หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: Loksopha โลกโสภา พาเที่ยว Kenya เคนยา ลมหายใจแห่งกาฬทวีป  (อ่าน 275 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ก่อตั้งขึ้นโดยกลุ่มคน กลุ่มหนึ่ง ที่รักการท่องเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งโลกบนบก โลกใต้น้ำ ซึ่งมีแนวความคิดที่ไม่ธรรมดามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ แชร์ประสบการณ์ความแปลกและน่าพิศวงที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ร่วมค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวบนโลกใบนี้ไปกับพวกเรากลุ่ม”โลกโสภา”

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ลมหายใจแห่งกาฬทวีป
ในความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนจะเงียบสงบ โตโยต้า แลนด์ ครุยเซอร์ ที่ดัดแปลงให้เปิดหลังคาได้ พาหนะในการท่องซาฟารีของเรากำลังมุ่งหน้ากลับแคมป์หลังจากที่เราตระเวนสำรวจท้องทุ่งของ Sweetwater Game Reserve มาเกือบสองชั่วโมงแล้ว ไม่มีวี่แววของสัตว์นักล่ายามค่ำคืนอย่างสิงโตหรือเสือดาวเฉียดกรายมาให้เห็นแม้แค่เงา ใครหลายคนรวมทั้งผมเองกำลังฝันถึงผ้าห่มอุ่นๆกาแฟร้อนๆ และอดถามตัวเองไม่ได้ว่าทำไมเราต้องออกมานั่งตากน้ำค้างถ่างตานั่งส่องไฟในท้องทุ่งยามค่ำคืนเช่นนี้ทันใดนั้น แสงไฟระเรื่อจากสปอตไลท์ในมือของคนนำทางของเราก็กราดออกไปสะท้อนกับแววตาอันตื่นตระหนกของฮาร์ตเดอบีสต์(Hartebeest)แม่ลูกคู่หนึ่ง ที่มายืนหลบอยู่ข้างถนนห่างออกไปไม่ไกลในบริเวณปลายแสงไฟหน้าของรถที่สาดส่องไปในความมืด ไฮยีนา 2-3 ตัวพยายามกระชับวงล้อมเข้ามาใกล้ ในขณะที่สุนัขจิ้งจอกอีก 2 ตัวก็พยายามต้อนหน้าต้อนหลังลูกฮาร์ตเดอบีสแรกเกิดตัวนั้นที่พยายามแอบซุกตัวอยู่หลังแม่ของมัน หลังจากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นก็สับสนและวุ่นวาย เมื่อฉากของการล่าเกิดขึ้นใจความมืดมิด ไฮยีนาตัวหนึ่งพุ่งกระโจนเข้ามา ในขณะที่ฮาร์ตเดอบีสนั้นก็พาลูกวิ่งหนีออกไปอีกทางหนึ่ง
กว่าที่เราจะกลับรถและขับบุกตะลุยตามเข้าไปในทุ่งแห่งนั้นสิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาของเราคือ แม่ฮาร์ตเดอบีสผู้เคราะห์ร้ายนั้นพยายามที่จะยื้อแย่งลูกของเธอที่หมดลมหายใจไปแล้วจากปากของไฮยีนา2ตัวที่กำลังแย่งกันฉีกร่างของเจ้าฮาร์ตเดอบีสตัวน้อยบนพื้นหญ้าที่อยู่ห่างจากเราไปไม่เกิน 10 เมตรเท่านั้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมบันทึกภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ใจหนึ่งก็รู้สึกสงสารฮาร์ตเดอบีสตัวแม่ที่ยังคงวิ่งกระโจนไปมารอบๆร่างอันไร้วิญญาณของลูกของเธอ ในขณะที่อีกความรู้สึกหนึ่งก็บอกกับตัวเองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้านี้คือวิถีแห่งธรรมชาติที่สัตว์ผู้ล่ามีหน้าที่ที่จะต้องควบคุมปริมาณของประชากรในท้องทุ่งแห่งนี้ให้อยู่ในสภาวะสมดุลและมนุษย์อย่างเราไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาความรู้สึกส่วนตัวเข้าไปตัดสินหรือแทรกแซงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปกติแทบทุกค่ำคืนในท้องทุ่งแห่งนี้…
เพียงไม่นานที่ผมเฝ้าบันทึกภาพอยู่นั้น ผมสังเกตเห็นว่าแม่ฮาร์ตเดอบีสที่กระโดดไปมาอย่างบ้าคลั่งและโกรธแค้นนั้น อยู่ดีๆก็กระโจนหายไปในความมืด และเจ้าไฮยีนาที่กำลังฉีกทึ้งกินซากของฮาร์ตเดอบีสนั้นก็ทิ้งอาหารของมันและวิ่งหนีไปในความมืดเช่นกัน…เสียงคำรามเบาๆดังมาจากความมืดเบื้องหลัง ก่อนที่สิงโตหนุ่มตัวหนึ่งที่แผงคอของันยังไม่ขึ้นเต็มที่ดีนักเดินก้าวเข้ามาคาบร่างของลูกฮาร์ตเดอบีสตัวน้อยนั้นไว้ในปากแล้วเดินหายลับไปในความมืดมิดของรัตติกาล…



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ท่องป่าซาฟารี
ผมมีโอกาสกลับมาเยือนกาฬทวีปแห่งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ เคนยาดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไร นอกจากไนโรบีดูเหมือนจะมีจำนวนรถยนต์เพิ่มขึ้น รถติดมากขึ้น และกรุ๊ปทัวร์จีนจากแผ่นดินใหญ่ดูเหมือนจะกลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักในเคนยาไปเสียแล้ว ไม่ว่าผมจะก้าวเดินไปทางไหน ก็มีแต่เสียงคำทักทาย “หนีห่าว” ระงมไปทั่วสารทิศ
ในครั้งนี้ผมเดินทางมาเพื่อถ่ายทำสารคดีร่วมกับทีมงานสารคดีโลกโสภา ทีมสารคดีของคนไทยที่เดินทางท่องไปในโลกกว้างเพื่อเก็บบันทึกเรื่องราวหลากหลายบนโลกใบนี้ จากผืนแผ่นดินลงไปสู่ใต้ผืนน้ำ จากเรื่องราวของธรรมชาติไปสู่วิถีชีวิตที่แตกต่างกันออกไปของผู้คนและวัฒนธรรม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างสารคดีคุณภาพผ่านจากสายตาและมุมมองของคนไทย
จากในโรบีเราเริ่มต้นการเดินทางมุ่งเหนือขึ้นสู่ Sweetwater Game Reserve จุดหมายแรกของการเดินทางในครั้งนี้ โดยรถยนต์โตโยต้า แลนด์ ครุยเซอร์ 2 คัน ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์การถ่ายทำและสัมภาระของทีมงานทั้ง 10 คน ภายใต้การนำทางของซูยี และ อัลแลน คู่หูดูโอ น้าหลานที่มีประสบการณ์นับ 10 ปี ในการท่องป่าซาฟารี และยังเคยร่วมงานกับทีมสารคดีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Big Cat Diary หรือ Untamed Africa มาแล้ว จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมพบว่า คนขับรถที่เข้าใจการทำงาน สามารถทำงานเป็นทีมเข้าขากันกับทีมงานถ่ายภาพได้นั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการทำงานในเคนยา ซูยีสามารถที่จะคาดเดาเหตุการณ์หลายๆอย่างล่วงหน้าได้จากประสบการณ์ในการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมต่างๆของสัตว์มานานนับ 10 ปีของเขา และสามารถที่จะพาเราไปอยู่ในตำแหน่งและมุมที่เหมาะสมที่สุดในการบันทึกภาพได้เสมอๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Sweetwater Game Reserve เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าของเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเคนยา ตั้งอยู่บนเส้นศูนย์สูตร เชิงเขา Aberdares และ Mount Kenya ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะดำเนินงานโดย Ol Pajeta Conservancy ที่พัฒนา Sweetwater ขึ้นมาจนเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในปัจจุบัน เดิมทีตั้งแต่ก่อนยุค 1970 พื้นที่นี้เคยถูกพัฒนาเป็นพื้นที่ปศุสัตว์ ปัญหาการแย่งชิงพื้นที่ระหว่างสัตว์ป่าและคนเริ่มเกิดขึ้น จนในช่วงทศวรรษ 1980 มีการพัฒนา Sweetwater ให้เป็นเกมส์ Reserve โดยนำรายได้จากการเก็บค่าเช้าชมและผลกำไรต่างๆมาใช้เพื่อการศีกษาและการอนุรักษ์พร้อมกับกันรายได้บางส่วนกลับออกไปพัฒนาชุมชน ไม่ว่าจะเป็นศูนย์สุขภาพ โรงเรียน ที่นี่จึงเป็นรูปแบบในการบริหารพื้นที่เขตรักษาพันธฺุ์สัตว์ป่า โดยองค์การเอกชนที่ไม่แสวงหาผลกำไรหรือ NGO ที่เป็นรูปธรรมที่สุดแห่งหนึ่งในเคนยา
นอกจากการจัดการในเรื่องของพื้นที่แล้ว Ol Pajeta Conservancy ยังศึกษาและขยายพันธุ์สัตว์ที่หายากอย่างเช่น แรดดำ แรดขาว โดยเฉพาะแรดขาวสายพันธุ์เหนือ (Northen White Rhinoceros) ที่เหลืออยู่เพียงไม่ถึง 10 ตัวในธรรมชาติ และมีความพยายามที่จะเพาะพันธุ์แรดสายพันธุ์นี้กลับคืนสู่ธรรมชาติที่ Sweetwater Game Reserve แห่งนี้ นอกจากแรดแล้วที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ศึกษาลิงซิมแพนซีที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในแอฟริกา แม้ว่าในเคนยานั้นไม่ใช่ที่อาศัยของซิมแพนซีและไม่มีซิมแพนซีอาศัยอยู่ในธรรมชาติก็ตาม แต่จากการปะทุขึ้นของสงครามกลางเมืองในบุรุนดี ในช่วงปี ค.ศ. 1993 ทำให้สถาบัน Jane Goodall ต้องหาที่อยู่ใหม่ให้กับซิมแพนซีที่ต้องอพยพออกจากบุรุนดี ทาง Kenya Wildlife service และ Ol Pajeta Conservancy จึงร้องขอให้นำซิมแพนซีเหล่านี้มาพักอาศัยอยู่ในเคนยาที่ Sweetwater Game Reserve นี้เป็นการชั่วคราว เพื่อที่จะขยายพันธุ์และรอวันที่สถานการณ์สงครามจะยุติ ก่อนที่จะส่งซิมแพนซีฝูงนี้กลับบ้านที่กลางป่าในบุรุนดีเนื่องจาก Sweetwater Game Reserve เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ดำเนินการโดยเอกชนจึงเป็น Game Reserve เพียงแห่งเดียวในเคนยาที่เราสามารถจะท่องป่าเพื่อชมพฤติกรรมสัตว์ป่าในยามค่ำคืนได้ โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตในการศีกษาวิจัยเหมือนกับ Game Reserve แห่งอื่นๆในเคนยา ตลอดเวลา 2 วัน 2 คืนที่เราพักอาศัยกันในเต็นท์พักแรมสุดหรูที่ Serena Swwetwater Tent Camp นอกเหนือไปจากความสนุกสนานและสะดวกสบายแล้ว ผมรู้สึกได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ผมได้เปิดมุมมองใหม่ๆมากมายเกี่ยวกับรูปแบบในการจัดการบริหารทรัพยากรที่ดีจากองค์กรเอกชนที่สามารถหาจุดที่สมดุลระหว่างคนและสัตว์ป่าได้อย่างลงตัว โดยใช้รายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมและพักอาศัยในพื้นที่ ไม่ต้องพึ่งพาการจัดการภาครัฐเลย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทะเลสาบนากูรูและทะเลสาบโบโกเรีย
ปีนี้เป็นปีที่น้ำค่อนข้างมาก ทำให้ฟลามิงโกที่เคยอาศัยอยู่ในทะเลสาบนากูรูจนทำให้ทะลสาบแห่งนี้ดูเหมือนเป็นทะเลสาบสีชมพูนั้น อพยพหนีไปรวมกันอยู่ที่ทะเลสาบโบโกเรียกันหมด เรื่องจากระดับน้ำที่เดิมสูงเกินกว่าที่ฟลามิงโกจะเดินท่องน้ำหากินได้ ซูยี คนทำทางของเราจึงแนะนำให้เราตัดวันที่นากูรูออก 1 วัน แลวเพิ่มโปรแกรมในการไปบันทึกภาพฟลามิโกที่ทะเลสาบโบโกเรียเข้ามาแทนแม้ทะเลสาบนากูรูปีนี้จะไม่มีฟลามิงโกมากนักแต่ก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ฝูงความป่าแอฟริกันนับร้อยที่เดินปะปนไปกับฝูงแรดขาวที่ความจริงไม่ได้มีสีขาวเหมือนกับชื่อ แรดขาวสายพันธุ์ใต้ที่พบเห็นกันทั่วไปในปัจจุบันนี้มีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศแอฟริกาใต้เนื่องจากมันมีริมฝีปากด้านล่างเป็นรูปสี่เหลี่ยม จึงถูกเรียกว่า Wijd Rhino แปลว่า แรดที่มีปากกว้าง แล้วก็เพี้ยนไปเพี้ยนมาเป็น White Rhino ในภาษาอังกฤษ หรือแรดขาวในที่สุด ส่วนแรดอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีริมฝีปากงุ้มคล้ายตะขอจึงกลายเป็น Black Rhino หรือแรดดำ ไปอย่างงงๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ในบริเวณรอบๆทะเลสาบนากูรูนี้เราสามารถพบเห็นทั้งแรดขาวและแรดดำได้มากที่สุดในเคนยา แรดทั้งสองสายพันธุ์นี้ถูกนำมาปล่อยเพื่อให้ขยายพันธุ์ในบริเวณรอบๆทะเลสาบแห่งนี้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 และมีประชากรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแทบทุกปี นอกเหนือไปจากฝูงควายป่าแอฟริกันและแรดแล้ว ด้วยสายตาอันแหลมคมของซูยีทำให้เรามีโอกาสได้บันทึกภาพเสือดาวตัวหนึ่งในขณะที่นอนพักอย่างสบายใจอยู่บนกิ่งต้นอะเคเซีย ที่อยู่ห่างออกไปเกือบร้อยเมตรจากริมถนนที่ตัดวงรอบบึงน้ำ เราจึงสามารถเก็บภาพผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ของแอฟริกาได้ครบตั้งแต่วันที่สาม ของการเดินทาง
จากทะเลสาบนากูรู เราเดินทางต่อไปยังทะเลสาบโบโกเรียที่ตั้งอยู่ทางเหนือ ห่างไปจากทะเลสาบนากูรูราว 100 กิโลเมตร ทะเลสาบโบโกเรียเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีค่าความเป็นด่างสูงเช่นเดียวกับทะเลสาบนากูรู เนื่องจากทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตภูเขาไฟ ทำให้มีน้ำพุร้อนโผล่ผุดขึ้นมาหลายๆจุดในบริเวณรอบๆทะเลสาบ และแม้กระทั่งในตัวทะเลสาบเองก็ตาม ปกติแล้วทะเลสาบโบโกเรียไม่ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นขื่อเหมือนกับทะเลสาบนากูรู มีที่พักเป็นโรงแรมเล็กๆเพียงแห่งเดียว เพราะนอกจากพอจะมีนกฟลามิงโกบ้างแล้ว ในบริเวณรอบๆทะเลสาบแห่งนี้แทบจะไม่มีสัตว์ขนาดใหญ่หลงเหลืออยู่เลย นานๆเราจึงจะเห็นม้าลายหรือนกกระจอกเทศสักตัว แต่ในปีนี้ที่นกฟลามิงโกจากทะเลสาบนากูรูบินอพยพมารวมตัวกันที่ริมทะเลสาบแห่งนี้ส่งผลให้ทะเลสาบแห่งนี้กลายเป็นสีชมพู โดยเฉพาะเมื่อมองจากมุมสูง ยามเมื่อนกฟลามิงโกสีชมพูนับพันนับหมื่นตัวขยับปีกเคลื่อนขยวนไปเหนือผืนน้ำนั้น เป็นภาพที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาไซมารา ที่สุดแห่งเคนย่า
ถ้ามีเวลาค่อนข้างจำกัดสำหรับการมาท่องป่าในแอฟริกาผมไม่ลังเลเลยที่จะเลือก Masai Mara National Reserve หรือที่คนท้องถิ่นมักจะเรียกกันติดปากว่า มารา เป็นอันดับแรก ผมมาเยือนมาราเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่เชื่อไหมครับว่าผมไม่เคยพักแรมซ้ำที่กันเลย ในพื้นที่ที่กว้างขวางถึง 1,800 ตารางกิโลเมตร ขนาดใหญ่พอๆกับพื้นที่กรุงเทพฯทั้งจังหวัดนั้น มี Game Lodge และ Luxury Camp รวมกันมากกว่า 40 แห่ง ทั้งที่อยู่ในเขต National Reserve และที่ในบริเวณชายเขตรอบนอกที่ติดต่อกัน ส่ิงที่เป็นตัวกำหนดราคาของที่พักในแต่ละแห่ง นอกเหนือไปจากความหรูหราของที่พักและบริการแล้ว ส่ิงที่สำคัญที่สุดก็คือสถานที่ตั้ง ถ้าตั้งอยู่ใจกลางอุทยานฯ หรือใกล้กับแม่น้ำมาราที่ฝูงไวล์เดอบีสต์ เคลื่อนฝูงข้ามไปมา จะมีราคาสูงและมักจะเต็มเสมอในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยาบน ซึ่งเป็นช่วงฤดู Migration



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เนื่องจากมารา มีพื้นที่ค่อนข้างกว้าง การเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งอาจจะใช้เวลานานนับชั่วโมง การเดินทางในครั้งนี้เราจึงเลือกที่พักแรม 2 แห่งที่อยู่คนละฝั่งฟากของอุทยานฯ 3 วันแรกเราพักที่ Fig Tree Camp ริมชายฝั่ง Talek River ซึ่งเป็นจุดที่ดึที่สุดพื้นที่หนึ่งของมารา เพียงแค่ช่วงเช้าของวันแรกเราก็มีโอกาสได้พบกับฝูงไวล์เดอบีสต์ เคลื่อนขบวนข้ามแม่น้ำ Talek ฝูงสิงโตที่กำลังกินเหยื่อ เสือดาวแม่ลูกที่เดินข้ามถนน ฉากการไล่ล่าของชีตาร์แม่ลูกที่ออกแรงวิ่งไล่ล่า Thomson Gazelle เรียกได้ว่ามาราไม่เคยทำให้ผิดหวัง ถ้าหากเราได้คนนำทางที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ และที่สำคัญที่สุดคือไม่ขี้เกียจที่จะวิ่งรถเป็นระยะทางไกลๆ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกครั้งที่มีรายงานข่าวเข้ามาทางวิทยุ ถ้าเป็น Big 5 หรือมี Action อะไรเกิดขึ้น ซูยีจะหันกลับมาถาม ปรึกษา และมุ่งหน้าไปยังจุดหมายทันที แม้ว่าจะไกลสักแค่ไหน ที่พิเศษแตกต่างไปจากทัวร์ครั้งอื่นๆที่ผมเคยมาที่เคนยาแห่งนี้ก็คือ ทุกวันซูยีจะให้เรากินข้าวเช้ามาจากโรงแรม แล้วห่อข้าวกลางวันมากินในรถ เพื่อที่จะได้มีเวลาเต็มที่เกือบทั้งวันในการเฝ้าพฤติกรรมต่างๆของสัตว์ในซาฟารี เช่นเดียวกับทีมงานสารคดีทีมอื่นๆที่เราพบเห็นไม่น้อยกว่า 5 ทีม ที่แยกย้ายกันไปเก็บภาพจากมุมต่างๆของมาไซมาราในช่วงเดียวกันกับเรา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 15 ก.พ. 13, 15:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สิ่งที่ถือเป็นไฮไลค์ของการเดินทางมายังมารา ในช่วงฤดู Migration ก็คือการเฝ้ารอชมฝูงไวล์เดอบีสต์ข้ามแม่น้ำมาราที่เชี่ยวกราดและเต็มไปด้วยจระเข้ ซูยีพาเราไปเฝ้าริมฝั่งแม่น้ำมาราตั้งแต่บ่ายของวันหนึ่ง หลังจากได้รับข่าวสารมาจากทางวิทยุสื่อสารว่ามีกูนู หรือ ไวล์เดอบีสต์ฝูงหนึ่งเคลื่อนฝูงเข้ามาใกล้แม่น้ำ จากนั้นไม่นานรถซาฟารีกว่าครึ่งที่อยู่ในมาราก็แห่มารวมตัวกันในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำมาราราวกับนัดกันไว้เกือบ 50 คัน หลังจากที่เฝ้าตบยุงรอคอยดูเจ้ากูนูเดินเข้าเดินออก ลังเลว่าจะข้ามแม่น้ำหรือไม่ข้ามดีนานกว่า 5 ชั่วโมง ในที่สุดตัวจ่าฝูงก็ตัดสินใจเคลื่อนขบวนข้ามแม่น้ำในช่วงเวลาก่อนมืดประมาณเกือบ 5 โมงครึ่ง เป็นการข้ามแม่น้ำอันเชี่ยวกรากที่ทุกตัวสามารถผ่านไปได้อย่างปลอดภัย

เรื่องและภาพโดย นัท สุมนเตมีย์
โลกโสภา



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ท่องเที่ยวต่างประเทศ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม