หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แม่ท้องรับมือน้ำท่วมอย่างไรดี กับ pregnancysquare  (อ่าน 79 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ก.ย. 12, 13:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*064แม่ท้องรับมือน้ำท่วมอย่างไรดี


จากเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมาสร้างความวุ่นวายต่อทรัพย์สินและจิตใจของทุกคนในประเทศไทย ซึ่งก็ยังไม่แน่นอนว่าในปีต่อๆ ไปจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกหรือไม่ แล้วหากเกิดขึ้นจะทำอย่าไร ยิ่งหากเกิดขึ้นในขณะที่ตั้งครรภ์ด้วยแล้ว คงสร้างความตึงเครียดให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่ไม่น้อย ในโอกาสนี้เลยอยากจะให้คำแนะนำกับคุณแม่ที่เป็นผู้ประสบภัยและผู้ที่ต้องเตรียมความพร้อม ว่าเราจะรับมือกับวิกฤตนี้อย่างไรดี

ก่อนประสบภัยต้องติดตามข่าวสารให้ดี คุณแม่หลายท่านที่อยู่ในเขตที่เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมต้องมีการเตรียมความพร้อม จัดการกับสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระบบและไม่ตื่นตระหนก อันดับแรกคุณแม่ต้องแบ่งสิ่งที่ต้องจัดการออกเป็นส่วนๆ เช่น เรื่องของการป้องกันน้ำท่วมบ้าน อันนี้ยกให้คุณพ่อไปเลย หาคนมาช่วยเก็บข้าวของขึ้นที่สูง ญาติพี่น้องต้องเกณฑ์มาช่วย หรือจ้างคนงานมาจัดการไปเลย ห้ามคุณแม่ยกของเอง บางทีการยกของไม่หนักมากแต่เดินขึ้นบันใดหลายๆครั้ง ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายได้

สิ่งที่คุณแม่ต้องเตรียมตัวอย่างที่สองคือเรื่องของแผนอพยพ ยิ่งครรภ์แก่ใกล้คลอด อายุครรภ์แปดเดือนขึ้นไปนี้ไม่ต้องวางแผนอยู่กับน้ำให้เสียเวลา คิดว่าถ้าน้ำมา เราจะอพยพไปอยู่ไหน บ้านญาติต่างจังหวัดใกล้ๆ มีหรือไม่ การเดินทางก็สำคัญ ไม่ใช่หนีการคลอดบนเรือกลายไปคลอดในรถแทนก็ไม่ไหว ต้องเอาที่ๆ ไม่ไกล แต่ปลอดภัยจากน้ำแน่ๆ จะได้ไม่ต้องย้ายหลายรอบ และอาจต้องวางแผนอยู่เป็นเดือน จะอยู่โรงแรมหรือ อพาร์ทเมนท์ หรือบ้านญาติก็แล้วแต่ เรื่องงานการคงต้องขอทำงานจากบ้านกันก่อน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ งานสำคัญต่างๆ เตรียมให้พร้อม

สำหรับคุณแม่ที่เพิ่งตั้งครรภ์ในไตรมาสแรกหรือไตรมาสที่สอง ที่คิดว่าจำเป็นต้องอยู่กับน้ำจริงๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องเตรียมอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอ นมที่เตรียมต้องเป็นนมกล่องUHT หรือนมกระป๋องพาสเจอร์ไรส์ เท่านั้น เพราะอยู่ได้นานและพร้อมดื่ม นมผงก็อาจลำบากหาน้ำสะอาดมาผสมอีก เตรียมน้ำดื่มให้เพียงพอ เพราะหากน้ำประปาไม่สะอาดกรองมารับประทานไม่ได้ ไข่เตรียมได้บ้าง แต่เยอะไม่ได้เพราะมันจะเสีย ต้องหาแหล่งโปรตีนอื่นๆ ที่เก็บได้นานไว้สำรอง เช่น ถั่วต่างๆ คนท้องต้องทานโปรตีนวันละ 50 กรัม คุณแม่ต้องคำนวณว่าจะทานอะไรอย่างไรในแต่ละวัน จะต้องอยู่กับน้ำนานกี่วัน แล้วจะทราบว่าต้องเตรียมมากน้อยเพียงใด เช่น นมกล่องให้โปรตีน 8 กรัม ทานวันละ 3 กล่อง แล้วอีก 26 กรัมจะทานอะไรเพิ่ม ต้องเตรียมไว้

อันดับที่สามไปตรวจครรภ์ก่อนที่น้ำจะท่วม ให้คุณหมอที่ฝากครรภ์สั่งยาบำรุงครรภ์ ยาประจำตัวต่างๆ ให้เรา ให้พอเป็นเดือนสองเดือน ขอใบรับรองแพทย์ให้พร้อมสำหรับการลางานกรณีฉุกเฉิน หรือบางท่านอาจต้องขอประวัติการฝากครรภ์ไว้กับตัว เกิดโรงพยาบาลที่เราฝากครรภ์อยู่นั้นเกิดน้ำท่วม ต้องไปคลอดที่โรงพยาบาลอื่นแทนจะได้ต่อเนื่องได้ไม่มีปัญหา คุณแม่ที่จะเดินทางด้วยเครื่องบินหากอายุครรภ์ไม่เกิน 6 เดือนคุณหมอออกใบรับรองแพทย์ให้ได้

อันดับที่สี่ คิดเผื่อเอาไว้หากหลังคลอดแล้วยังกลับเข้าบ้านไม่ได้ เช่นคุณแม่ที่อายุครรภ์ใกล้คลอดเต็มที ข้าวของเครื่องใช้ของลูกที่เราเตรียมเอาไว้ ก็แพ็คใส่หลังรถไว้ นมแพมเพอร์สช่วงนี้อาจหายาก เพราะสถานที่กระจายสินค้าของผู้จัดจำหน่ายอาจถูกน้ำท่วม เราอาจเตรียมนมผงเด็กไว้บ้างไม่ต้องมาก ให้นมแม่ได้ เพียงแต่คุณแม่ต้องไม่เครียดจนเกินไป และดื่มน้ำ ดื่มนม ทานอาหารให้เพียงพอ ก็มีน้ำนมให้ลูกตามธรรมชาติ ของใช้อย่างอื่นๆก็อาจกลับไปใช้วิธีดั้งเดิม เช่นผ้าอ้อมผ้าแทนแพมเพอร์ส เป็นต้น

สำหรับคุณแม่ที่น้ำท่วมบ้านไปแล้ว ถ้าออกมาอยู่ที่ปลอดภัยได้ก็ออกมาเถอะ บ้านที่น้ำท่วมแล้วไม่ปลอดภัยหลายอย่าง ไม่เพียงการเป็นอยู่จะลำบาก แต่สัตว์ที่หนีน้ำมาทั้งงูทั้งตะขาบ ไหนจะไฟฟ้าที่อาจรั่วไหล ทำให้เกิดเป็นอันตรายได้ หากน้ำไม่ท่วมไม่เป็นไร ถือเป็นโชคดี แต่เราเตรียมพร้อมไว้เราจะอยู่อย่างสบายใจไม่เครียด ไม่ประมาทไว้เป็นดี เราไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว ไปไหนมาไหนก็ลำบาก

หากคุณแม่ครรภ์แก่ใกล้คลอดที่ติดอยู่ในบ้าน เกิดอาการเจ็บครรภ์ขึ้นมา ยิ่งเป็นครรภ์ที่สองที่สามจะมีความเสี่ยงในการคลอดที่บ้านสูงมาก เพราะระยะเวลาจากที่มีน้ำเดินจนคลอดนั้นไม่นานเหมือนครรภ์แรก ให้รีบขอความช่วยเหลือโดยด่วน ระหว่างรอการช่วยเหลือจากทีมแพทย์ คุณแม่ควรนอนตะแคงซ้ายเพื่อให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงมดลูกได้ดี หายใจเข้าออกลึกๆ เพื่อให้ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ พยายามผ่อนคลายจิตใจ คนในบ้านต้องให้กำลังใจ

คนในบ้านต้องรู้วิธีทำคลอด กรณีเจ้าหน้าที่มาไม่ทันจริงๆ หากเด็กคลอดออกมาแล้วจะต้องเช็ดตัวให้แห้ง ถ้ามีลูกยางแดงในบ้านให้ดูดของเหลวในปากและจมูกออก ห่อตัวเด็กด้วยผ้าแห้งสะอาดจับนอนหัวสูงและตะแคงไว้เพื่อป้องกันการสำลัก การตัดสายสะดือต้องผูกสายสะดือด้วยเชือกให้แน่นเป็นปมห่างกัน 2-3 นิ้ว แล้วค่อยตัดสายสะดือด้วยกรรไกรที่สะอาด เช็ดแอลกอฮอล์บนกรรไกรและสายสะดือบริเวณที่จะตัดก่อน แล้วตัดสายสะดือระหว่างปมสองปมนั้น หลังเด็กคลอดไม่นานก็จะคลอดรกตามมา เก็บไว้ให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนนะว่าคลอดรกออกมาครบหรือไม่ หลังจากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงจะดูอาการให้เรียบร้อยและนำส่งโรงพยาบาล เพื่อให้เด็กได้รับวัคซีนและยาหยอดตาเพื่อป้องกันเชื้อโรค และดูอาการของคุณแม่ด้วย อย่างไรก็ตามหวังว่าคงไม่มีใครต้องคลอดกันที่บ้าน อยากให้คุณแม่ออกมาพักที่ปลอดภัยมากกว่า


http://www.haijai.com
http://health.haijai.com
http://pregnancy.haijai.com
http://baby.haijai.com
http://child.haijai.com

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 เม.ย. 14, 13:48 น โดย nongtepkoodnarak » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  แม่ท้องรับมือน้ำท่วมอย่างไรดี ท้อง pregnancysquare.com 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม