หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เมอร์ค เริ่มทำการศึกษาขั้นที่ 3 เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์  (อ่าน 78 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 1 เม.ย. 14, 10:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ดาร์มสตัดท์, เยอรมนี--27 มี.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

- การศึกษาทางคลินิกขั้นที่ 3 ในชื่อ ESPART* มุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยที่รังไข่ตอบสนองได้ไม่ดีเมื่อถูกกระตุ้น
- การศึกษาครั้งนี้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะรับผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาจำนวน 946 คนจาก 17 ประเทศทั่วยุโรป

เมอร์ค (Merck) บริษัทเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ระดับโลก ประกาศเปิดรับผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาขั้นที่ 3 เกี่ยวกับการเจริญพันธุ์ นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของความพยายามในการค้นหาหนทางใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการทางการแพทย์ที่จำเป็นอย่างยิ่งยวด

การศึกษา ESPART* ได้รับการออกแบบมาเพื่อประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา Pergoveris(R) (ส่วนผสมระหว่าง follitropin alfa กับ lutropin alfa) เมื่อเทียบกับยา GONAL-f (R) (มี follitropin alfa อย่างเดียว) ในการกระตุ้นให้เกิดถุงไข่อ่อนหลายถุง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการรักษาด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (ART) สำหรับสตรีที่รังไข่ตอบสนองไม่ดี โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีถุงไข่อ่อนเกิดขึ้นไม่มาก ดังนั้นจึงเก็บเซลล์ไข่ได้เพียงเล็กน้อยระหว่างการรักษาด้วย ART การศึกษาครั้งนี้ตั้งเป้าว่าจะรับผู้ป่วยเข้าร่วมการศึกษาจำนวน 946 คนจาก 17 ประเทศทั่วยุโรป ทั้งนี้ ยา Pergoveris ได้จากการผสมกันระหว่าง human follicle stimulating hormone (r-hFSH) และ recombinant human luteinizing hormone (r-hLH) ในสัดส่วนที่แน่นอน และนำเข้าร่างกายด้วยการฉีดเข้าใต้ผิวหนัง

“การศึกษา ESPART ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของเราในการทำงานร่วมกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านการเจริญพันธุ์ เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์และแก้ปัญหาต่างๆที่ผู้ป่วยต้องเผชิญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยก้าวข้ามอุปสรรคในการเจริญพันธุ์ไปได้ด้วยดี” จอห์น ออร์ลอฟฟ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาทางคลินิกของเมอร์ค โซโรโน่ ซึ่งเป็นแผนกชีววัตถุของบริษัทเมอร์ค กล่าว “ในฐานะผู้นำด้านอนามัยการเจริญพันธุ์ เราหวังว่าการศึกษาครั้งนี้จะทำให้เราเข้าใจว่าควรยกระดับการรักษาสตรีที่รังไข่ตอบสนองไม่ดีอย่างไร”

เมอร์ค อุทิศตนให้กับการคิดค้นโซลูชั่นอันทันสมัยเพื่อพัฒนาวิธีใหม่ๆในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับภาวะเจริญพันธุ์ ทั่วโลกมีผู้คนกว่า 72.4 ล้านคนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะมีบุตรยาก [1] ขณะที่องค์การอนามัยโลก (WHO)[2] ระบุว่า 15% ของคู่สามีภรรยาในวัยเจริญพันธุ์จำเป็นต้องขอรับความช่วยเหลือทางการแพทย์อันเนื่องมาจากภาวะมีบุตรยาก ทั้งนี้ ภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาหนึ่งซึ่งเมอร์ค โซโรโน่ ให้ความสำคัญมากที่สุด และเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันการเติบโตของแผนกนี้

“ปัจจุบันสตรีจำนวนมากนิยมมีบุตรช้า ซึ่งอาจทำให้ตั้งครรภ์ได้ยากขึ้นเนื่องจากเซลล์ไข่ในรังไข่มีปริมาณและคุณภาพด้อยลง เราจึงจำเป็นต้องคิดค้นวิธีการใหม่ๆเพื่อกระตุ้นการเจริญพันธุ์ เพื่อทำให้สตรีมีโอกาสตั้งครรภ์มากที่สุด” ศจ.ปีเตอร์ ฮิวไมดัน จากมหาวิทยาลัย Aarhus University ในเมืองสไคฟว์ ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นหัวหน้านักวิจัยในการศึกษา ESPART กล่าว “การศึกษา ESPART ทำให้เรามีความหวังว่าจะได้รับความกระจ่างว่า ผู้ป่วยที่รังไข่ตอบสนองไม่ดีจะได้ประโยชน์จากยากลุ่ม recombinant LH ที่นำมาใช้เสริมการรักษาตามขั้นตอนทั่วไปหรือไม่ เพื่อให้บรรลุอัตราการตั้งครรภ์ที่สูงขึ้น”

การศึกษา ESPART เป็นการศึกษาขั้นที่ 3 แบบสุ่ม มีกลุ่มควบคุม และปกปิดทางเดียว (single-blind) ซึ่งจัดทำขึ้นในศูนย์หลายแห่งเพื่อเปรียบเทียบผลของยา Pergoveris กับยา GONAL-f ในผู้ป่วยที่รังไข่ตอบสนองไม่ดี โดยเป็นไปตามผลการประชุมลงฉันทามติปี 2554 ของสมาคมการเจริญพันธุ์มนุษย์และคัพภะวิทยาแห่งยุโรป (ESHRE) [3] จุดยุติปฐมภูมิ (primary endpoint) ของการศึกษา ESPART คือ จำนวนเซลล์ไข่ที่เก็บได้ทั้งหมด ส่วนจุดยุติทุติยภูมิ (Secondary endpoint) ประกอบด้วย อัตราการตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่อง อัตราการเกิดและมีชีวิตรอด อัตราการฝังตัวของตัวอ่อน อัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิก และอัตราการตั้งครรภ์ทางชีวเคมี รูปแบบของการศึกษาครั้งนี้ได้รับอิทธิพลมาจากผลการวิเคราะห์อภิมานซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้วโดย Lehert และคณะ ในวารสาร Reproductive Biology and Endocrinology [4] ซึ่งผลวิเคราะห์ดังกล่าวบ่งชี้ว่าการใช้ r-hFSH ร่วมกับ r-hLH ระหว่างการกระตุ้นรังไข่ อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยกลุ่มย่อยบางกลุ่มที่รังไข่ตอบสนองไม่ดี

ผลการวิเคราะห์อภิมานของ Lehert ได้จากการพิจารณาข้อมูลจากการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม 43 การทดลอง ซึ่งมีผู้ป่วยเข้าร่วมการทดลองรวม 6,443 คน ผลการวิเคราะห์อภิมานแสดงให้เห็นว่า จำนวนเซลล์ไข่ที่เก็บได้จากกลุ่มผู้ป่วยโดยรวมทั้งหมดที่ใช้ r-hFSH ร่วมกับ r-hLH และกลุ่มที่ใช้ r-hFSH อย่างเดียว (weighted mean difference ?0.03; 95% confidence interval [CI] ?0.41 to 0.34) ไม่ได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มผู้ป่วยที่รังไข่ตอบสนองไม่ดีซึ่งได้รับ r-hFSH ร่วมกับ r-hLH พบว่าสามารถเก็บเซลล์ไข่ได้มากกว่ากลุ่มที่ใช้ r-hFSH อย่างเดียวเป็นอย่างมาก (n = 1077; weighted mean difference +0.75 oocytes; 95% CI 0.14-1.36) นอกจากนั้นยังพบว่ามีอัตราการตั้งครรภ์ทางคลินิกสูงกว่าเมื่อใช้ r-hFSH ร่วมกับ r-hLH เทียบกับการใช้ r-hFSH อย่างเดียว ทั้งในกลุ่มผู้ป่วยโดยรวมทั้งหมด (risk ratio [RR] 1.09; 95% CI 1.01-1.18) และกลุ่มที่รังไข่ตอบสนองไม่ดี โดยส่วนต่างสามารถเห็นได้ชัดยิ่งกว่าเดิม (n = 1179; RR 1.30; 95% CI 1.01-1.67; ITT population)[4]

*ESPART ย่อมาจาก Evaluating the Efficacy and Safety of Pergoveris(R) in ART

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม