หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ดร.วีรพงษ์ รามางกูร : รัฏฐาธิปัตย์ของไทย(บทความวิชาการ)  (อ่าน 82 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 เม.ย. 14, 01:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ดร.วีรพงษ์ รามางกูร : รัฏฐาธิปัตย์ของไทย(บทความวิชาการ)




ตั้งแต่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมประกาศตั้งตนเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" จะเป็นผู้สนองพระบรมราชโองการประกาศตั้งนายกรัฐมนตรีและสภาประชาชน จนบัดนี้ผู้ประกาศได้ยอมรับแล้วว่าประกาศดังกล่าวของตนนั้นเป็นเรื่องสมมุติ แต่คำว่า "รัฏฐาธิปัตย์" ก็ยังเป็นคำที่ได้รับการกล่าวถึงอยู่เรื่อยมา

นักรัฐศาสตร์หลายท่านก็พยายามออกมาอธิบายความหมายของคำว่า "รัฏฐาธิปัตย์" เป็นคำที่มาจากภาษาฝรั่งว่า sovereign ซึ่งหมายถึงอำนาจสูงสุดของ "รัฐ" เป็นอำนาจที่ใช้ในการปกครองคนในรัฐนั้นๆ ให้อยู่ในระเบียบกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้คนในรัฐนั้นสามารถปกครองตนเองได้ เพื่อความผาสุก มีความหวัง ได้รับความเป็นธรรม และดำรงตนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

อำนาจของรัฏฐาธิปัตย์ดังกล่าวคือ อำนาจ "อธิปไตย" เหนือดินแดน เหนือประชากรและมีรัฐบาลเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตยนั้น

เดิมอำนาจอธิปไตยที่ว่านั้นได้มาด้วยการใช้อำนาจบังคับเอา ต่อมาก็ใช้ประเพณีโดยการสร้างทฤษฎีว่าได้รับประทานมาจากพระผู้เป็นเจ้าบ้าง จากสวรรค์บ้าง จากปุพเพกตปุญญตา หรือบุญบารมีแต่ชาติปางก่อน หรือด้วยบุญญาธิการในชาตินี้บ้าง

จนเมื่อเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศอังกฤษ พระเจ้าชาร์ลที่ 1 ถูกจับประหารชีวิต ผู้คนจึงเริ่มไม่แน่ใจว่า อำนาจอธิปไตยถ้ามาจากสวรรค์แล้วองค์อธิปัตย์จะถูกจับประหารชีวิตได้อย่างไร หรือในกรณีของจีน เม็งจื้อ ตั้งข้อสงสัยว่า ถ้าพระจักรพรรดิเป็นโอรสสวรรค์ การเปลี่ยนราชวงศ์จะเกิดขึ้นได้อย่างไร

โทมัส ฮอบส์ เป็นคนแรกที่สร้างทฤษฎีใหม่ว่า อำนาจอธิปไตยไม่ได้เป็นของสวรรค์หรือพระเจ้า ที่มอบให้กับองค์อธิปัตย์ ซึ่งขณะนั้นคือกษัตริย์ แต่อำนาจนั้นเป็นของประชาชน แล้วประชาชนทำสัญญาประชาคมมอบให้แก่องค์อธิปัตย์ เพื่อให้เกิด "รัฐ" และทำการปกครองเมือง แต่มอบให้แล้วให้เลยเรียกร้องกลับคืนไม่ได้ แต่ต่อมา จอห์น ล็อค เห็นว่า เจ้าของอำนาจอธิปไตยเรียกร้องคืนได้ ถ้าองค์อธิปัตย์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเจ้าของอำนาจนั้น

สำหรับประเทศไทยหรือสยามประเทศของเรา แต่เดิมก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อปี พ.ศ.2475 อำนาจสูงสุดในการปกครองแผ่นดินย่อมเป็นของพระมหากษัตริย์ ดังพระราชหัตถเลขาสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ รัชกาลที่ 7 ว่า

"ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่สละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คนใด โดยเฉพาะ เพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาดและโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร"

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 25 เม.ย. 14, 01:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดังนั้น ตั้งแต่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2475 รวมทั้งพระราชหัตถเลขาดังกล่าวข้างต้น อำนาจอธิปไตยจึงตกเป็นของปวงชนชาวไทย ทั้งในแง่กฎหมายและการปฏิบัติ ยกเว้นแต่เมื่อมีการปฏิวัติ และรัฐประหารที่กระทำการยึดอำนาจจากประชาชนได้สำเร็จ ก่อนมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว หัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารย่อมเป็นผู้ถืออำนาจอธิปไตยจนกว่าจะประกาศคืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน

ลองมาดูรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2550 ซึ่งมอบให้ประชาชนโดยคณะรัฐประหาร คมช. มาตรา 3 วรรคแรกบัญญัติไว้ว่า

"อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้"

ตามความในรัฐธรรมนูญมาตรานี้จึงมีความชัดเจนว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้ใช้อำนาจนั้นแทนปวงชนชาวไทย จึงอาจจะตีความได้ว่าแม้พระมหากษัตริย์จะมิใช่เจ้าของอำนาจอธิปไตยก็จริง แต่พระมหากษัตริย์ก็ได้รับมอบให้เป็นผู้ใช้อำนาจนั้นแทนปวงชนชาวไทย ตรงตามทฤษฎีสัญญาประชาคม ดังนั้น พระมหากษัตริย์ย่อมจะเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" หรือ "องค์อธิปัตย์"

แต่อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 2 บัญญัติไว้ว่า "ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ดังนั้น การเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" ของพระมหากษัตริย์จึงมิใช่การเป็นรัฏฐาธิปัตย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่เป็นรัฏฐาธิปัตย์ในระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและศาล ภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ประกอบกับเคยมีพระราชกระแสเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2549 ว่า "รัชกาลนี้ไม่เคยทำอะไรผิดกฎหมาย" ซึ่งเป็นการยืนยันว่าประเทศของเรามีพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญหรือ "constitutional monarchy" ไม่ใช่การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือ "absolute monarchy"

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 จะมิได้บัญญัติไว้ชัดเจนเช่นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรก่อนหน้านี้ แต่ก็เป็นพระราชอำนาจที่จะทรงได้รับการปรึกษา ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะให้กำลังใจและทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะเตือนรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่เมื่อรัฐบาลนำไปปฏิบัติก็เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 25 เม.ย. 14, 01:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่สำคัญพระมหากษัตริย์ ยังทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะยับยั้งร่างกฎหมายที่ผ่านการเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว โดยพระราชทานคืนมาแต่ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย หรือไม่ได้พระราชทานคืนมาภายใน 90 วัน แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะบัญญัติว่ารัฐสภาอาจจะมีมติยืนยันด้วยเสียงข้างมากไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมดก็ตาม แต่เท่าที่ทราบ ถ้าจำไม่ผิดยังไม่เคยปรากฏว่ารัฐสภาเคยยืนยันมติเช่นว่านี้เลย

การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าประมุขของประเทศจะเป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นระบอบประธานาธิบดีของอเมริกาหรือของฝรั่งเศส หรือของประเทศไหน จะมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแม้ว่าอำนาจอธิปไตยจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว สำหรับรัฐใดรัฐหนึ่งต้องมีดวงอาทิตย์ดวงเดียว จะมีดวงอาทิตย์ 2 ดวงไม่ได้ก็จริง แต่อำนาจอธิปไตยจะรวมไว้ที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งไม่ได้ มิฉะนั้นองค์กรนั้นก็จะเป็น "ทรราช" หรือ "tyrant" ไป จึงนิยมแบ่งอำนาจอธิปไตยที่มีเพียงหนึ่งเดียวนั้น ให้มีองค์กรอย่างน้อย 3 องค์กรเป็นผู้ใช้อำนาจ เพื่อให้มี "การคานอำนาจ" ซึ่งกันและกัน ตามทฤษฎีการแบ่งแยกอำนาจของมองเตสกิเออร์ คือ อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ โดยที่อำนาจทั้งสามไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน แต่ก็คานอำนาจซึ่งกันและกัน ส่วนการไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกันและการคานอำนาจกันจะมีรูปแบบอย่างไร ก็สุดแต่ว่าจะเป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยรูปแบบไหน แล้วแต่รูปแบบการปกครอง เช่น ในกรณีของสหรัฐอเมริกา ทั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาได้รับเลือกมาจากประชาชนโดยตรง การแบ่งแยกอำนาจจึงค่อนข้างชัดเจน รัฐสภาจะมีมติไม่ไว้วางใจฝ่ายบริหารไม่ได้ ฝ่ายบริหารก็จะยุบสภาไม่ได้ แต่ถ้าฝ่ายบริหารทำผิดรัฐธรรมนูญหรือทำผิดกฎหมายเสียเองก็อาจจะถอดถอนได้ ส่วนกรณีการปกครองระบอบรัฐสภา นายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง แต่มาจากการแต่งตั้งจากสภาผู้แทนราษฎร สภาจึงอาจจะถอดถอนรัฐบาลเสียเมื่อไรก็ได้โดยไม่ผ่านกฎหมายการเงินหรือกฎหมายสำคัญอื่นๆ หรืออาจจะมีมติไม่ไว้วางใจเสียเมื่อไรก็ได้ แต่ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอาจจะยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินก็ได้ เป็นต้น

ในการลงนามหรือลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้กฎหมายก็ดี ประกาศแต่งตั้งประธานรัฐสภาก็ดี ประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ตุลาการ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งฝ่ายทหารตำรวจหรือข้าราชการพลเรือน เป็นประเพณีมาแต่โบราณกาลว่าต้องเป็นการลงนามหรือลงพระปรมาภิไธยโดยประมุขหรือพระประมุขของประเทศ แต่ก็มีผู้รับผิดชอบในเรื่องนั้นเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

การปกครองระบอบรัฐสภานั้นส่วนใหญ่ยึดถือเอาระบอบรัฐสภาของอังกฤษเป็นแม่บท และเนื่องจากระบอบรัฐสภาของอังกฤษเป็นระบอบการปกครองที่มีวิวัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์อธิปัตย์ เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และค่อยๆ ผ่องถ่ายมาสู่รัฐสภา ซึ่งสมาชิกประกอบด้วยผู้แทนของประชาชนชาวอังกฤษ จนในที่สุดก็ยอมรับกันว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนโดยไม่ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายฉบับใด เพราะอังกฤษไม่มีรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด รัฐสภาอังกฤษเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดหรือเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" ตัวจริง แต่พระมหากษัตริย์เป็น "องค์รัฏฐาธิปัตย์" ในแง่พิธีการ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การปกครองประเทศมีความต่อเนื่อง เป็นประวัติศาสตร์ที่งดงาม

การคงไว้ของรูปแบบชั้นวรรณะ ฐานันดรศักดิ์ บรรดาศักดิ์ในประเทศอังกฤษก็ยังคงไว้อย่างเดิม แต่หาได้มีอภิสิทธิ์เหนือปวงชนทั่วไปไม่ แม้แต่ชื่อสภาผู้แทนราษฎรก็ยังเรียกกันติดปากทั่วไปว่า "สภาไพร่" หรือ "House of Commons" สภาสูงก็ยังเรียกว่าสภาขุนนางหรือ "House of Lords" ตามเดิม

"รัฏฐาธิปัตย์" ก็ยังเป็นของเดิมแต่ไม่ใช้อำนาจเองโดยตรง แต่ผ่านองค์กรที่มาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ไทยเราก็นำเอาระบอบประชาธิปไตยมาจากตะวันตก ก็คงจะต้องปริวรรตความคิดไปในแนวทางนั้น เพียงแต่เป็นการบัญญัติโดยรัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษร มิใช่การวิวัฒนาการจากประวัติศาสตร์เท่านั้นเอง

คำว่า "รัฏฐาธิปัตย์" คงจะติดปากคนไทยไปอีกระยะหนึ่ง


เครดิต กระแสทรรศน์ มติชน 24 เมษายน 2557

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ไทย ของ รัฏฐาธิปัตย์ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม