หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รัฐถังแตก "พงษ์เทพ " สั่งยุบร.ร.ขนาดเล็ก14,816 แห่งทั่วปท...!!!  (อ่าน 1173 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 19:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
รัฐถังแตก "พงษ์เทพ " สั่งยุบร.ร.ขนาดเล็ก14,816 แห่งทั่วปท...!!!

q*021q*096q*021



รร.รามาการ์เด้น กรุงเทพฯ - นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศเพื่อรับฟังนโยบายเตรียมความพร้อมรับเปิดภาคเรียน 2556 ว่า ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับโรงเรียนขนาดเล็กให้ผอ.เขตพื้นที่การศึกษา นำไปดำเนินการ ถ้าโรงเรียนขนาดเล็กแห่งใดอยู่ในข่ายไม่จำเป็นต้องคงอยู่ ก็ให้ยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กแห่งนั้น โดย ร.ร.ขนาดเล็กที่อยู่ในข่ายควรยุบรวมนั้น จะเป็นร.ร.ที่มีจำนวนนักเรียนน้อยมาก เป็นร.ร.ที่ด้อยคุณภาพและมีโรงเรียนใกล้เคียงที่มีคุณภาพรองรับ

" ร.ร.ขนาเล็กบางแห่ง อย่างที่จ.สมุทรสาครบ้านเกิดของผมนั้น มีนักเรียนแค่ประมาณ 20 คน เป็นชาวต่างชาติทั้งนั้น ถามว่า อย่างนี้จะเปิดไว้ทำไม คุณภาพก็ไม่ได้ ขณะที่ ร.ร.ข้างเคียงที่มีคณภาพก็อยู่ห่างไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร ถ้ายุบโรงเรียนแล้วย้ายเด็กไปเรียนในร.ร.ที่มีคุณภาพมากกว่า จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวนักเรียนเองและเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาในภาพ รวม " นายพงศ์เทพ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กบางแห่ง จำเป็นต้องมีการทำความเข้าใจกับชุมชนเพื่อลดการต้าน ต้องชี้แจ้งให้ชุมชนเข้าใจว่า รัฐบาลไม่มีกำลังงบประมาณจะพัฒนาโรงเรียนทุกแห่งและไม่สามารถนำงบประมาณจาก เงินภาษีมาดูแลทุกโรงเรียนได้เท่าเทียมกัน แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้ว อย่างสหรัฐ อเมริกา ยังมีการปิดโรงเรียนขนาดเล็กแม้แต่ในเมืองหลวงอย่างกรุงวอชิงตัน ดีซีอยู่บ่อยครั้ง ถ้าเห็นว่า โรงเรียนในย่านใดไม่มีประโยชน์จะคงไว้ แม้มีนักเรียน 60 คน หรือโรงเรียนขนาด 300 คน ยังถูกปิด

อย่างไรก็ตาม การยุบรวมโรงเรียนขนาดเล็กนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน เพราะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้จัดระบบรับส่งนักเรียนไว้รองรับแล้ว โดยได้เตรียมงบประมาณไว้จัดซื้อรถตู้ 1,000 คัน สำหรับรับส่งนักเรียน แต่ในบางพื้นที่นั้น ตนเห็นว่า อาจให้เอกชนเข้าประมูลรับไปบริหารจัดการแทน จะช่วยประหยัดงบประมาณรัฐได้มาก ไม่ต้องเสียเงินไปกับรายจ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงรถ

ขณะเดียวกัน ในกรณีที่เด็กย้ายไปโรงเรียนใหม่ซึ่งอยู่ไม่ไกลมาก อาจจะจัดงบประมาณจัดซื้อจักรยานให้เด็ก จะเป็นวิธีที่ประหยัดกว่าการจัดรถรับส่งเสียอีก ส่วน โรงเรียนขนาดเล็กที่ยังคงอยู่นั้น จะต้องมีการบริหารจัดการใหม่ ใช้วิธีรวมกลุ่มกันจัดการเรียนการสอน นำครูและทรัพยากรที่แต่ละโรงเรียนมีอยู่มาใช้ร่วมกันเพื่อให้สามารถจัดการ เรียนการสอนที่มีคุณภาพขึ้น

ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า ร.ร.ขนาดเล็กที่ สพฐ.ตั้งเป้ายุบรวมนั้น จะเป็น ร.ร.ที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 60 คน ซึ่งก็ต้องไปสำรวจว่า ร.ร.ที่อยู่ในข่ายจะยุบได้ทันทีนั้น มีจำนวนเท่าใด

อนึ่ง จำนวนร.ร.ขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คน มีทั้งหมด 14,816 โรง โดยมีโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 60 คน มีทั้งหมด 5,962 โรง แยกเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนไม่เกิน 20 คน จำนวน 709 โรง ,มีนักเรียนตั้งแต่ 21-40 คน จำนวน 2,090 โรง , นักเรียน 41-60 คน จำนวน 3,163 โรง

ที่มา:http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=680730



q*021q*096q*021



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 19:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เด็กต้องไปเรียนไกลบ้านมากขึ้น ผู้ปกครองลำบากมากขึ้น
กรรมจะเห็นผลได้เร็วทันตา คอยดูเถอะ..
ให้คอยดูตรงนี้ครับ..ตอนเด็กเดินทางแล้วเกิดเรื่อง ตอนผู้ปกครองหงุดหงิดเรื่องส่งเด็กขึ้นรถไปโรงเรียน...
ครูไม่กีคน ไปสอนเด็กเป็นสิบ เป็นร้อย ไปไม่ได้ ให้เด็กเป็นสิบ เป็นร้อย เดินทางไปใหครูสอน ครูแค่ไม่กี่คน..

สังคมมันดี หรือมันบ้านกัน(ว๊ะ)

โรงเรียนของ(บิดา)ใครล่ะ ที่อยู่ห่างกันแค่กิโลเดียว..ที่เห็นๆมันห่างกันเป็นห้า เป็นสิบกิโล..
คิดอะไรไม่เป็น คิดยุบโรงเรียนเล่นเสี๊ยงั๊นแหละพับเผื่อย..
การศึกษา เขาลงทุน ไดยไม่ต้องการผลกำไรทางตรง..อย่าแกล้งไม่รู้..
เด็กเกิดมา ลืมตาอุแว๊ๆกผ้ต้องรับร่วมใช้หนี้สองแสนล้านเสียด้วย แต่การศึกษาให้เขาได้รับความสะดวก สะบายได้บ้างไหม..
เซ็งไปกับสาวกนกแสกเฒ่าเหลือประมาณ..
พวกคอมมิวนิสต์ปล่อยพิษร้าย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 พ.ค. 13, 20:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต่อไปคงต้องไปเรียนที่วัดเหมือนเมื่อสมัยก่อนแล้วละมั่งท่าน..!!




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
รัฐต้องไม่หวังกำไร
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 09:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
การศึกษา เป็นความสำคัญของประเทศ การศึกษาต้องมีเท่าเทียมกัน..
บุคคลากรของชาติ เป็นทรัพยากรของชาติ..
การบ่มเพาะบุคลากรต้องดำเนินตั้งแต่วัยเด็ก..การลงทุนด้านการศึกษา..รัฐต้องทุ่มเท โดยไม่หวังกำไร..
ที่รถไฟความเร็วสูง ที่โคตาละมารดาของใคร ก็ไม่ได้เกิดบนรถไฟนั่น..ยังมีความใคร่อยากมี อยากได้
แค่จะทุ่มเทการศึกษาให้มีความสมบูรณ์ ไม่คิดจะทำ..
การไม่ส่งเสริมการศึกษา..มันส่อแววแสดงให้รู้กัน..แล้วในคณะนี้..
ประเทศชาติ ไม่อ่อนแอลง ก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนแล้ว..พาเข้าสู่ยุคทมิฬกาฬ
ไปเอาอย่าง เอาเยี่ยงพวกฝรั่ง ทำไมไม่ดูสถาพความเป็นอยู่ การประกอบอาชีพ รายได้ของประชาชน..
มาตรฐานรายได้ และการรับการดูแลของรัฐ ของแต่ละประเทศมันเหมือนกันไหม..
พวกที่มีวาสนาได้ไปทำมาหากินนอกประเทศ แล้วลืมคิดถึงความจริงของคนในประเทศเดิม ใจโน้มน้าวอยากให้เหมือนกันกับประเทศที่ตัวเองอาศัยเขาอยู่ พวกเพ้อเจ้อ
เอาพวกนักพานิชย์มาบริหารการศึกษา..ผมพูดว่า เราใช้เครื่องมือผิดประเภท..
พวกหลงตัวเอง หลงตังเองว่าได้พบความเจริญอันยิ่งใหญ่กว่า..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 10:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
intervintion ไม่ทราบว่าที่อเมริกา มีโรงเรียนไหนในสังกัดรัฐบาลที่มีจำนวนนักเรียนน้อยกว่า 100 คนหรือไม่ ช่วยหาข้อมูลมาให้หน่อยนะ เพราะที่ออสเตรเลียไม่มีเลยสักโรงเรียนเดียว ส่วนใหญ่ถ้าจะมีก็เป็นการเปิดสอนภาษาอังกฤษของเอกชน แต่ค่าเรียนแสนแพงสำหรับนักเรียนต่างชาติ

แต่ที่กระทู้ตั้งขึ้นมาแสดงว่าเป็นโรงเรียนสังกัดรัฐบาล โรงเรียนขนาดเล็กเหล่านี้ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณและบุคลากรการศึกษา การยุบรวมกันถือได้ว่าเป็นประโยชน์มากกว่าทั้งต่อเด็กและครู หรือถ้าจะพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กให้ได้มาตรฐานเดียวกับโรงเรียนขนาดใหญ่กว่า มันย่อมศูนย์เสียงบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ไม่ว่าจะด้านสาธารณูปโภค อานามัย และ ร้านค้าสวัสดิการ คงไม่มีแม่ค้าคนไหนที่จะมาขายของให้เด็กนักเรียนแค่ 20 คน และต้องมีบุคลากรครูแบบบูรณาการณ์ ครูคนเดียวสอนทั้ง ภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม พละศึกษา ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่ครูคนเดียว หรือไม่กี่คน จะสอนหลักสูตรต่างๆ ได้ครบครัน ถ้าเทียบกับโรงเรียนขนาดใหญ่สมัยปัจจุบัน ที่แยกแต่ละรายวิชาให้กับครูที่เรียนมาตรงสายวิชาการนั้นๆ ซึ่งจะก่อประโยชน์ให้กับเด็กมากมาย


หรือไม่ทราบว่า จขกท. และผู้สนับสนุนกระทู้นี้ ตอนเรียนระดับมหาลัย หรือ มัธยม ท่านได้รับการอบรมจากอาจารย์คนเดียวที่สอนหลายภาควิชารวมกันใช่หรือไม่ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบนั้น เพราะเท่าที่กล้าแสดงออกมาหน้ากระทู้เช่นนี้ก็แสดงถึงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาแบบ ควายกินหญ้าได้มากโขอยู่แล้ว





ที่นี้ประเทศไทยเมืองไทยครับไม่ใช่อเมริกาหรือที่ออสเตรเลียแค่ดูผู้นำทุกวันนี้ก็ฮากระจายแล้วละครับพี่น้อง อย่าไปเทียบไกลถึงอเมริกาเลย..!!





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เรียน คนอยู่ต่างประเทศ
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 12:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมกลับเข้ามาอีกครั้ง..
ข้องใจ..ข้องใจ ข้องใจตรงคำพูดของคนที่อวดตัววว่าเจริญกว่า ดูถูกคนที่อุส่าห์เรียนจนประกอบอาชีพได้ แล้วดันเจือกมาดูถูกครูบาอาจารย์ของเรา..ครูบาอาจารย์ของผม..
แม้คุณครูของผม จะสอนหลายวิชา..แต่คุณครูของผม ก็มีจิตใจที่เป็น เป็นอาจารย์ เอาวิถีชีวิตเข้าทุ่มเท ประเคนความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ ทุกรุ่น ด้วยจิตอันมั่นคง..
ผมเป็นผู้ เป็นคน มีอาชีพประกอบได้อย่างสง่าผ่าเผย ครูของผม ประเคฯความรู้ให้มาครับ จนผมมีความสามารถหาเลี้ยงกาย และครอบครัวจนทุกวันนี้..
ครูของผม..ได้สอนให้ผมได้รู้จักคุณของแผ่นดิน รู้คุณในชาติ เครารพในสถาบัน..
ครูของผม..สอนให้ผม ไม่หลงผิด ไม่งมงายในสรรพสิ่งอันปลิ้นปล้อน
ครูของผม ไม่สอนให้ผมเป็นเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัว ไม่ละทิ้งถิ่นฐานที่อาศัย..
ครูของผมสอนให้มีเมตตาต่อกัน ไม่เอารัด เอาเปรียบแก่กัน และกัน

ครูของผม ไม่สอนให้ผมรักตัวเอง กว่ารักส่วนรวม ไม่สอนให้บ่อนทำลายชาติ ด้วยวิธีทั้งทางตรง และทางอ้อม..
และครูของผมยังสอนอีกมากมาย หากจะพร่ามพรรณามาให้มากกว่านี้ ก็จะเปลืองสายตาในการรับจากผมไป..
คนที่ดูถูกรากเง่าของตนเอง มันก็เป็นได้แค่คนไทยลืมชาติ แล้วสุดท้าย เมื่อมันเห็นชาติหมดความหมาย มันจะทำลายทิ้ง..

ใครดูถูก ดูแคลนคุณครูของตรู..มันผู้นั้นไม่ใช่ผู้คนอันเจริญ..และจะจมปรักอยู่กับกองมูลภูติที่เน่าหนอน..อนาคต ล่มจม ดิ้นรนเหมือนหนอนที่คลานคืบ..
เดรัจฉานเนรคุณของคุณครู

แถมก่อนจบ..ก่อนจะเขียนภาษาฝรั่งได้ เองเรียนภาษาอะไร..เองเขียนหนังสือไทยเป็นก่อน หรือเองเขียนหนังสือฝรั่งเป็นก่อน..รึว่าไงว๊ะ อั๊ยคนอยู่ออสเตเรีย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 13:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมกลับเข้ามาอีกครั้ง..
ข้องใจ..ข้องใจ ข้องใจตรงคำพูดของคนที่อวดตัววว่าเจริญกว่า ดูถูกคนที่อุส่าห์เรียนจนประกอบอาชีพได้ แล้วดันเจือกมาดูถูกครูบาอาจารย์ของเรา..ครูบาอาจารย์ของผม..
แม้คุณครูของผม จะสอนหลายวิชา..แต่คุณครูของผม ก็มีจิตใจที่เป็น เป็นอาจารย์ เอาวิถีชีวิตเข้าทุ่มเท ประเคนความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ ทุกรุ่น ด้วยจิตอันมั่นคง..
ผมเป็นผู้ เป็นคน มีอาชีพประกอบได้อย่างสง่าผ่าเผย ครูของผม ประเคฯความรู้ให้มาครับ จนผมมีความสามารถหาเลี้ยงกาย และครอบครัวจนทุกวันนี้..
ครูของผม..ได้สอนให้ผมได้รู้จักคุณของแผ่นดิน รู้คุณในชาติ เครารพในสถาบัน..
ครูของผม..สอนให้ผม ไม่หลงผิด ไม่งมงายในสรรพสิ่งอันปลิ้นปล้อน
ครูของผม ไม่สอนให้ผมเป็นเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัว ไม่ละทิ้งถิ่นฐานที่อาศัย..
ครูของผมสอนให้มีเมตตาต่อกัน ไม่เอารัด เอาเปรียบแก่กัน และกัน

ครูของผม ไม่สอนให้ผมรักตัวเอง กว่ารักส่วนรวม ไม่สอนให้บ่อนทำลายชาติ ด้วยวิธีทั้งทางตรง และทางอ้อม..
และครูของผมยังสอนอีกมากมาย หากจะพร่ามพรรณามาให้มากกว่านี้ ก็จะเปลืองสายตาในการรับจากผมไป..
คนที่ดูถูกรากเง่าของตนเอง มันก็เป็นได้แค่คนไทยลืมชาติ แล้วสุดท้าย เมื่อมันเห็นชาติหมดความหมาย มันจะทำลายทิ้ง..

ใครดูถูก ดูแคลนคุณครูของตรู..มันผู้นั้นไม่ใช่ผู้คนอันเจริญ..และจะจมปรักอยู่กับกองมูลภูติที่เน่าหนอน..อนาคต ล่มจม ดิ้นรนเหมือนหนอนที่คลานคืบ..
เดรัจฉานเนรคุณของคุณครู

แถมก่อนจบ..ก่อนจะเขียนภาษาฝรั่งได้ เองเรียนภาษาอะไร..เองเขียนหนังสือไทยเป็นก่อน หรือเองเขียนหนังสือฝรั่งเป็นก่อน..รึว่าไงว๊ะ อั๊ยคนอยู่ออสเตเรีย



พี่น้องครับ อย่าไปว่าเขาเลยครับเขาอ่านและฟังภาษาคนไม่ออกหรอกชีวิตเขาทำได้ทุกอย่างยกเว้นความดี..คนแบบนี้หายากครับส่วนมากต้องเร่ร่อน..อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งกลับบ้านก็ไม่ได้น่าสงสารครับ..







noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 13:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเองครับ ในคห.ที่7
และขอบคุณ ที่ให้เกียรติ ในการขานเรียกว่า พี่น้องงงง..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผมเอง
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 13:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมกลับเข้ามาอีกครั้ง..
ข้องใจ..ข้องใจ ข้องใจตรงคำพูดของคนที่อวดตัววว่าเจริญกว่า ดูถูกคนที่อุส่าห์เรียนจนประกอบอาชีพได้ แล้วดันเจือกมาดูถูกครูบาอาจารย์ของเรา..ครูบาอาจารย์ของผม..
แม้คุณครูของผม จะสอนหลายวิชา..แต่คุณครูของผม ก็มีจิตใจที่เป็น เป็นอาจารย์ เอาวิถีชีวิตเข้าทุ่มเท ประเคนความรู้ให้แก่ลูกศิษย์ ทุกรุ่น ด้วยจิตอันมั่นคง..
ผมเป็นผู้ เป็นคน มีอาชีพประกอบได้อย่างสง่าผ่าเผย ครูของผม ประเคฯความรู้ให้มาครับ จนผมมีความสามารถหาเลี้ยงกาย และครอบครัวจนทุกวันนี้..
ครูของผม..ได้สอนให้ผมได้รู้จักคุณของแผ่นดิน รู้คุณในชาติ เครารพในสถาบัน..
ครูของผม..สอนให้ผม ไม่หลงผิด ไม่งมงายในสรรพสิ่งอันปลิ้นปล้อน
ครูของผม ไม่สอนให้ผมเป็นเห็นแก่เงิน เห็นแก่ตัว ไม่ละทิ้งถิ่นฐานที่อาศัย..
ครูของผมสอนให้มีเมตตาต่อกัน ไม่เอารัด เอาเปรียบแก่กัน และกัน

ครูของผม ไม่สอนให้ผมรักตัวเอง กว่ารักส่วนรวม ไม่สอนให้บ่อนทำลายชาติ ด้วยวิธีทั้งทางตรง และทางอ้อม..
และครูของผมยังสอนอีกมากมาย หากจะพร่ามพรรณามาให้มากกว่านี้ ก็จะเปลืองสายตาในการรับจากผมไป..
คนที่ดูถูกรากเง่าของตนเอง มันก็เป็นได้แค่คนไทยลืมชาติ แล้วสุดท้าย เมื่อมันเห็นชาติหมดความหมาย มันจะทำลายทิ้ง..

ใครดูถูก ดูแคลนคุณครูของตรู..มันผู้นั้นไม่ใช่ผู้คนอันเจริญ..และจะจมปรักอยู่กับกองมูลภูติที่เน่าหนอน..อนาคต ล่มจม ดิ้นรนเหมือนหนอนที่คลานคืบ..
เดรัจฉานเนรคุณของคุณครู

แถมก่อนจบ..ก่อนจะเขียนภาษาฝรั่งได้ เองเรียนภาษาอะไร..เองเขียนหนังสือไทยเป็นก่อน หรือเองเขียนหนังสือฝรั่งเป็นก่อน..รึว่าไงว๊ะ อั๊ยคนอยู่ออสเตเรีย


q*062q*062q*062q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 16:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*032 บอกตามตรงก็งงๆนะกับนโยบายนี้ q*026
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เฮโลฯ..
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 16:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ครูของผม สอนหนังสือให้พวกผมภายใต้ต้นมะม่วง และต้นยางยางใหญ่ แต่เป็นในฤดูแล้ง ส่วนฤดูหนาว ก็พาไปเรียนที่กลางสนาม เรียนในอาคาร ก็เรียนครับ..
ครูผ่านหน้าเมื่อไร พวกเราก็จะคำนับ จะเรียกคุณครูทุกคำ..
ครูบ้านนอกของผม เป็นห่วงพวกผม ยามหนีเรียนไปหลายวัน คุณครูไม่ปล่อยละเลยให้พวกผมต้องโง่เขลา คุณครูใช้ไม้เรียวกิ่งมะขามกำหราบพวกผม..
คนริยำ ไปอยู่กับเมืองที่เจริญ ได้เป็นลูกศิษย์พวกคนต่างชาติ ก็ปลื้มหลง..หลงว่าได้อาจารย์ดีเลิศ..ไม่หลงปลื้มแต่เพียงเท่านั้น...
หลงไหลอาจารย์ต่างภาษา แล้วมาลืมคุณ ในคุณของครูไทย เหยียดหยามความรู้น้อยด้อยสาระ..

คนเจริญแต่กาย เจริญด้วยทรัพย์อันหาได้..แต่จิตใจตกต่ำ ลืมที่มาของตน..
ไม่ใช่ว่าผมจะชอบจองเวร จองกรรมกับใครนะครับ..
แต่ความคิดอันสกปรก ที่ไม่รู้คุณของครูบาอาจารย์ ที่เขาแสดงออก สำรากออกมา..
มันไม่ทำให้เสังคมมีความรัก ความอบอุ่นบังเกิดขึ้น แล้วยังทำให้สังคมทรามลงๆ..
แฟนใคร เพื่อนของใคร ผมก็ไม่ไปก้าวก่าวหรอกครับ..แต่ว่า..
แต่ว่า แม้นเราจะชอบอะไรที่ไม่เหมือนกัน..แต่เราควรจะรู้จักรักกัน เครารพกันในฉันท์เป็นพลเมืองของชาติ..
การรังเกลียดกัน จนเลยเถิดขึ้นไปก้าวร้าว ก้าวร่วงครูบา อาจารย์ ไม่ให้ความเครารพ ก็เท่ากับทำให้สังคมเสื่อมทรามลง
พื้นฐานจิตใจ ขาดความกตัญญู คนไม่รู้จักคุณ..เรียกว่าคนลืมคุณ และไม่แต่เพียงเป็นผู้ลืมคุณเท่านั้น ยังเป็นผู้เนรคุณอีกด้วย..
เนรคุณผู้มีคุณ คุณครูเป็นดั่งบิดาและมาดา..เรียกว่า ผู้มีพระคุณ..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 23:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เด็กต้องไปเรียนไกลบ้านมากขึ้น ผู้ปกครองลำบากมากขึ้น
กรรมจะเห็นผลได้เร็วทันตา คอยดูเถอะ..
ให้คอยดูตรงนี้ครับ..ตอนเด็กเดินทางแล้วเกิดเรื่อง ตอนผู้ปกครองหงุดหงิดเรื่องส่งเด็กขึ้นรถไปโรงเรียน...
ครูไม่กีคน ไปสอนเด็กเป็นสิบ เป็นร้อย ไปไม่ได้ ให้เด็กเป็นสิบ เป็นร้อย เดินทางไปใหครูสอน ครูแค่ไม่กี่คน..

สังคมมันดี หรือมันบ้านกัน(ว๊ะ)

โรงเรียนของ(บิดา)ใครล่ะ ที่อยู่ห่างกันแค่กิโลเดียว..ที่เห็นๆมันห่างกันเป็นห้า เป็นสิบกิโล..
คิดอะไรไม่เป็น คิดยุบโรงเรียนเล่นเสี๊ยงั๊นแหละพับเผื่อย..
การศึกษา เขาลงทุน ไดยไม่ต้องการผลกำไรทางตรง..อย่าแกล้งไม่รู้..
เด็กเกิดมา ลืมตาอุแว๊ๆกผ้ต้องรับร่วมใช้หนี้สองแสนล้านเสียด้วย แต่การศึกษาให้เขาได้รับความสะดวก สะบายได้บ้างไหม..
เซ็งไปกับสาวกนกแสกเฒ่าเหลือประมาณ..
พวกคอมมิวนิสต์ปล่อยพิษร้าย


จากข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยมีหมู่บ้าน 74,956 หมู่บ้าน [1] และจากข้อมูลสำมะโนประชากรเมื่อปี พ.ศ. 2533 แต่ละหมู่บ้านมีประชากรโดยเฉลี่ย 144 ครัวเรือน หรือ 746 คน

จาก วิกิพีเดีย

ขอเริ่มที่ตัวเลขล่าสุดของขนาด โรงเรียนซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของบ้านเรา จำนวนโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งหมดมี 31,508 โรงเรียน (ประถม 29,054 มัธยม 2,361 ศึกษาสงเคราะห์ 50 และศึกษาพิเศษ 43)

ขนาดของโรงเรียนมีดังนี้ จำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน มีอยู่ 14,397 โรง (ร้อยละ 46) ถ้าดูย่อยลงไปก็พบว่าโรงเรียนที่ปัจจุบันไม่มีนักเรียนแล้ว 137 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน มีจำนวน 444 โรง นักเรียน 21-40 คน 1,967 โรง นักเรียน 41-60 คน 3,082 โรง นักเรียน 61-80 คน 3,355 โรง นักเรียน 81-100 คน 3,040 โรง และนักเรียน 101-120 คน 2,372 โรง


จาก http://wwisartsakul.wordpress.com/2011/04/21/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%A7%E0%B8%A3/

ไอเดียการยุบโรงเรียนเล็ก มีมาตั้งแต่ก่อนหน้า ยุค ปชป. เป็นรัฐบาล แต่ ค่อนข้างโดดเด่นในช่วง ท่าน ชินวรณ์ บุญยเกียรติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ตามแผนงาน คือ ยุบ...โรงเรียนที่เข้าข่ายภายใน 10 ปี ครับ


q*033q*033q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 23:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เด็กต้องไปเรียนไกลบ้านมากขึ้น ผู้ปกครองลำบากมากขึ้น
กรรมจะเห็นผลได้เร็วทันตา คอยดูเถอะ..
ให้คอยดูตรงนี้ครับ..ตอนเด็กเดินทางแล้วเกิดเรื่อง ตอนผู้ปกครองหงุดหงิดเรื่องส่งเด็กขึ้นรถไปโรงเรียน...
ครูไม่กีคน ไปสอนเด็กเป็นสิบ เป็นร้อย ไปไม่ได้ ให้เด็กเป็นสิบ เป็นร้อย เดินทางไปใหครูสอน ครูแค่ไม่กี่คน..

สังคมมันดี หรือมันบ้านกัน(ว๊ะ)

โรงเรียนของ(บิดา)ใครล่ะ ที่อยู่ห่างกันแค่กิโลเดียว..ที่เห็นๆมันห่างกันเป็นห้า เป็นสิบกิโล..
คิดอะไรไม่เป็น คิดยุบโรงเรียนเล่นเสี๊ยงั๊นแหละพับเผื่อย..
การศึกษา เขาลงทุน ไดยไม่ต้องการผลกำไรทางตรง..อย่าแกล้งไม่รู้..
เด็กเกิดมา ลืมตาอุแว๊ๆกผ้ต้องรับร่วมใช้หนี้สองแสนล้านเสียด้วย แต่การศึกษาให้เขาได้รับความสะดวก สะบายได้บ้างไหม..
เซ็งไปกับสาวกนกแสกเฒ่าเหลือประมาณ..
พวกคอมมิวนิสต์ปล่อยพิษร้าย


สวัสดีครับ ท่านกุญซือ แห่งถนนสายเอเชีย

มีผู้สนใจเรื่องการศึกษาซึ่งเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของบ้านเมืองเรา แต่อาจขาดข้อมูลตัวเลขซึ่งอยู่ในที่เดียวกันที่จะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น วันนี้ขอนำเสนอตัวเลขสำคัญเหล่านั้น

ขอเริ่มที่ตัวเลขล่าสุดของขนาด โรงเรียนซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของบ้านเรา จำนวนโรงเรียนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ทั้งหมดมี 31,508 โรงเรียน (ประถม 29,054 มัธยม 2,361 ศึกษาสงเคราะห์ 50 และศึกษาพิเศษ 43)

ขนาดของโรงเรียนมีดังนี้ จำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน มีอยู่ 14,397 โรง (ร้อยละ 46) ถ้าดูย่อยลงไปก็พบว่าโรงเรียนที่ปัจจุบันไม่มีนักเรียนแล้ว 137 โรง โรงเรียนที่มีนักเรียน 1-20 คน มีจำนวน 444 โรง นักเรียน 21-40 คน 1,967 โรง นักเรียน 41-60 คน 3,082 โรง นักเรียน 61-80 คน 3,355 โรง นักเรียน 81-100 คน 3,040 โรง และนักเรียน 101-120 คน 2,372 โรง

ที่มา http://wwisartsakul.wordpress.com/2011/04/21/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%A2-%E0%B8%A7%E0%B8%A3/

หมู่บ้าน (ประเทศไทย)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

หมู่บ้าน เป็นรูปแบบการปกครองลักษณะปกครองท้องที่ นับเป็นเขตการปกครองขนาดเล็กที่สุดของประเทศไทย โดยแบ่งย่อยออกจากตำบลอีกทีหนึ่ง จากข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยมีหมู่บ้าน 74,956 หมู่บ้าน [1] และจากข้อมูลสำมะโนประชากรเมื่อปี พ.ศ. 2533 แต่ละหมู่บ้านมีประชากรโดยเฉลี่ย 144 ครัวเรือน หรือ 746 คน

จากตัวเลขทั้งหมดนี้ บอกอะไรเราได้บ้าง...???

q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 9 พ.ค. 13, 23:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ต่อไปคงต้องไปเรียนที่วัดเหมือนเมื่อสมัยก่อนแล้วละมั่งท่าน..!!




ผมเอาข้อมูลนี้มาฝากให้คุณ อินเตอร์ ช่วยวิเคราะห์ด้วยอีกคนครับ

เหตุที่บ้าน เรามีจำนวนโรงเรียนมากมายขนาดนี้ก็เพราะในสมัยก่อนนักเรียนอยู่ในที่กันดาร เด็กต้องเดินเท้ากันไกลจึงต้องเปิดโรงเรียนจำนวนมาก อย่างไรก็ดี เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น “ถนนดำ” ไปถึงกันทั่ว

แต่โรงเรียนเหล่านี้ก็ยังคงอยู่ไม่มีการยุบรวมตามที่ควรก็เพราะ เป็นความภูมิใจของชาวบ้าน และหากยุบไปผู้อำนวยการโรงเรียนก็ไม่มีตำแหน่ง อย่างไรก็ดี มันทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรเป็นอันมากทั้งจำนวนครู (ปกติแต่ละโรงเรียนควรมีครูครบทั้ง 8 คนตาม 8 สาระการเรียนรู้) การนิเทศ การดูแลกำกับ ค่าดูแลรักษา ฯลฯ

สำหรับโรงเรียนเล็กนั้นถ้า มีชุมชนเข้มแข็ง มีผู้อำนวยการเก่ง มีองค์กรปกครองท้องถิ่นสนับสนุน ฯลฯ ก็จะเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพได้ แต่โดยทั่วไปมีปัญหาด้านคุณภาพจนเป็นตัวฉุดให้ค่าเฉลี่ยของคะแนนสอบของเด็ก ทั้งประเทศต่ำลง

ในปีงบประมาณ 2553 รัฐจ่ายเงินด้านการศึกษาสูงสุดคือประมาณ 400,000 ล้านบาท (ร้อยละ 23.7 ของงบประมาณทั้งหมด) ในจำนวนนี้ร้อยละ 75.5 จ่ายให้โรงเรียนระดับก่อนประถม ประถม และมัธยมศึกษา

คราวนี้มาดูจำนวนนักเรียนกันบ้าง ในปีการศึกษา 2552 ซึ่งเป็นสถิติล่าสุด ทั้งประเทศมีนักเรียนและนักศึกษารวมกันประมาณ 15 ล้านคน เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12.6 ล้านคน (2.7 ล้านคนก่อนประถม 5.2 ประถม 4.7 มัธยม) อุดมศึกษา 2.4 ล้านคน (อนุปริญญา 0.4 ล้านคน ปริญญาตรี 1.8 ปริญญาโท 0.2 ปริญญาเอก .02 ล้านคน)

ตัวเลขที่น่าสนใจมากก็คือในจำนวนเด็ก 100 คน ที่เข้าเรียนประถมหนึ่ง ในปีการศึกษา 2541 เมื่อเรียน ม.1 จะเหลือ 85.6 คน เมื่อเรียน ม.3 จะเหลือ 79.6 คน เมื่อเรียน ม.4 และ ปวช. ปี 1 จะเหลือ 68.4 คน เมื่อเรียน ม.6 และ ปวช.ปี 3 จะเหลือเพียง 54.8 คน

ตัว เลขนี้แสดงว่าจากเด็ก 100 คน ที่เข้าเรียนแต่แรกจะเหลือเมื่อเรียนปีสุดท้ายของการเรียน 12 ปี เพียง 54.8 คนที่เหลือ 45.2 คน หายหกตกหล่นระหว่างช่วง 12 ปี ของการเรียนหนังสือขั้นพื้นฐาน

สำหรับจำนวนนักศึกษาระดับ อุดมศึกษาในปีการศึกษา 2552 รวมทั้งหมด 2,398,454 คนนั้น อยู่ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) 1,733,443 คน ซึ่งประกอบด้วยสถาบันของรัฐจำกัดรับ (ทบวงเดิม) 316,345 คน มหาวิทยาลัยราชภัฏ 485,880 คน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 155,046 คน มหาวิทยาลัยไม่จำกัดรับ 508,701 คน มหาวิทยาลัยในกำกับ 224,802 คน มหาวิทยาลัยสงฆ์ 29,134 คน (อย่าตกใจครับ ในจำนวนนี้มีนักศึกษาหญิง 7,907 คน มีการสอนปริญญาตรีและโทหลากหลายด้านที่ไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนา) วิทยาลัยชุมชน 13,535 คน (19 แห่ง) ส่วนสุดท้ายคือสถาบันอุดมศึกษาเอกชนมีนักศึกษา 303,790 คน

ส่วนที่ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (เช่น โรงเรียนอาชีวะที่สูงกว่า ปวช.ของเอกชน) 122,447 คน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา 225,097 คน (ประมาณกว่าร้อยละ 60 เรียนพาณิชย์ระดับ ปวส.)

ในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมมีสถาบันบัณฑิต พัฒนศิลป์ของกรมศิลปากร รวม 2,988 คน สถาบันการพลศึกษาในสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยว 10,568 คน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย 121 คน

รวมทุกกระทรวงแล้วมี 2,398,454 คน

ในปีการ ศึกษา 2551 มีผู้สำเร็จการศึกษาอุดมศึกษา รวม 532,870 คน โดยจบต่ำกว่าปริญญาตรี (ปวส. อนุปริญญา) 143,041 คน ปริญญาตรี 311,377 คน และสูงกว่าปริญญาตรี 78,452 คน (ปริญญาเอก 1,641 คน ปริญญาโท 57,324 คน และประกาศนียบัตรบัณฑิต 19,487 คน)

สำหรับผู้เข้าเรียนระดับอุดม ศึกษา ในปีการศึกษา 2552 ตัวเลขมีดังนี้ เข้าเรียนทั้งหมด 875,797 คน โดยเข้าเรียนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ 593,301 คน ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัยจำกัดรับ (ทบวงเดิม) 101,916 มหาวิทยาลัยราชภัฏ 178,136 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 56,608 มหาวิทยาลัยไม่จำกัดรับ 167,552 มหาวิทยาลัยในกำกับ 70,795 คน มหาวิทยาลัยสงฆ์ 11,338 วิทยาลัยชุมชน 6,956 และอีกส่วนคือสถาบันอุดมศึกษาเอกชน 107,178 คน

โรงเรียน อาชีวะเอกชน (ปวส. อนุปริญญา) 61,280 คน และโรงเรียนอาชีวะของรัฐ (ปวส. อนุปริญญา) 109,380 คน สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ กรมศิลปากร 870 คน สถาบันพลศึกษา 3,713 และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 75 คน รวมทุกกระทรวง 875,797 คน

จำนวนผู้เรียนการศึกษานอกระบบโรงเรียนในปี การศึกษา 2552 มีจำนวนรวม 5,608,715 คน โดยแยกเป็นผู้เรียนสายสามัญศึกษา 2,072,143 คน และเรียนในสายอาชีพ 2,452,257 คน

ข้อมูลที่น่าสนใจที่ สุดคือจำนวนนักเรียนเด็กด้อยโอกาสทางการศึกษาในปีการศึกษา 2552 มีรวมทั้งสิ้น 3,183,006 คน ในจำนวนนี้มีเด็กยากจนมากสุดคือ 2,978,770 คน เด็กถูกทอดทิ้ง 88,730 คน ชนกลุ่มน้อย 42,856 คน เด็กถูกผลกระทบจากโรคเอดส์ 7,139 คน ที่เหลือได้แก่เด็กถูกบังคับให้ขายแรงงาน เด็กอยู่ในธุรกิจทางเพศ เด็กในสถานพินิจ เด็กเร่ร่อน เด็กที่ถูกทำร้าย เด็กที่มีปัญหาเกี่ยวกับยาเสพติด และ อื่นๆ

ในสถานการณ์ ประชากรของไทยที่มีเด็กเกิดน้อยลงทุกที เช่น จากเกิดปีละเกิน 1 ล้านคนมาตั้งแต่เมื่อ 48 ปีก่อนและต่อเนื่องมาตลอด จนเมื่อ 13 ปีก่อนลดลงเหลือปีละ 990,000 คน และลดลงเหลือ 780,000 คน ในปี 2552 ทำให้จำเป็นต้องมีการปรับตัวในด้านการจัดการการศึกษาอย่างสำคัญเมื่อคำนึง ถึงจำนวนผู้เข้าเรียนที่น้อยลงทุกที

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1303389005&grpid=&catid=02&subcatid=0207
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ผอ.
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 10 พ.ค. 13, 11:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผมเป็น ผอ.จริงนะครับ..
เด็กเกิดน้อยลง เป็นผลจากการรู้จักวิธีการคุมกำเนิด อุปกรณ์ เวชภัณฑ์มีจำหน่าย จายแจกอย่างทั่วถึง
ผมเคยดูปาฐกถา ของเจ้าสัวฯ ท่านได้มีความเห็นใว้ ในเรื่องทรัพยากรณ์มนุษย์..ประเทศที่พัฒนา จะเกิดวิกฤติการขาดแคลนแรงงาน..
เช่น ประเทศจีน..จากนโยบายลูกคนเดียว..อีก20ปี จีนจะมีแรงงานคนชรา ญี่ปุ่นก็เป็นเช่นกัน..
ประเทศของเรา ก็เป็นตลาดแรงงาน แต่..อนาคต ประเทศของเรา ก็จะประสบปัญหาเช่นเดียวกัน..ประเทศฟิลิปปินส์ มีประชากรแซงหน้าประเทศเราไปแล้ว แต่ก่อน มีไม่เท่าไร..
เด็กในวัยเรียน เด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นทีละเล็กน้อย คนแก่มีเพิ่มขึ้น
โรงเรียนแต่ละชุมชน มีเด็กไม่มากนัก คุณครูน่าจะทำงานได้ดีกว่า แต่เด็กก็ไม่ได้พัฒนาอะไรสักเท่าไ
ปัญหาการศึกษา ไม่ใช้เกิดจากโรงเรียนมีเด็กมาก หรือมีน้อย แต่เกิดจากความตั้งใจของครู ของผู้บริหาร..กระทั่งกรรมการโรงเรียน..
เมื่อวาน ทางเนชั่น ในรายการ คมชัด ลึก ก็ได้คุยกันถึงเรื่องนี้..ลองค้นเข้าๆไปดูกันนะครับ..
ผมไม่ชอบวุ่นวายไปกับกระทุ็้ทุกๆกระทู้หรอกครับ แต่เรื่องของการศึกษา ผมขอเสนอหน้าสักหน่อยนะครับ..เพราะผมก็เป็นคนของประเทศ และเป็น ผอ.อีกด้วย..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นางงามรักเด็ก
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 07:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นนางงามก็ต้องรักเด็กเช่นกันเป็นรัฐบาลก็ต้องรักเด็ก หากเกลียดเด็กแล้วจะได้รับเลือกเป็นนางงามได้หรือไม่ก็คิดดู

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 15:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เที่ยงวันนี้ ดูเนชั่น เรื่องอยากให้ยุบโรงหรือ หรือไม่อยากให้ยุบโรงเรียน โดยคุยกับครู คุยกับผู้ปกครอง และคุยกับเด็กนักเรียน
ในรายการ ไม่มีใครอยากให้ยุบโรงเรียนเลยสักคน ไม่ว่าจะเป็นครู เป็นผู้ปกครอง และเด็กนักเรียน..
จากการที่ได้ดู และได้ฟัง
ตัดมาถึงตอนเขาถามเด็กเลยดีกว่า สั้นๆแต่จะให้สาระอะไรได้..ดีมากๆ..
-เขาถามเด็กชาย..อยากไปเรียนโรงเรียนอื่นไหม..
-เด็กชายตอบ ไม่ครับ
-ถามต่อไป ทำไมหรือ
-เด็กชายตอบ มาโรงเรียนง่ายดี..
-ถามต่อ..บ้านอยู่ตรงไหน..
-เด็กชี้มือ อยู่ตรงนี้..
-ถามต่อ มาโรงเรียนอย่างไร..
-เด็กตอบ เดินมา..
แล้วคนถาม ก็ถามต่อ..แค่นี้เหรอ ที่ไม่อยากย้ายโรงเรียน..เพราะอะไร.
-เด๋กแกว่งหัว ไม่อยากย้ายไป ครูที่นี่ใจดีครับ..
ในรายการ เขาก็ถามเด็กๆผู้หญิงด้วย
และคำตอบก็คือ ไม่อยากให้ยุบโรงเรียน ไม่อยากไปเรียนไกลบ้าน และบอกสาเหตุว่า ไปโรงเรียนได้สะดวก และรักครู ครูใจดี..

คนเป็นครู หากมีจิตใจที่ดี มีความเมตตาให้แก่้เด็ก เด็กๆก็จะรัก และให้ความร่วมมือ ในการเรียนการสอน..
มีมากมาย ครูบ้านนอก มีความใกล้ชิดกับเด็ก และรักเด็กดังเช่นบุตรในอุทร(ว่าเข้านั่น)
ผมคุยๆมาเพื่อการไม่อยากให้ยุบโรงเรียน เพื่อกระตุ้นให้คนที่เป็นครูต้องทำหน้าที่ของครูที่ดี(ครูบ้านนอก แอบไปเล่นการพนัน และกินดื่ม) เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีแก่ลูกศิษย์ สอนอย่างไร ให้เด็กได้ความรู้ และได้ความเครารพรักจากเด็ก..
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 12 พ.ค. 13, 17:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
วิธีแก้ปัญหา ในเบื้องต้น คือ

1. จัดทีม คุณครูภาคสนาม วิชาละ 1 ท่าน พร้อมรถตู้ เดินสายสอนเข้มโรงเรียนละ 1 วัน


q*021q*096q*021
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนร้อยเอ็ด
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 14 พ.ค. 13, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่บ้านโพนยานางหมู่ที่9ตำบลนาใหญ่
อ สุวรรณภูมิ จ ร้อยเอ็ด มีนักเรียน 20 คน ครู2คน ผอ 1คนแต่มีครูบางคน
เสียผลประโยนช์ เกน
ผู้ปกครองไม่ถึง 20คนออกมาประท้วงวันๆไม่เคยสอนในตำราพื้นที่ของโรงเรียนใช้ปลูกข้าวพอเวลาขายข้าวเสร็จเงินเข้ากระเป๋าตัวเองเป็นอย่างนี้มา20ปีแล้วพี่น้อง ใช้เด็กนักเรียนดำนา เผาถ่าน ทาสี โรงเรียนเบิกงบประมานมาเข้ากระเป๋าตัวเองหมดค่าอาหารกลางวันเด็กก็มี แต่เด็กไม่เคยได้รับอาหารกลางวัน ห่อข้าวไปกินเองทุกวันถ้าวันใหนมีอาหารกลางวันก็เป็นส้มตำซึ่งเมียครูนั้นแหละเป็นคนตำเด็กกินไม่ได้ เด็ก ป6 อ่านหนังสือไม่ได้เมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นๆช่วย ยุบเร็วๆหน่อยนะครับ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  พงษ์เทพ รัฐ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม