ. ศิริราช เวลาล่วงเลยการผ่าตัดมาประมาณ 9 ชั่วโมง (เข้าห้องผ่าตอน 12.00)

เวลาในตอนนั้นประมาณ 3 ทุ่มผมได้เดินทางไปถึงหน้าห้องผ่า แล้วหมอคนนึง วิ่งหน้าตาตื่นออกมา พูดว่า ขอพบญาติของคุณลักษณา (ชื่อแม่ผม) ผมก็เดินไปกับพี่สาว พี่ชาย และน้า (ในใจคิดว่าดีแล้วที่ออกมาซะที) แต่แล้ว คุณหมอก็ได้พูดเรื่องที่ผมฟังแล้วรู้สึกว่าเป็นคำพูดที่หยาบคายที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลย คือ "แม่ของคุณเป็นมะเร็งระยะลุกลาม คือแบบว่าลุกลามมามากแล้วหละครับ คณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาลำไส้ที่เป็นก้อนมะเร็งออกมา แต่แม่ของคุณ จะต้องมีถุงที่หน้าท้อง (colostomy)" นานแค่ไหนครับ" "ตลอดชีวิตครับ" "และแม่ผมจะอยู่ได้นานเท่าไหร่" "ผมคาดว่า น่าจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนครับ"

คุณเชื่อมั๊ย หนังที่เคยดู ๆ มา ตามสูตรหนังไทยแป๊ะ ๆ ที่หมอออกมาพูดประโยคคลาสสิคหลังจาบรรดาญาติ ๆ วิ่งกรูไปถาม คนไข้เป็นยังไงบ้างและหมอตอบว่า "ผมคาดว่า น่าจะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนครับ" โอ้โหคุณ เชื่อมั๊ยคุณพอมันเกิดกับตัวเองเท่านั้นแหละ มันเหมือนมีคนเอารีโมทมากดย้อนภาพวันเวลาของผมกับแม่สมัยเด็ก ๆ ทุกช๊อต ทุกตอน ทุกภาพ ขอเน้นว่า ช่วงเวลาทั้งหมดของผมกับแม่ มันรันในสมองผม 22 ปี ต่อเสี้ยววินาที



หลังจากนั้น ผมเริ่มต้นร้องไห้ ร้องไปเรื่อย ๆ ผมอยากร้องไห้ไปตลอดชีวิต ความเสียใจทั้งหมด มันมาจุกอยู่หลังลูกตาอันร้อนกลุ่น สิ่งที่ผมคิดได้ตอนนั้น คือ ทำไมต้องเกิดกับแม่ของผม ?? ผมโทษพระเจ้า เพราะแม่ของผม ทำงานด้านงานอภิบาล และมีความเชื่อในพระเจ้ามาตลอดชีวิตของท่าน (ครอบครัวผมเป็นคาทอลิค)

ผมเริ่มเกิดความคิดมนุษย์ ความคิดแบบมนุษย์สุด ๆ คือ ทำไมพระเจ้าทำอย่างนี้กับครอบครัวเรา?????

นั่งอาบน้ำตาอยู่ได้ 2 วันเต็ม ๆ จึงได้พบว่า เห้ย!!! มันอาจเป็นบททดสอบก็ได้ เราเนี่ยแหละ โชคดี ๆ สุด ๆ แล้ว ทีได้รู้ว่า เรามีเวลาอยู่กับแม่ได้อีกนานแค่ไหน ในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่มี ผมเริ่มภาวนา และตั้งใจว่า จะใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่ามากที่สุด............

และแล้ว ผมก็ได้ มาตั้งกระทู้
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=125034 (กระทู้นี้ถูกลบไปแล้ว - noojidsai ) เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์กับผู้คนที่ผมรู้จักให้มากที่สุด บอกเขาว่า คุณมีเวลาอยู่กับแม่ จงรักแม่นะครับ จุดประสงค์ในตอนนั้น เพียงเพื่อ ต้องการให้ทุก ๆ คนดูแล "สิ่งที่มีค่าที่สุดในกมล"

หลังจากนั้นผมได้เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาลได้ประมาณ 1 เดือน ระหว่างนั้น ได้รับการช่วยเหลือจากบรรดาญาติมากมาย ทั้งบรรดาเพื่อน ๆ ทั้งบรรดาชุมชนคาทอลิก และได้รับกำลังใจจากผู้คนอันแสนอบอุ่น ณ บอร์ดแห่งนี้

ผมยังคงจำ ความ อุตสาหะ ที่มีให้กับผมนะครับ คุณ***White Jam*** กับเพลง Save you จากกระทู้
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=125110&postdays=0&postorder=asc&start=0 (กระทู้นี้ถูกลบไปแล้ว - noojidsai )

คุณPOmPuRiN ที่ยังคงใช้ซิกส์
>> ขอเป็นกำลังใจให้คุณ pheonix_milan และคุณแม่ครับ

เพื่อน แนน มีส รอนนี่ กับกำลังใจดี ๆ

คุณ knOwTrafford เจ้าของสโลแกน
knOwTrafford พิมพ์ว่า:

อย่าลบหลู่ปาฏิหาริย์ แด่คุณ Phoenix_milan และคุณแม่ครับ

และอีกหลาย ๆ คน (ขออภัยหากกล่าวไม่หมด)

หลังจากนั้นผมได้เล่าให้แม่ฟังเรื่องบรรยากาศในบอร์ดของเรา ผมจึงได้ตั้งกระทู้
http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=125605&postdays=0&postorder=asc&start=0 (กระทู้นี้ถูกลบไปแล้ว - noojidsai ) เพื่อเอาไปให้แม่อ่านที่ รพ. ขอบคุณทุกคน ที่ช่วยเหลือ ทั้งการแปลงไฟล์ คลิป พระสันตะปาปา (เพื่อนำไปให้แม่ฟังที่ รพ.)
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 4 ม.ค. 12, 21:40 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลายคน อาจจะงง ว่าเรื่องมันจะไปจบลงที่ตรงไหน????

หลังจากนั้นทุก ๆ เดือนผมจะต้องพาแม่ไปให้คีโมบำบัด คุณเชื่อมั๊ยหละ คนเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายกับการทำคีโม ผมมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระเลยหละ คุณต้องเห็นภาพที่แม่ผม นั่งเศร้า นั่งเหม่อ .....จากคนที่มักจะเป็นคนให้กำลังใจผู้อื่น ใครมาปรึกษาก็จะรู้สึกดี กลับกลายเป็นคุณที่หัวใจแห้ง ขาดความเป็นตัวเอง นั่งตาเหม่อลอย ในขณะนั้น ผมกลับรู้สึกเจ็บปวดมาก .......ผมเห็นภาพที่แม่ไปรอรับการตรวจและรอรับใบส่งตัว กับการจัดการพยาบาลเน่า ๆ ของเมืองไทย ระบบอันด้อยซึ่งประสิทธิภาพของ รพ. ศิริราช (อันที่จริงก็เห็นใจเหมือนกัน) และภาพอาการของแม่เมื่อแพ้ยาคีโม อาเจียน ท้องเสีย และร้อนใน โรคแทรกซ้อน ช่วงนั้นคือช่วงพีคสุดๆแล้วครับ ......ภาพพี่สาวนั่งทำถุง colostomy ทั้งน้ำตา.......ภาพสีหน้าแห่งความอายของแม่ เมื่อถุง colostomy และมีกลิ่นออก ไปไหนมาไหนไม่ได้ไกล ......ภาพหญิงที่พยายามเลือก วิกผม ให้ตัวเอง พยายามเลือกที่เข้ากับตัวเองที่สุด และ "ถูก" ที่สุด .......หญิงที่เคยทำงานอภิบาล กลับมานั่งจมปลักอยู่กับบ้านไปวัน ๆ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่ง จัดการกับ อุจจาระตัวเอง............

เวลาผ่านไปวัน ๆ วันแล้ว วันเล่า แต่มันกลับย้ำเตือนว่า เวลาที่ได้อยู่กับแม่ น้อยลง ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที ทุกวินาที......การใช้ชีวิต ต้องปรับเปลี่ยนใหม่หมด การฝึกงานบริษัทดี ๆ ที่ภูเก็ต ต้องมาเปลี่ยนที่แบบไร้จุดหมาย ......โอกาสเก็บเงินเดือนละ 80,000 ที่มีคนหยิบยื่นมา ที่ต่างประเทศ ต้องล้มแผน เพราะ ผมไม่อยากห่างจากแม่........

กำลังใจของแม่ดีขึ้นทุกวัน ๆ ใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ มาได้ทุกวัน ๆ จะต่างก็ตรงที่แม่เริ่มกล้าไปไหนมาไหนมากขึ้น เริ่มกลับไปทำงานอภิบาล จนคนที่เห็นแม่ผมกลับมาทำงานทั้ง ๆ ที่เป็นมะเร็ง ต้องหลั่งน้ำตา ในความปลื้มปิติ ที่ได้เห็นแม่ผมอีกครั้ง

แต่แล้ว

เมื่อไม่นานมานี้ (ประมาณ 1 อาทิตย์) คุณแม่ได้ไปตรวจวัดหาค่ามะเร็งคุณแม่ได้ฟังผล และได้โทรมาบอกผมว่า "คุณหมอบอกว่า จากการตรวจอัลต้าซาวน์ (วิธีการคล้ายกับตรวจเด็ก) ผลประกฏว่า "ไม่พบเชื้อมะเร็งเลยในร่างกาย" "ค่ามะเร็งที่ตรวจหาในเลือดเท่ากับคนปรกติทั่วไป"

..............................ผมคงไม่ต้องบรรยายว่าผมรู้สึกอย่างไรนะครับ

(แม่ฝากขอบคุณทุก ๆ คนด้วยนะครับ)


..........สิ่งนี้แหละคืออัศจรรย์ ผมมองว่านี่แหละ คืออัศจรรย์ที่สัมผัสได้ ทุกการกระทำ ทุกความช่วยเหลือ ทุกกำลังใจ ทุกช่วงเวลา ทุกสิ่งที่ผมจะสามารถบรรยายมาโยงกับการหายในครั้งนี้ได้ นี่แหละ อัศรรรย์

......ผมไม่คาดหวังให้มีแสงสว่างวาบ มาแล้วแม่ผมสลบไป แล้วตื่นขึ้นมาแล้วหายจากมะเร็ง แต่สิ่งที่ได้รับมามีค่ามากกว่านั้น ใคร ๆ อาจจะมองว่า หายเพราะ ยาคีโมรึเปล่า (ไปให้มา 5 ครั้ง) หายเพราะ น้ำเปล่าขวดละ 160 ที่ป้าซื้อมาให้รึเปล่า หายเพราะ ได้รับการบำรุงอย่างดีรึเปล่า ผมไม่เถียงหรอกครับ ใช่ หรือ ไม่ใช่ เดี๋ยววิทยาศาสตร์ จะพิสูจน์เอง แต่สิ่งที่มากกว่านั้น คือ อัศจรรย์แห่งความรัก ที่ยากจะหาสิ่งพิสูจน์

"หากสิ่งนี้ไม่ใช่อัศจรรย์ ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นว่าสิ่งใดจะใช่อีก"


ที่มา : http://www.soccersuck.com/soccer/viewtopic.php?t=164835
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 4 ม.ค. 12, 21:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073


Jesus loves you and so do I.
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
Pare
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 16 ม.ค. 12, 02:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะคุณเป็นคนที่โชคดีมากค่ะที่คุณแม่ของคุณหายจากโรคร้ายนี้ได้ดูแลท่านให้ดีดีนะค่ะต่อไปนี้ต้องตั้งอยู่บนความไม่ประมาทค่ะหมั่นพาท่านไปตรวจเช็คร่างกายทุกๆเดือนนะค่ะ เพราะคุณแม่เราเสียด้วยโรคมะเร็งตับค่ะเพราะไม่ได้ตรวจเช็คหลังจากที่คุณหมอแจ้งว่าหายแล้วค่ะนี่เป็นความประมาทของเราค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ใกล้ใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 16 ม.ค. 12, 11:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำให้รู้สึกดีใจที่เรายังมีคนที่เรารักและรักเรา เรารู้สึกอยากดูแลให้มากกว่านี้จริงๆ ที่แท้เป็นความรักที่ทำให้เกิดปาฏิหาริย์ ดีใจด้วยนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม