หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: โกตดิวัวร์ไม่เอาข้าวไทย  (อ่าน 169 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 10 ต.ค. 12, 22:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
โกตดิวัวร์ไม่เอาข้าวไทย พาณิชย์เร่งหาโกดังรับมือโครงการจำนำรอบใหม่ 6 ล้านตัน



พาณิชย์ปวดหมอง ประเทศโกตดิวัวร์ เมินไม่รับข้าวไทย เหตุหวั่นข้าวไร้คุณภาพ ส่อแววยกเลิกคำสั่งซื้อยกล็อต 2.4 แสนล้านตัน ขณะที่เร่งหาโกดังเพิ่ม รองรับโครงการรับจำนำข้าวรอบใหม่ มั่นใจสามารถเก็บข้าวได้อีก 5-6 ล้านตัน ด้านกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเตรียมปรับแผนส่งออกสินค้าไทย

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงแผนการดำเนินการเพิ่มโกดังว่า ขณะนี้ในแผนการเพิ่มโกดังกลางเพื่อรองรับการเก็บผลผลิตข้าวในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกฤดูกาล 2555/56 คาดว่าจะใช้พื้นที่ในการเก็บปริมาณข้าวสาร 5-6 ล้านตัน น่าจะเพียงพอ โดยขณะนี้ได้เตรียมพื้นที่รองรับการเก็บสต๊อกข้าวไว้แล้ว 2 ล้านตัน ส่วนที่เหลือองค์การคลังสินค้า (อคส.) กำลังเร่งเปิดรับสมัครผู้ประกอบโกดังกลาง ซึ่งมีผู้ประกอบการโกดังที่ใช้เก็บข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จำนวนมากและพืชเกษตรตัวอื่น มาขอเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวกับรัฐบาล คาดว่าจะเพียงพอต่อการเก็บสต๊อกข้าวฤดูกาลใหม่

อย่างไรก็ตาม หากคำนวณเบื้องต้นพบว่าปริมาณข้าวเปลือกนาปีที่คาดว่าจะเข้าโครงการรับจำนำฤดูกาลใหม่ 25 ล้านตันข้าวเปลือก หรือประมาณ 12-13 ล้านตันข้าวสารนั้น โกดังใหม่ที่คาดว่าเข้ามาสมทบสามารถเก็บข้าวได้อีก 5-6 ล้านตัน ประกอบกับโครงการรับจำนำปีนี้ได้กำหนดให้เปิดรับจำนำแบบยุ้งฉางในส่วนของข้าวหอมมะลิ ซึ่งจะเก็บไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกร และโกดังกลางที่รัฐบาลกำลังทยอยระบายข้าวในสต๊อกออกไป จึงเชื่อว่าจะสามารถรองรับปริมาณสต๊อกข้าวสารได้ทั้งหมด

สำหรับเอกชนเจ้าของโกดังที่ร่วมโครงการรับจำนำกับภาครัฐ จะได้รับค่าจ้างเก็บตันละ 20 บาทต่อเดือน ซึ่งอยู่ในส่วนค่าดูแลรักษาข้าวตามที่คณะกรรมการข้าวแห่งชาติ (กขช.) กำหนดไว้ คือ 216 บาทต่อตันต่อ 6 เดือน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความพร้อมโรงสีที่จะเข้าร่วมโครงการล่าสุด ณ วันที่ 2 ต.ค. เป็นโรงสีที่ยื่นความจำนงร่วมโครงการ 409 ราย อยู่ในขั้นการผ่านรับรองจากจังหวัดแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา 285 ราย และได้รับอนุมัติแล้วจาก อคส. 158 ราย โรงสีที่ร่วมโครงการมากที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 240 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี 50 แห่ง รองลงมา นครสวรรค์ 28 แห่ง และชัยนาท 24 แห่ง ภาคเหนือตอนล่าง 90 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดพะเยา 16 แห่ง พิษณุโลก 14 แห่ง และเชียงราย 13 แห่ง ภาคอีสาน 36 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่จังหวัดนครราชสีมา 15 แห่ง ร้อยเอ็ด 10 แห่ง และอุบลราชธานี 7 แห่ง

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า จนถึงขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ยังไม่สามารถส่งออกข้าวในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ให้กับรัฐบาลที่ไปตกลงได้ ซึ่งล่าสุดการขายข้าวแบบจีทูจีให้กับรัฐบาลโกตดิวัวร์ 2.4 แสนตัน ทั้งข้าวขาว 5% และข้าวหอมมะลิไทย 100% ชั้น 2 ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยกำหนดส่งมอบข้าวภายใน 6 เดือน จนขณะนี้ยังไม่สามารถส่งออกให้รัฐบาลโกตดิวัวร์ได้

ทั้งนี้ เนื่องจากติดปัญหารัฐบาลโกตดิวัวร์นำคำสั่งซื้อดังกล่าวให้เอกชนในประเทศเป็นผู้ซื้อ โดยไทยขายข้าวขาว 5% ในราคาต่ำ 450 เหรียญสหรัฐ/ตัน แต่มีเงื่อนไขต้องพ่วงการซื้อข้าวหอมมะลิขายในราคา 900 เหรียญสหรัฐ/ตัน ปรากฏว่าเอกชนของโกตดิวัวร์ไม่สนใจข้าวหอมมะลิในสต๊อกรัฐบาลไทย เนื่องจากไม่มั่นใจคุณภาพข้าว ทำให้การส่งมอบยังคาราคาซังถึงทุกวันนี้ และอาจจะมีการยกเลิกการซื้อข้าวล็อตดังกล่าว

ด้าน นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้มีการปรับแผนการผลักดันการส่งออกสินค้าไทย โดยขอให้เน้นการผลักดันการส่งออกไปยังตลาดอาเซียน ที่เหลือเวลาอีกแค่ 2 ปีกว่า ก็จะเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และตลาดที่ไทยได้ทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสสูงสำหรับการส่งออกสินค้าไทย เพื่อรองรับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในตลาดหลัก ทั้งจากสหภาพยุโรป (อียู) สหรัฐ และญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มว่าจะยิ่งรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบันไทยค้าขายกับอาเซียนมีสัดส่วนประมาณ 20-21% คาดว่าจะผลักดันให้เพิ่มการค้าขายขึ้นได้ โดยกรมฯ จะจัดทำแผนในการบุกเจาะตลาด โดยจะแบ่งตลาดอาเซียนออกเป็นตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม) และตลาดอาเซียนอื่นๆ (สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์) เพื่อให้สามารถโฟกัสได้ว่าตลาดอาเซียนประเทศนี้จะบุกเจาะยังไง วิธีการไหน สินค้าและบริการอะไรที่มีโอกาส

“เร็วๆ นี้ จะนัดประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) เพื่อประเมินและจัดทำเป้าหมายการส่งออกสินค้าไทยในปี 2556 โดยยอมรับว่าปีหน้า การส่งออกน่าจะเจอวิกฤติ เพราะหลายๆ ประเทศที่เป็นผู้นำเข้าต่างประสบปัญหาเศรษฐกิจ แต่กรมฯ มองว่า แม้จะเจอมีวิกฤติ แต่ก็มีโอกาสสำหรับสินค้าไทย หากมีการปรับแผนและรูปแบบการทำงาน” นางศรีรัตน์ กล่าว


ที่มา : http://www.banmuang.co.th/2012/10/%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ไทย ข้าว วัว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม