หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 36

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การรายงานข่าวเหตุการณ์ต่างๆในประเทศและต่างประเทศ โดยคุณจูและคุณดิส  (อ่าน 21128 ครั้ง)
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #540 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 12:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

q*061 ทุกวันนี้ที่ไทยอยู่รอดจากภัยธรรมชาติอยู่ได้ ก็ด้วยมีภูเขาที่ยังไม่ได้ถูกทำลายและเป็นที่คุ้มกันลมฟ้าฝนให้อยู่ได้ แต่ต้นไม้ในป่าหมดแล้วหนาจะบอกให้ แล้วหากจะให้ปลูกกันนี่ อีกกี่ปีถึงจะตัดมาใช้ได้ ต้องรอให้น้ำท่วมกันอีกกี่ปีกว่าต้นไม้จะโตขึ้นมานี่คิดกันบ้างไหม

แล้วหากยังให้มีการปลูกสร้างที่จะต้องไปทำลายภูเขานั้นก็คิดกันให้จงได้ ขนาดปัจจุบันป่าไม้หมดไปนี่ก็ยังมีภูเขาเอาไว้ป้องกันลมนั้นได้ แล้วหากมันยังจะคิดทำลายภูเขาเพื่อเอามาก่อสร้างทางนั้น ข้าก็จะไม่ยอมอีกแล้วนั่นเพราะจะหนักหนาสาหัสกว่าปัจจุบันอีกในการที่จะคิดป้องกันภัยพิบัติกันนั้นได้

แล้วหน่วยงานไหนที่ยังอนุญาตให้มีการทำลายภูขาเพื่อเอามาปลูกสร้างนั้นก็ให้คิดร่วมกันให้จงได้ว่าจะไปทำลายธรรมชาติของประเทศไทยอีกต่อไปไหม ที่จะอนุญาตให้ทำสัมประทานอะไรปานนั้น ช่วยกันคิดก่อนที่จะทำกันต่อไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ใช้วิกฤตเป็นโอกาส!
เรทกระทู้
« ตอบ #541 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 12:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 อยากให้ราคาข้าว สูงกว่าราคาทองคำในประเทศไทย เพราะว่าปัจจุบันหากรัสเซียกับอเมริกา ส่งอาวุธให้ประเทศที่ถือข้างต่อสู้กันนั้นต่อไป อาหารก็ต้องเหมือนดั่งทองคำ เพราะทองคำกินไม่ได้ แต่อาหารการกินกินไทย ข้าวนั้นสำคัญกว่าทองคำเป็นไหน ๆ ให้ส่งเสริมข้าวไทยให้มีราคาเหนือกว่าหรือเท่ากับราคาทองคำในไทย เพราะว่าต่อไปในอนาคตข้างหน้าพวกค้าขายอาวุธกันนั้นหนาก็จะไม่มีข้าวหรืออาหารการกินจะปะทังชีวิตทั้งตนเองและประชาชนในชาติที่สู้รบกันนั้นด้

ให้ไทยถือโอกาสขึ้นให้ขึ้นราคาข้าวให้เท่ากับราคาทองคำ เพราะอนาคตนั้นจะแพงมากมายน้นจะบอกเอาไวให้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดให้ไกล ๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #542 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ก็คงจะถูกต้องแล้วที่บรรพบุรุษของไท่ยจะกำหนดให้เราชาวไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เพราะชาติผู้นำผลิตแต่อาวุธต่อสู้ซึ่งกันและกันนั้นได้ เราก็ควรเดินตามรอยบรรพบุรุษไทยที่จะเป็นประเทศเกษตรกรรมเพราะเห็นถึงอนาคตแล้วนั่นหากมีการสู้รบกันประเทศไทยก็จะวุ่นวายอาหารการกินจะขาดแคลน เราก็ต้องมีการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้ากระนั้รได้ ไปคิดทบทวนกันให้ดีน๊ะ ทั้งอาวุธทั้งเชื้อโรคนั้นน่ะไม่เข้าใครออกใคร แต่หากเรามีข้าวปลาอาหารบริบูรณ์นั้นไซร้ทุกอย่างก็จะพึ่งพาไทยนั้นในอนาคตอันใกล้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จิ้งหรีดเอเซีย
เรทกระทู้
« ตอบ #543 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 14:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 มันแปลกดีน๊ะประเทศที่ไม่ค่อยอยู่สุขนี่มักจะมีพื้นที่ไม่ค่อยมากมายสักเท่าใด แต่เห็นมศักยภาพอย่างมากมายที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงชาติเอเซียได้ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีเนือ และเกาหลีใต้ และเป็นเขตแดนติดต่อกันด้วยน๊ะแต่ไม่ถูกกันนั้นได้ แต่พี่ใหญ่เยี่ยงจีนนี่มีพื้นที่อันมากมาย กลับไม่ค่อยมีปัญหาแต่มากด้วยภัยพิบัติต่าง ๆ นานาตลอดปีกระนั้นได้ ก็เห็นวุ่นวายกันอยู่แค่นี่ในมหาสมุทรแปซิฟิคนี่ให้ดูในแผนที่โลกก็จะเข้าใจ แล้วเหตุใดถึงวุ่นวายไปทั่วทั้วทวีปเอเซียนี่เพราะตัวเองมีหัวสมองดีในการที่จะคิดค้นหาความทันสมัยแต่ขาดซึ่งเนื้อที่ของประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยแต่ประการใด ถึงอยากจะขยับขยายความเจริญที่มีอยู่ในสติปัญญาไปเบียดเบียนบีฑาในประเทศอื่นๆ กระนั้นได้

สำหรับประเทศไทยก็มีเนื้อที่อาจจะพอๆ กันหรือก็มากกว่านั้นแต่ถูกแบ่งแยกดินแดนไป แต่วนเวียนเชื่อมโยงกันอยู่แค่นี้ รู้สึกว่าเกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและก็ไทยนี่วุ่นวายสิ้นดีด้วยชนชาติไหนมายุแยงตะแคงรั่วอยู่ทุกวันนี้ได้ ดูให้ดี ๆ และใช้ประเทศเหล่านี้เป็นฐานเจาะเข้าหาประเทศจีนนั้นหรือไม่

เมื่อไหร่โลกนี้มันจะสงบเสียที ด้วยคุณสันติภาพชาติเดียวนี้ใช่หรือไม่ที่วุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ บ้านเมืองตัวเองนี่แทบจะไม่สนใจ สนใจแต่บ้านเมืองอื่นนั่น แล้วชาติที่ว่านั้นก็ยุยงส่งเสริมขึ้นด้วยกระนั้นได้ มันถึงวุ่นวายกันอยู่แค่นี้ ไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เพียงเท่านั้นที่วุ่นที่สุดในทวีปเอเซียจะบอกให้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ถามจริง!
เรทกระทู้
« ตอบ #544 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 14:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ความจริงมันน่าจะจับมือกันคุยกันดีกว่าไหม ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ เมื่อไหร่จะเลิกเป็นจิ้งหรีดให้เขาจับมาแข่งขันกันเป็นที่สนุกสนานของอ้ายสันติภาพอย่างมากมาย ยุขึ้นด้วยน๊ะ และต่อยอดกันเก่งมากน๊ะนายยอดมนุษย์นั่นบ่ยั่นเหมือนกันเอาชนะเกาหลีใต้ แล้วไทยนี่คืออะไรอยากจะเด่นดังเหมือนกับเขาบ้าง ทั้งที่บ้านเมืองตัวเองนั้นมีศักยภาพอย่างไร แต่ก็ยุขึ้นอีกนั่นแหละ ความทันสมัย และเป็นเสือรองบ่อนใช้ข้าวของจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่นนั่น เอาอะไรไปแข่งกับเขาขอถามหน่อยได้ไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดสิคิด
เรทกระทู้
« ตอบ #545 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ความจริงแล้วประเทศเกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น นี่น่าจะมีดีเอ็นเอเหมือนกันนั้นได้ และเป็นประเทศที่มีหัวสมองดีเพราะบริโภคแต่ปลาเป็นอาหารหลักกระนั้นได้ เพราะอยู่ติดกับทะเลสมองก็ย่อมจะดีกว่าชนชาติอื่นใด หากว่ามีความเผื่อแผ่จากประเทศจีนที่จะอนุเคราะห์ให้กับประเทศเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่ติดต่อกันนี่ก็จะดีอย่างมากมาย ที่จะไม่ทำความเดือดร้อนให้ประเทศอื่นใด เช่น พม่าและไทย

เมื่อก่อนนี้สองชาตินี้ถูกรุกรานจากประเทศจีน พี่กันเขาก็เลยเข้ามาช่วยเหลือนั้นและเข้าเจาะฐานยึดติดกระนั้นได้ ก็เชื่อมโยงความรู้ให้แก่กันและกัน ส่วนพี่ไทยนั้นไปยุ่งอะไรกับเขาด้วยนั้นได้ ก็ไม่เห็นว่าจะได้ผลประโยชน์อันใดที่จะได้รับมีแต่ถูกทำลายกับทำลาย และก็ไม่ได้มีสมองที่ดีเด่นดังที่จะไปเปรียบเทียบกับเขานั้นได้ ที่ผ่านมาก็นับว่ามีความเจริญอยู่ในอันดับที่ดีได้ แต่ก็ถูกคุกคามด้วยทุนนิยมอย่างมากมาย อยากจะไปแข่งขันกับชาติที่เขามีสมองที่ดีและมีพี่กันสนับสนุนนั่น แต่บางคนก็มากระแนะกระแหนผู้ปกครองไทยอยากให้พี่กันสนับสนุนนั่น แล้วให้คิดดูนั้นหัวสมองนั้นดีกว่าพวกนั้นและไปต่อสู้แข่งขันกับเขาได้ไหม ให้คิดถึงภาพรวมชาติไทยกันเสียบ้าง ไปแข่งกับเขานั้นมีอะไรไปสู้ได้ ที่ว่าอยู่อย่างพอเพียงนั้นหนาถูกต้องที่สุดนั้นได้ และหากใครที่มันอยากจะแข่งขันก็ให้ย้ายตัวเองไปตัังตัวกันในที่ชอบที่ชอบดีกว่าไหม และที่มีแรงพลังแข่งขันกันอยู่นี่ก็มีพวกเกาหลีเหนือ ญี่ปุ่น ทั้งนั้นที่มาตั้งถิ่นฐานการผลิตสยายปีกเบียดเบียนประเทศไทยทำลายหมดสิ้นทั้ง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ไทย คิดกันบ้างไหมนั่นหรือว่าจะต้องย้อนอดีตนั้นพูดกันสักกี่วันถึงจะจบได้ จึงขอสรุปว่าเอาชาติตัวเองให้มั่นคงก่อนดีกว่าไหม ที่สั่นคลอนอยู่ที่ก็พวกนายทุนเกาหลี ญี่ปุ่น ทั้งนั้นที่มันมีหัวคิดแต่เบียดเบียนอยู่ทุกวันนี้ได้ ฟังกันบ้างไหม! q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เบื่อไหม?
เรทกระทู้
« ตอบ #546 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 14:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 นี่ก็อีกหากอยากจะเป็นผู้นำที่ดีในเอเซียนี่ มันน่าจะจัดประชุม เกาหลีเหนือ ไทย ญี่ปุ่น นี่มานั่งจับเข่าคุยกันดีไหมว่ามันเป็นอย่างไรถึงอยู่กันไม่เป็นสุขกระนั้นได้ แต่ก็ด้วยความกลัวภัยไง ขนาดกำแพงเมืองจีนนั่นก็รู้กันว่าอย่างไร ยังจะมีกำแพงน้ำอีกนั่น และพี่ไทยนั้นก็ควรจะสังวรณ์ตัวเองนั้นว่าจะมีจุดยืนอยู่ที่ไหน หากว่ายังไม่รู้ว่าตัวตนของตนเป็นใครแล้วก็วิ่งปรึกษาประเทศโน้นนี้นั้น ไม่คิดจะเป็นตัวของตัวเองนั่นมันก็ไม่รู้จะว่ากันอย่างไร แล้วตอนนี้ก็มีปัญหากับพี่เบิ้มเก่าอีกนั่นก็ไม่รู้ว่าจะทำกันอย่างไร

อยากเป็นตัวของตัวเองไหมนั่น รวมพลังเวียดนาม ไทย พม่า เท่านั้นก็จบแล้วในเอเซียจะบอกให้ จะไปพึ่งผู้นำต่าง ๆ นั้นไม่ได้รับผลประโยชน์อันใด อยู่อย่างพอเพียงนั่นแหละหนาศักดิ์ศรีดีกว่ามากมาย แล้วถามว่าไปพึ่งพาชาติที่มีเกราะป้องกันชนิดที่ตัวเองนั้นก็ช่วยอะไรไทยไม่ได้ก็อยู่ตามลำพังดีกว่าหรือไม่ก็น่าจะรู้ตัวเองว่ามีศักยภาพสักแค่ไหน แล้วให้คิดเถิดว่าพระราชาท่านทรงมีพระอัจฉริยภาพอันกว้างไกลที่จะมองเห็นอนาคตประเทศไทยได้ ให้คิดเถิดว่าจะนำรัฐนาวาประเทศไปในทิศทางไหน ที่บอกมาทั้งหมดนี่ก็จะชี้ว่าไทยควรจะวางตัวอย่าง ๆ พระปิดตานี่ดีที่สุดไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #547 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 15:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 หากจีนจะพูดคุยกันระหว่างเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย ก็คงจะดีจะได้กำหนดท่าทีในอนาคตกันนั้นได้ และจะได้ลดทอนความสั่นคลอนในทวีปเอเซียกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จริงไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #548 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 15:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ซึ่งในความจริงนั้น ไทยพึ่งพาชาติใดไม่ได้ทั้งนั้นจะบอกให้ นอกเสียจากว่าจะตระหนักรู้ในความยากลำบากในการที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสงบในภูมิภาคเอเซียร่วมกันนั้นจะต้องอยู่ร่วมกันอย่างไร เวียดนาม พม่า และไทย ก็น่าจะกำหนดท่าทีในการที่จะคิดออกแบบวิธีการแก้ไขในอนาคตร่วมกันได้ โดยให้ประเทศนี้เลยที่เป็นที่หนึ่งในเอเซียในการคิดป้องกันระวังภัยและป้องกันตัวเองได้คือ เวียดนาม ที่จะเป็นผู้กำหนดมาตรการได้ว่าควรจะกำหนดรูปแบบอย่างไร ส่วนพม่าและไทยก็ควรจะฟังเวียดนามคิดอ่านประการใดที่จะรับรู้สถานการณ์ร่วมกันหวังพี่เบิ้มนั้นก็ยังคิดไม่ออกกระนั้นได้ เพราะขนาดชาติพี่เบิ้มแพนด้า ก็เอาชนะท่านธรรมชาติยังไม่ได้เลยหนาในทุกวันนี้จะบอกให้ ถูกเล่นงานอย่างหนักหน่วงนี่เพราะทำไม่ถูกสักกะเรื่องนี่ที่ทำให้เป็นไป อย่าไปสอนเขาเลยเพราะว่ารับไปเต็ม ๆ ทุกเรื่องเลยหนาในเรื่องภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในทวีปเอเซียนี้เห็นจะได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #549 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 15:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณจู มารายงานข่าวเรื่องรณรงค์ให้ขึ้นรถไฟฟ้าแทน เลยมีคุณป้ามาท้าทายผู้ว่า กทม.ให้มาลองใช้ดูครับ...






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #550 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 15:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนีรถติดทุกวันเผาน้ำมันอยู่กับที่เฉยๆ...



ท้าคุณชายผู้ว่าฯ มาร่วมชะตากรรม เดินทางด้วยขนส่งในกทม.



วันนี้(22 ก.ย.) ที่เว็บไซต์ change.org ได้มีการตั้งแคมเปญรณรงค์ออนไลน์ ชื่อว่า #CarFreeEverdayChallenge ท้าผู้ว่าฯเดินทางมาทำงานด้วยระบบขนส่งมวลชน ซึ่งเป็นแคมเปญที่ตั้งโดยสมาชิกชื่อ นาคร สัญจรชน โดยระบุรายละเอียดของแคมเปญรณรงค์นี้ว่า

“ถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน”

เนื่องจากระบบขนส่งมวลชนของกทม.และการวางผังเมืองล้วนมีปัญหา ประชาชนที่พอมีฐานะถูกผลักให้ต้องหันไปใช้รถยนต์ในการเดินทาง
เพราะความสะดวก ปลอดภัย ที่มีระบบขนส่งมวลชนในกทม.ให้ไม่ได้เรามีการรณรงค์การลดใช้รถยนต์ (Car Free Day) มาตั้งแต่ปี 2550 แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง จำนวนรถยนต์มากขึ้นเรื่อยๆ

21
ระบบรางไม่ครอบคลุม และที่แน่ๆ ไม่มีทางผ่านหน้าบ้านทุกคนได้ รถเมล์ไม่สามารถควบคุมคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เพราะให้สัมปทานเอกชนไปทำสภาพถนนย่ำแย่ ทางเท้าไม่เรียบ พร้อมจะทำให้สะดุดได้ตลอดเวลาคนเดินเท้าถูกแย่งพื้นที่จากหาบเร่ แผงลอย และป้ายโฆษณา

การเดินข้ามถนนเป็นเรื่องยุ่งยาก ต้องปีนข้ามสะพานลอยสูงๆในขณะที่ทางข้ามอัจฉริยะที่อุตส่าห์ลงทุน และประชาสัมพันธ์ไว้ใหญ่โต ล้วนทยอยเปลี่ยนเป็นสะพานลอยจักรยานไม่ต้องพูดถึง ทางจักรยาน 200 กม.ที่กล่าวอ้างไว้ ใช้งานไม่ได้จริงคนที่จะใช้งาน ต้องลงไปเสี่ยงขีวิตบนท้องถนนร่วมกับรถจักรยานยนต์บนถนนที่ออกแบบมาให้เอื้อกำกับการใช้รถยนต์เป็นหลักเป้าหมายปี 2575 กทม.ต้องการให้ชาวกรุงเทพฯ 64% ไม่พึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคลในการเดินทางประจำวันจะไปถึงได้ เราคงต้องเลิกใช้วิธีการเดิมๆ เพราะก็เห็นกันอยู่ ว่าสถานการณ์มันแย่ลงเรื่อยๆ

22

ถึงเวลาแล้วที่ผู้ว่าฯ และคณะผู้บริหารต้องมาเก็บข้อมูลจริงด้วยตัวเองเพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนากรุงเทพให้ดีอย่างที่สัญญาไว้เพราะ KPI ที่ใช้บริหารอยู่มันแสดงให้เห็นแล้วว่ามันใช้ไม่ได้และท้ายที่สุด การรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้รถยนต์ที่ดีที่สุดคือการที่ผู้ที่พูดรณรงค์ ออกมานำประชาชน ทำตนเป็นแบบอย่างให้ดูไม่ใช่คิดฝัน วางแผนจากเบาะหลังอย่างเคยเริ่มต้นจากวันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน ออกจากบ้านโดยใช้แค่บริการจากเข็มกลัด Car Free Day (รถประจำทาง BTS MRT เรือด่วน) เดิน หรือจักรยานและทำให้ได้อย่างน้อย วันทำงานสัปดาห์ละหน

แน่นอน การแก้ปัญหาของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกทม.ทั้งหมดแต่กทม.ต้องรับรู้ปัญหาที่แท้จริง และเป็นแกนนำที่จะประสานงานแก้ปัญหามิใช่หรือหากอ้างแค่ว่ากทม.ไม่มีอำนาจ เรามีปลัดกทม.เป็นคนอำนวยการทำงานทั้งหมดก็น่าจะเพียงพอไม่จำเป็นที่จะต้องมีผู้ว่ากทม.ให้เปลืองงบประมาณ ค่าใช้จ่ายเพราะถ้าการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนยังไม่สะดวกพอสำหรับผู้ว่าฯ มันก็คงไม่ดีพอสำหรับคนกรุงเทพเช่นกัน จริงมั้ย?

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมลงชื่อในแคมเปญสามารถกดไปร่วมลงชื่อได้ที่ www.change.org ค้นหาคำว่า #CarFreeEverdayChallenge หรือร่วมติดแท็กดังกล่าวเพื่อสะท้อนสภาพปัญหาจราจรในกรุงเทพฯ


ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ค ก็ถนนกรุงเทพมันเพลียอย่างนี้ จะให้ขี่จักรยานกันยังไง

MThai News

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #551 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยานเมเว่น ของนาซา เดินทางถึงดาวอังคารแล้ว



นาซา เผยยานสำรวจ MAVEN เดินทางถึง ดาวอังคาร แล้ว เพื่อสำรวจสภาพอากาศ

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ยานสำรวจ MAVEN (เมเว่น) ของนาซ่า ที่ถูกส่งไปยังอวกาศสำรวจดาวอังคาร เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2556 ได้เดินทางถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังใช้เวลาเดินทางถึง 10 เดือน



โดยภารกิจการสำรวจของยาน MAVEN (เมเว่น) เป็นการไปสำรวจค้นหาสัญญาณของออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์ ร่องรอยของน้ำ เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่า สภาพอากาศบนนั้นเหมาะสำหรับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กดำรงชีวิตได้หรือไม่ รวมถึงค้นหาคำตอบว่าลมสุริยะส่งผลอย่างไรต่อชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์อย่างไร

สำหรับยาน MAVEN เป็นยานสำรวจลำแรกที่มีเครื่องมือสำรวจเฉพาะด้านสำหรับโคจรอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1 ปี ในการสำรวจดาว และตรวจวัดค่าต่างๆ

MThai news

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สาธุ!
เรทกระทู้
« ตอบ #552 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061ขนาดบนโลกที่ดาวพระเคราะห์ และก็มีเคราะห์จริง ๆ ให้ดิ้นตายน่าจะเปลี่ยนชื่อดาวดวงนี้กันใหม่ ยังจะทำให้โลกวุ่นวายขนาดนี้ได้

ยังจะมีหน้าไปหาดาวดวงใหม่ ก็ให้คิดเถิดหนาก็รับรู้ได้ว่าอนาคตดาวอังคารจะเป็นเยี่ยงใด ไปอยู่ชาติเดียวแล้วกัน ชาติหน้ามีนั้นก็อย่าอยู่ร่วมโลกเดียวกันเล๊ย สาธุ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #553 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ตอนนี้แต่ละประเทศในเอเชียถูกธรรมชาติเล่นงานหลายๆชาติเช่นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ใต้หวันและก็จีน รวมทั้งอินเดียด้วย คงจะมีการทดสอบยิงของลับลงในมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิค ไม่งั้นคงไม่เกิดเพศภัยเช่นนี้อย่างต่อเนื่องครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เคราะห์จริง ๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #554 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064โลก


จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา


สำหรับความหมายอื่น ดูที่ โลก (ดาวเคราะห์)





"เดอะบลูมาร์เบิล" ภาพถ่ายดาวเคราะห์โลกจากยาน อพอลโล 17
โลก (บาลี: loka; อังกฤษ: world) มีความหมายโดยปริยายหมายถึงหมู่มนุษย์ [1] รวมทั้งอารยธรรมมนุษย์โดยรวมทั้งหมด โดยเฉพาะในด้านประสบการณ์ ประวัติศาสตร์ หรือสภาพของมนุษย์โดยทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้ คำว่า ทั่วโลก หมายถึงที่ใด ๆ บนดาวเคราะห์โลก [2]

ในทางปรัชญามองโลกอยู่ 2 แบบ คือ โลกที่เป็นเอกภพทางกายภาพทั้งหมด และโลกในแบบภววิทยา ในทางเทววิทยา โลก หมายถึง โลกที่เป็นวัตถุหรือภพภูมิที่เป็นโลกียะ ซึ่งต่างจากสภาพจิตวิญญาณ อุตรภาพ หรือศักดิ์สิทธิ์ คำว่า "โลกาวินาศ" หมายถึง สภาพการณ์ที่เชื่อว่าเป็นจุดสิ้นสุดของประวัติศาสตร์มนุษยชาติ แนวคิดนี้มักพบในศาสนาต่าง ๆ

ประวัติศาสตร์โลก หมายถึง พัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์หลัก ๆ ในช่วง 5 สหัสวรรษตั้งแต่อารยธรรมแรกมาจนปัจจุบัน

ประชากรโลก หมายถึง จำนวนรวมประชากรมนุษย์ทั้งหมดในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ และเช่นเดียวกันคำว่าเศรษฐกิจโลกก็หมายถึง สภาพเศรษฐกิจของสังคมทั้งหมดทุกประเทศ โดยเฉพาะในบริบทของโลกาภิวัตน์

คำว่าโลกใน ศาสนาโลก ภาษาโลก และสงครามโลก เน้นถึงขอบข่ายระหว่างประเทศหรือระหว่างทวีป โดยไม่ได้หมายความว่าเกี่ยวกับโลกโดยรวมทั้งหมด

ส่วนคำว่าโลกในแผนที่โลก ภูมิอากาศโลก มิได้หมายถึงโลกในเชิงวัฒนธรรมหรืออารยธรรมมนุษย์ แต่หมายถึงดาวเคราะห์โลก q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #555 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนประเทศไทยนี้รอดตลอดเพราะเรามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเราไว้ให้ปลอดภัยจากสิ่งภยันอันตรายทั้งปวงครับ อย่างคุณจูบอกทำดีแล้วจะได้สิ่งดีๆทุกๆคนครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #556 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ชาติใดไปจับจองดาวดวงไหนก่อน ผู้นั้นก็จะเป็นเจ้าของดาวดวงนั้นครับคุณ ประเทศนั้นเป็นผู้ครอบครองครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #557 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณผู้อ่านลองมองท้องฟ้าตอนเช้าหรือตอนบ่ายๆจะเห็นว่าท้องฟ้าเศร้าหมองไม่สดใส ธรรมชาติจะแสดงออกมาให้เราได้รับรู้ว่ากำลังเศร้าอยู่มีพายุอยู่ในที่ต่างๆ หากท้องฟ้าสดใสก็แสดงว่าธรรมชาติดีใจไม่มีพายุเกิดขึ้นครับลองสังเกตุกันดูให้ดีครับ...


(แม่น้ำเป็นสีแดงแปลกดีนะ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ไปให้พ้น
เรทกระทู้
« ตอบ #558 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 เชื่อเถอะว่าไปจับจองนั้นน่ะก็ต้องไปสู้กับเจ้าของที่เขาก่อนนั้นได้ เขาก็คงจะคิดกันแล้วว่าคือใคร จะต้องขนอะไรไปบ้างอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ อีกมากมาย ไปคิดเผื่อทำไมกับคนพันธุ์นี้อยู่ที่ไหนนี่ก็มีแต่ภัยอันตราย ควรจะอันตรธานหายไปเสียจากโลกนี้จะดีกว่า หรือไม่ก็รีบย้ายไปเร็ว ๆ เถิดหนาก่อนที่จะก่อปัญหาให้กับโลกใบนี้กระนั้นได้

ขนาดบ้านเมืองตัวเองคนก็ออกมาประท้วงอะไรอย่างมากมาย ยังไม่รีบแก้ไข ส่งเครื่องบินส่งอาวุธให้คนเขารบราฆ่าฟันกันนั่นแหละคือเกมส์หฤโหดและหฤหันต์เหมือนในหนังทุกอย่างทุกประการกระนั้นได้ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิด สิ คิด
เรทกระทู้
« ตอบ #559 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 16:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ภาพที่คุณส่งมาให้ดูคือดาวเทียมที่ไปโคจรอยู่รอบโลกนั้นคือขยะอันสำคัญจะกำจัดกันอย่างไร แล้วใครล่ะที่คิดค้นนั้นหนาที่จะสร้างแต่ปัญหาทุกอย่างไป สร้างไว้แล้วมันก็หนีไปอยู่โลกใหม่ ก็คิดแล้วกันว่าเป็นคนพันธุ์อะไร ไปอยู่ที่ไหนก็ร้อนที่นั่น ไม่มีความคิดอ่านที่จะนำความสงบสุขมาให้แก่ประชาคมโลกใบนี้ ทุกอย่างเริ่มต้นจากประเทศนี้ไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น่าคิดไหม!
เรทกระทู้
« ตอบ #560 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 17:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 ในหนังที่ส่งมาฉายนั้นผู้เขียนบท ผู้สร้าง ผู้อำนวยการสร้างมีความคิดที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาจะคิดอ่านได้มีการต่อยอดจากเรื่องสตาร์วอลล์ขึ้นมาคิดอ่าน ประหันประหารกันจนบ้านเมืองวอดวาย หนังที่นำเข้ามาฉายก็มีแต่ต่อสู้ห้ำหั่น ระเบิดเมืองอะไรนั่นดูแล้วไม่สร้างสรรค์ทางปัญญาแต่อย่างใด บางทีอยากเอาผู้สร้างหนัง ผู้อำนวยการสร้างหนัง และผู้เขียนบทภาพยนตร์ของอเมริกานี่มาให้พูดถึงความคิดที่เขาสร้างหนังประเภทนี้เขาคิดกันอย่างไร เขาเคยคิดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นบนโลกนี้กันไหม

ทีมงานสร้างภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดนี่คงไม่ธรรมดา ดูเขาบรรเจิดมากกว่าในการทำลายล้างโลกใบนี้ได้ บางทีน่าจะนำมาออกทีวีให้ดูกันว่าทีมงานพวกนี้นั้นหน้าตาเป็นเยี่ยงใด ทุกค่ายหนังของอเมริกาเพื่อให้ชาวโลกเขารับรู้บ้างว่าพวกนี้หนาตาเป็นอย่างไร ใครอยู่เบื้องหลัง ใครคือผู้ลงทุนให้สร้างมีชาติใดร่วมหุ้นลงขันกันไหม เหตุใดมันถึงได้หฤโหดกันถึงเพียงนี้ คิดอะไรนี่เพียงแค่บดขยี้แบบทำลายทั้งเรื่องนั้นทำเพื่อความมันส์หรือว่าอยากเป็นที่หนึ่งบนโลกใบนี้กระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #561 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 17:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวเทียมที่ไปโคจรอยู่รอบโลกนั้นคือขยะอันสำคัญจะกำจัดกันอย่างไร



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #562 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 17:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ดาวเทียมบนนั้นอาจจะมีอาวุธติดอยู่ด้วยก็ได้รอการกดปุ่มเท่านั้นเอง ส่งเพื่อยิงกลับมายังโลกแปผลกดีนะมนุษย์ ทำร้ายไม่พอจะทำลายด้วยนะ...หากไม่พอใจใคร คุณจูอย่าไปว่าเขามาก....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สำนึกไทย!
เรทกระทู้
« ตอบ #563 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 17:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ตามคำขอค่ะคุณดีสฯ เผื่อว่าจะเรียกสติสัมปชัญญะของพวกที่จะคิดการอันใดที่จะส่งเสริมพัฒนาให้ทุนนิยมนั้นหนาเกริกไกร โดยไม่ดูภาพรวมของประเทศและต่างประเทศว่ามันเข้ากันได้ไหมหนาในการคิดอ่านสร้างชาติไทย

เนื้อเพลง : เกิดเป็นไทยตายเพื่อไทย
ศิลปิน : เพลงพระราชนิพนธ์


เกิดเป็นไทยแล้ว ใจต้องสู้
ถิ่นไทยเรารู้ เรารักยิ่ง
ศัตรูหน้าไหน ไม่เกรงกริ่ง
หากมาช่วงชิง ตายเสียเถิด
.เผ่าไทยเดิมล้วน คนใจเด็ด
แกร่งดังเหล็กเพชร
ชูชาติเชิด
ต่างรักษาไว้ แดนกำเนิด
เกิดเป็นไทยแล้ว จำใส่ใจ
....ดนตรี......
ปกป้องรักษา ทำหน้าที่
ห่วงเมืองไทยนี้ ให้ยิ่งใหญ่
สิ้นเมืองไทยแล้ว ใครอยู่ได้
ชาติไทยคงไร้ ความเสรี
.เผ่าไทยเราพร้อม อาสาสมัคร
เด็ดเดี่ยวยิ่งนัก ยอมชีพพลี
เสี่ยงภัยทั้งผอง ปองความดี
ปกป้องปฐพี ตายเพื่อไทย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติ มีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคี มีความ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองคงความเป็นชาติไทยไว้ได้ q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อย่าชะล่าใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #564 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 17:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 คุณดีสฯ คิดหรือว่าใครจะกลัวนั้หนาจะบอกเอาไว้ให้ ทวีปก็โดดเดี่ยวอยู่อย่างนั้น ร่วมกันก็อาสัญไม่รู้ว่าจะรอดไปได้ไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #565 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 19:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณครับ เพลงความหมายดีมากครับคุณจู ทุกคนจะได้มีพลังชีวิตมากขึ้นครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #566 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 19:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มาดูข่าวอินเดียและจีนกันต่อครับ



อินเดียปลดผู้ประกาศข่าว หลังอ่านชื่อ ปธน. จีน ผิด



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก RAVEENDRAN / AFP

สถานีโทรทัศน์อินเดียปลดผู้ประกาศข่าวสาว อ่านชื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็น อีเลฟเว่น จิ้นผิง

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2557 เว็บไซต์ฮินดูสถานไทมส์ รายงานว่า สถานีโทรทัศน์อินเดียปลดผู้ประกาศข่าวสาว หลังเธออ่อนด้อยซึ่งความรู้รอบตัว อ่านชื่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เป็น "อีเลฟเว่น จิ้นผิง"

โดยผู้ประกาศรายนี้ เป็นผู้ประกาศข่าวพาร์ทไทม์ของสถานีโทรทัศน์ดีดี นิวส์ เธอได้สร้างความอับอายให้กับทางสถานี หลังจากที่เธอประกาศข่าวประธานาธิบดีจีนเดินทางมาเยือนอินเดีย แต่เธอดันอ่านชื่อประธานาธิบดีจีนผิด แทนที่จะอ่าน Xi Jinping ว่า สี จิ้นผิง เธอกลับแปลความหมายตัว Xi เป็นตัวเลขโรมัน แล้วอ่านว่า "อีเลฟเว่น จิ้นผิง" เพราะข้อความที่ปรากฏให้เธออ่านนั้นเป็นอักษรตัวใหญ่ทั้งหมด (XI JINPING)

จากเหตุการณ์ดังกล่าว อาชนะ ดัตตะ ผู้จัดการสถานีข่าว ดีดี นิวส์ ได้เปิดเผยว่า "เราได้ทบทวนการทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวรายนี้แล้ว เธอไม่ใช่ผู้ประกาศข่าวประจำที่นี่ จากเหตุการณ์นี้เราไม่ได้จ้างเธอต่อและปลดเธอออกจากการเป็นผู้ประกาศข่าวของดีดี นิวส์ แล้ว"


กระปุกดอทคอม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #567 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 20:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

22 ก.ย. - พบเรือทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่กลางแม่น้ำน่านที่แห้งขอด หลังเขื่อนสิริกิติ์ลดการปล่อยน้ำ อีก 2 ลำ

นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอตรอน จ.อุตรดิตถ์ รุดตรวจสอบหลังได้รับรายงานจากนายเกรียงไกร กิจประเสริฐ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแก่ง ว่ามีผู้พบเรือขนาดใหญ่ คาดว่าเป็นของทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่กลางแม่น้ำน่าน อีก 2 ลำ บริเวณใต้สะพานสลิงข้ามแม่น้ำน่าน เขตเทศบาลตำบลบ้านแก่ง จึงนำเรือทั้งสองขึ้นมาเก็บไว้ที่หน้าสำนักงานเทศบาลตำบลบ้านแกง และโรงเรียนหมู่สี่พัฒนา หมู่ 4 ต.บ้านแก่ง เพื่อเตรียมจัดเป็นศูนย์เรียนรู้ประวัติศาสตร์

เรือทั้ง 2 ลำนี้ มีความยาว 9 เมตร กว้าง 2.10 เมตร สูง 1.10 เมตร น้ำหนักประมาณ 793 กิโลกรัม สร้างจากอะลูมิเนียมผสมเหล็กชั้นดี แม้จะจมน้ำเป็นเวลานาน แต่สภาพยังดีและไม่เป็นสนิม ที่บริเวณท้ายเรือมีแผ่นเหล็กสลักอักษรเป็นภาษาอังกฤษ ระบุเป็นเรือที่ผลิตเมื่อปี ค.ศ. 1994 หรือตรงกับ พ.ศ. 2487 ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีตัวเลขระบุลำดับการผลิตของเรือแต่ละลำ คือ 124 และ 296

นายธาตรี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่ดักข่ายหาปลาในแม่น้ำน่านพบเรือโผล่จากลำนำน่าน เป็นเรือชนิดเดียวกัน นำไปเก็บรักษาไว้ที่วัดวังหิน ต.วังแดง อ.ตรอน ล่าสุดระดับน้ำในแม่น้ำน่านลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เขื่อนสิริกิติ์ลดการปล่อยน้ำจนเกิดเนินดินและทรายกลางแม่น้ำน่าน ทำให้ชาวบ้านพบเรือลักษณะเดียวกันอีก 2 ลำ ซึ่งคาดว่าเป็นเรือของกองทัพญี่ปุ่นที่ใช้เป็นทุ่นหรือโป๊ะสำหรับทำสะพานชั่วคราวในการขนย้ายเสบียง เครื่องจักร และอาวุธ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากอำเภอตรอนเป็นจุดที่กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นที่ตั้งหน่วยสื่อสารและหน่วยซ่อมเครื่องจักรกล - สำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #568 เมื่อ: 22 ก.ย. 14, 20:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

รวมเป็น 3 ลำแล้วครับ



เมื่อวานนี้ (17 ก.ย.) ฮือฮาชาวบ้านอุตรดิตถ์วางข่ายหาปลาในแม่น้ำน่าน พบเรือทหารญี่ปุ่นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โผล่เหนือน้ำ เนื่องจากช่วงนี้แม่น้ำแห้งขอดลดต่ำลงมาก นายอำเภอตรอนทราบข่าวรุดตรวจสอบ

นายธาตรี บุญมาก นายอำเภอตรอน จ.อุตรดิตถ์ เดินทางไปที่วัดวังหิน หมู่ 4 ต.วังแดง เพื่อตรวจสอบเรือขนาดใหญ่ หลังชาวบ้านพบลอยโผล่กลางแม่น้ำน่าน นำมาเก็บรักษาไว้ที่ลานวัด โดยมีชาวบ้านที่ทราบข่าวนำดอกไม้ ธูป เทียน มากราบไว้ และนำผ้าเจ็ดสีมาผูกบริเวณหัวเรือ เพื่อความเป็นสิริมงคล

นายธาตรีกล่าวว่า เรือดังกล่าวสร้างจากอะลูมิเนียมกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีเหล็กเพียงเล็กน้อย สภาพเรือค่อนข้างสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ มีความยาว 9 เมตร กว้าง 2.10 เมตร สูง 1.10 เมตร ที่หัวเรือมีตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นสลักอยู่ทั้ง 2 ข้าง ส่วนท้ายเรือมีแผ่นอะลูมิเนียนสลักตัวอักษรภาษาอังกฤษว่า "ARMY BRIDGE" และมีตัวเลขกำกับ 0-5274-27-1 เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นเรือของกองทัพญี่ปุ่นที่ใช้เป็นทุ่นหรือโป๊ะสำหรับทำสะพานชั่วคราวในการขนย้ายเสบียง เครื่องจักร และอาวุธ เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี 2484 หรือ 73 ปีที่แล้ว

"เนื่องจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อ.พิชัย อ.ตรอน และ อ.เมืองอุตรดิตถ์ เป็นจุดที่กองทัพญี่ปุ่นใช้เป็นที่ตั้งหน่วยสื่อสาร และหน่วยซ่อมเครื่องจักรกล การลำเลียงเสบียงอาหารหรือเครื่องจักรต่างๆ ข้ามแม่น้ำน่าน หากจุดไหนไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำก็จะใช้เรือลักษณะที่ พบนี้ทำเป็นทุ่นลอยน้ำ คล้ายสะพานแบริ่ง เพื่อความรวดเร็วในการขนย้ายสิ่งของหรือกำลังพล" นายอำเภอตรอน กล่าว

สำหรับเรือลำนี้มีชาวบ้าน 2 คนคือ นายสมเกียรติ กระแสสินธ์ และนายทองสัก เกตุสุวรรณ ไปลงตาข่ายหาปลาที่บริเวณใต้สะพานข้ามแม่น้ำน่าน ใกล้วัดวังหิน และเห็นท้องเรือโผล่เหนือน้ำขึ้นมาประมาณ 1 ฟุต ส่วนตัวเรือคว่ำและถูกทรายทับผม เนื่องจากระยะนี้แม่น้ำน่านท้ายเขื่อนสิริกิติ์แห้งขอด ทำให้ท้องเรือโผล่เหนือน้ำขึ้นมาให้เห็น จึงแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยกันขุดและใช้รถเครนยกเรือขึ้นจากแม่น้ำน่านมาเก็บรักษาที่ลานวัดวังหิน เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของคนรุ่นหลังสืบไป.-สำนักข่าวไทย

ติดตามข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #569 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 08:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เบาะแสใหม่ เหยื่อผู้ดีอังกฤษถูก “แก๊งมอเตอร์ไซค์เกาะเต่า” ปล้นก่อนนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวจะถูกสังหาร



หนังสือพิพม์เทเลกราฟรายงานเมื่อวานนี้ (21 ก.ย.) ว่า เบาะแสใหม่ออกจากเพื่อนของผู้เสียชีวิต เจมส์ ไอแซกส์ (James Isaacs) นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษให้รายละเอียดในวันอาทิตย์ (21) ว่า คืน ก่อนที่ฮันนาห์ วิเทอริดจ์ วัย 23 ปีจะถูกสังหาร มีนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ 2 รายถูกแก๊งมอเตอร์ไซค์ปล้นบริเวณหาดทรายรี ซึ่งเป็นหาดเดียวกับที่ฮันนาห์ วิเทอริดจ์และเดวิด มิลเลอร์ นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษวัย 24 ปี ถูกฆ่าในวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้ง นี้ พบว่านักท่องเที่ยวอังกฤษคู่นั้นต้องเสียทรัพย์สินส่วนตัวไปรวมถึงกระเป๋า กล้องถ่ายรูป และโทรศัพท์ไอโฟนให้กับกลุ่มชายไทยไม่ทราบชื่อ 4 คน

เด อะเทเลกราฟยังรายงานเพิ่มเติมว่า เบาะแสใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากบทบรรณาธิการของบางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์ไทยภาคภาษาอังกฤษชั้นนำฉบับหนึ่งโจมตีการทำงานของตำรวจไทยว่า การสอบสวนคดีฆ่านักท่องเที่ยวอังกฤษนั้นตำรวจไทย “ทำคดีแบบเร่งรีบ ไม่ครอบคลุม และเต็มไปด้วยการคาดเดา”

และ ตำรวจไทยยืนยันว่าในขณะกำลังดูถึงความเชื่อมโยงระหว่าง “ชายไทย” และ “เหยื่อนักท่องเที่ยวอังกฤษ” ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สอบสวนได้พุ่งเป้าไปที่ผู้ต้องสงสัย “แก๊งที่มีสมาชิกอย่างน้อย 3 คน” โดยสื่อไทย บางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์ไทยภาคภาษาอังกฤษรายงานว่า ในขณะนี้ตำรวจไทยกำลังตามล่าชายไทย 1 คน และแรงงานพม่าอีก 1 คนในฐานะผู้ต้องสงสัย

สื่ออังกฤษรายงาน เหยื่อผู้ดีอังกฤษถูก “แก๊งมอเตอร์ไซค์เกาะเต่า” ปล้นในที่เดียวกันคืนก่อนฮันนาห์ วิเทอริดจ์ถูกสังหาร

โดยไอแซกส์ให้สัมภาษณ์กับบางกอก โพสต์ ว่า “อาจจะเป็นพวกเขา เพราะมันเกิดเหตุเกือบที่เดียวกัน” ด้าน พ.ต.ท.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ยังไม่สามารถยืนยันในขณะนี้ได้ว่า ทางทีมสอบสวนทราบถึงเหตุการณ์ปล้น หรือในขณะนี้ทางทีมสอบสวนกำลังสืบประเด็นนี้อยู่ เพราะบางครั้งหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวไม่ได้แจ้งความไว้กับเจ้าหน้าที่

ร่าง ของมิลเลอร์และวิเทอริดจ์ถูกพบบนชายหาดทรายรีก่อนรุ่งสางในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งผ่านมาเกือบสัปดาห์แต่ทางไทยยังไม่สามารถออกหมายจับใครได้

ใน วันอาทิตย์ (21) ถือเป็นครั้งแรกที่ทางทีมสืบสวนยืนยันว่ากำลังสอบสวนถึงประเด็นที่เหยื่อผู้ เคราะห์ร้ายทั้งสองถึงเกี่ยวพันกับชายไทยไม่ทราบชื่อคนหนึ่งที่พบพูดจาข่ม ขู่วิเทอริดจ์ในบาร์ไม่นานก่อนที่เธอจะถูกสังหาร โดยทางเจ้าหน้าที่ ได้ร้องขอให้พยานที่รู้เห็นให้ออกมาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่แต่ทว่าเดอะมิ เรอร์ สื่ออังกฤษรายงานว่า “หากคนร้ายเป็นคนในพื้นที่เกาะเต่าจริง ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่จะปิดปากเงียบในเรื่องนี้เพราะเกาะเต่าเป็นที่ง่าย ต่อการเกิดอาชญากรรมรุนแรง”

โดย ในวันเสาร์ (20) ทางเจ้าหน้าที่ได้แสดงภาพจากกล้องวงจรปิดชี้ว่า ทั้งมิลเลอร์และวิเทอริดจ์นั้นแยกกันเดินเที่ยวตามบาร์ต่างๆ ในวันที่ 14 กันยายน โดยมิลเลอร์เดินตามลำพังในขณะที่วิเทอริดจ์เดินกับกลุ่มเพื่อนของเธอ และในภาพกล้องวงจรปิดเห็นมิลเลอร์ได้จับมือกับชายในพื้นที่คนหนึ่งที่สวม เสื้อเจอร์ซีสีแดงและมีหมายเลข 9ติดอยู่ด้านหลังของตัวเสื้อ

ทั้ง เดวิด มิลเลอร์ และฮันนาห์ วิเทอริดจ์ได้เข้าไปในบาร์ไม่ต่ำกว่า 2 แห่งก่อนที่จะถูกพบเป็นศพ คนทั้งคู่ได้เข้าไปที่ “ชอปเปอร์ส” ซึ้งเป็นสปอร์ตพับบาร์สไตล์ออสเตรเลียที่คนทั้งคู่นั่งชมการแข่งขันของทีม ฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และทั้งมิลเลอร์และวิเทอริดจ์ได้เข้าไปใช้บริการ “บาร์เอซี ” ที่มีคนไทยเป็นเจ้าของ ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ของพวกคอทองแดง รวมถึงมีเรื่องชกต่อย และการแสดงโชว์โยนไฟ

เด ลิเมล สื่ออังกฤษอีกฉบับ รายงานถึงการให้ข้อมูลของเพื่อนจากฝั่งมิลเลอร์กับตำรวจไทยว่า เดวิดบอกกับพวกเขาว่ากำลังจะไปหาซื้อบุหรี่ แต่เพื่อนอีกคนของมิลเลอร์เสริมว่า แท้จริงแล้วมิลเลอร์ตรงไปยังบาร์เอซี เพื่อพบกับวิเทอริดจ์และเพื่อนของเธอ เอมมี แมเดลีน (Emma Madeline) และภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นภาพของมิลเลอร์กำลังเดินอยู่ตามลำพังออกมา จากไนต์คลับเวลา 01.26 น. และเดินย้อนกลับไปในเวลา 01.57 น.ในวันที่ 15 กันยายน ซึ่งเพื่อนของมิลเลอร์อ้างว่าทั้งมิลเลอร์และวิเทอริดจ์ออกมาจากคลับทั้งคู่ ในเวลา 03.00-04.00น. หลังจากนั้นร่างของคนทั้งคู่ถูกพบในเวลา 06.00 น.บนหาดทรายรี วันเดียวกัน เดลิเมลสื่ออังกฤษรายงาน

และ เดอะเทเลกราฟยังรายงานเพิ่มเติมว่า สื่อไทยรายงานว่าในวันศุกร์ (19) ที่ผ่านมาว่า ได้มีการเข้าบุกจับบาร์เอซี และมีการพบสารยาเสพติดและสารอื่นๆ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยืนยันในรายงานข่าวชิ้นนี้

“ประเด็นชู้สาว” ดู เหมือนเป็นเหตุจูงใจในคดีนี้ พ.ต.ท.กฤษณะกล่าว และเสริมต่อว่าอาจมีความเป็นไปได้ว่าคนร้ายจะเป็นลูกเรือประมงที่ว่ายน้ำจาก เรือขึ้นสู่ฝั่งและก่อเหตุ

โดยเดอะออสเตรเลีย สื่อออสเตรเลีย รายงานวันนี้(22)ว่า ทางไทยชี้ว่า มี หลักฐานใหม่เกิดขึ้นซึ่งอาจนำไปสู่ผู้ต้องสงสัยที่คาดว่า “อาจมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนก่อนคืนเกิดเหตุ” กับวิเทอริดจ์หรือเพื่อนหญิงของเธอ หรือกับมิลเลอร์เหยื่อผู้เสียชีวิตอีกคน

อย่าง ไรก็ตาม สื่ออังกฤษตั้งคำถามถึงการทำงานของตำรวจไทย อาทิ เหตุใดทางเจ้าหน้าที่ไม่ปิดตายบริเวณที่เกิดเหตุ เพราะในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวยังคงไปอาบแดดใกล้กับบริเวณที่ พบศพผู้เสียชีวิต รวมถึงหนึ่งในอาวุธที่ถูกใช้สังหารเหยื่อซึ่งห่างไปไม่กี่หลาเท่านั้น รวมไปถึงนักธุรกิจต่างชาติในพื้นที่อ้างว่าตำรวจไทยอนุญาตให้เรือประมงแล่น เรืออกนอกพื้นที่ได้โดยไม่ทำอะไร

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #570 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 08:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทั้ง นี้ บทบรรณาธิการของบางกอกโพสต์ชี้ว่า “ประสิทธิภาพของความเป็นมืออาชีพของตำรวจไทยในภาพรวมถูกวัดได้จากคดีสังหาร นักท่องเที่ยวบนเกาะเต่าที่พลาดอย่างไม่น่าให้อภัย โดยการให้ข้อมูลสำคัญที่ผิดกับสื่อเกี่ยวกับรูปพรรณของคนร้าย “มัน ต้องเป็นฝันร้ายของครอบครัวและเพื่อนผู้สูญเสียที่รับทราบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเผยรายละเอียดที่สำคัญในเกี่ยวกับคดีและคาดว่าเหยื่ออาจถูก ข่มขืน พร้อมทั้งอ่านรายงานการชันสูตรศพ รวมไปถึงสันนิษฐานว่ากาเกงของเหยื่อนั้นเปื้อนเลือดซึ่งภายหลังกลับพบเป็น เพียง “คราบดินโคลน” ซึ่งน่าเสียใจที่ต้องยอมรับว่านี่เป็นการทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพของ ตำรวจที่ทุกคนในประเทศนี้ต่างรับรู้อยู่แล้ว”

และ บทบรรณาธิการของบางกอกโพสต์ยังเสริมว่า นอกจากนี้ดูเหมือนว่าทางตำรวจจะพุ่งประเด็นความสนใจไปที่ “สิ่งที่ตนเองเชื่อ” มากกว่า “หลักฐานรูปคดี” โดยการโยนความผิดไปให้กับแรงงานพม่ามากกว่าคนไทยในพื้นที่เกาะเต่า “แน่นอนที่สุดว่าการแถลงออกมาถึงคนร้ายที่คาดว่าน่าจะเป็นแรงงานพม่านั้น ด่วนสรุปจนเกินไป

สื่อ อังกฤษ เดลิเมล์รายงานล่าสุดว่า หลังจากที่ตำรวจไทยถูกตำหนิในการสอบสวนที่มีทิศทางไม่แน่นอน ล่าสุดสกอตแลนด์ยาร์ดได้ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกับฝ่ายไทยในการพิสูจน์หา ความกระจ่างของคดีแล้ว

ด้าน ครอบครัวของวิเทอริดจ์เปิดแถลงหลังจากนำศพของฮันนาห์ วิเทอริดจ์กลับถึงอังกฤษว่า ทางครอบครัวรู้สึกโล่งใจที่สามารถนำร่างของฮันนาห์กลับบ้านได้ในที่สุด และทางครอบครัวจะยังให้ความร่วมมือเต็มที่กับทางเจ้าหน้าที่เพื่อคืนความ ยุติธรรมให้เธอ แต่อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัววิเทอริดจ์ยังอยู่ในความเศร้าเนื่องมาจากความสูญเสีย จึงขอเวลาสำหรับความเป็นส่วนตัวในเรื่องนี้

สื่ออังกฤษรายงาน เหยื่อผู้ดีอังกฤษถูก “แก๊งมอเตอร์ไซค์เกาะเต่า” ปล้นในที่เดียวกันคืนก่อนฮันนาห์ วิเทอริดจ์ถูกสังหาร

รูปภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นถึงเหยื่อผู้เสียชีวิตในขณะนั้น



สื่ออังกฤษรายงาน เหยื่อผู้ดีอังกฤษถูก “แก๊งมอเตอร์ไซค์เกาะเต่า” ปล้นในที่เดียวกันคืนก่อนฮันนาห์ วิเทอริดจ์ถูกสังหาร



สื่ออังกฤษรายงาน เหยื่อผู้ดีอังกฤษถูก “แก๊งมอเตอร์ไซค์เกาะเต่า” ปล้นในที่เดียวกันคืนก่อนฮันนาห์ วิเทอริดจ์ถูกสังหาร

ตำรวจไทยชี้ผู้ต้องสงสัยถูกพบวิ่งบนชายหาดในช่วงเกิดเหตุ และคาดว่าอาจจะเป็นคนร้ายสังหารนักท่องเที่ยวอังกฤษ

สื่ออังกฤษรายงาน เหยื่อผู้ดีอังกฤษถูก “แก๊งมอเตอร์ไซค์เกาะเต่า” ปล้นในที่เดียวกันคืนก่อนฮันนาห์ วิเทอริดจ์ถูกสังหาร

งานนี้อังกฤษไม่ปล่อยให้เรื่องจบง่ายๆ จนกว่าตำรวจไทยจะพิสูจน์หาความจริงมาให้กระจ่างโดยเร็วนะครับ



ที่มา: http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000108934


โพสจัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
พ่อแม่พิมพ์ของชาติ
เรทกระทู้
« ตอบ #571 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 09:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064เพลง : แม่พิมพ์ของชาติ

ศิลปิน : วงจันทร์ ไพโรจน์





แสงเรือง ๆ ที่ส่องประเทืองอยู่ทั่วเมืองไทย
คือแม่พิมพ์อันน้อยใหญ่ โอ้ครูไทยในแดนแหลมทอง
เหนื่อยยากอย่างไร ไม่เคยบ่นไปให้ใครเขามอง
ครูนั้นยังลำพอง ในเกียรติของตนเสมอมา

ที่ทำงานช่างสุดกันดารในป่าดงไพร
ถึงจะไกลก็เหมือนใกล้ เร่งรุดไปให้ทันเวลา
กลับบ้านไม่ทันบางวันต้องไปอาศัยหลวงตา
ครอบครัวคอยท่า ไม่รู้ว่าไปอยู่ไหน

ถึงโรงเรียนก็เจียนจะสายจวนได้เวลา
เห็นศิษย์รออยู่พร้อมหน้า ต้องรีบมาทำการสอน
ไม่มีเวลาที่จะได้มาหยุดพอพักผ่อน
โรงเรียนในดงป่าดอน ให้โหยอ่อนสะท้อนอุรา

ชื่อของครูฟังดูก็รู้ชวนชื่นใจ งานที่ทำก็ยิ่งใหญ่
สร้างชาติไทยให้วัฒนา
ฐานะของครูใคร ๆ ก็รู้ว่าด้อยหนักหนา
ยังสู้ทนอุตส่าห์สั่งสอนศิษย์มาเป็นหลายปี

นี่แหละครูที่ให้ความรู้อยู่รอบเมืองไทย
หวังสิ่งเดียวคือขอให้เด็กของไทยในผืนธานี
ได้มีความรู้เพื่อช่วยเชิดชูไทยให้ผ่องศรี
ครูก็ภูมิใจที่สมความเหนื่อยยากตรากตรำมา... q*064



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดให้จงได้
เรทกระทู้
« ตอบ #572 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 09:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061สวัสดีค่ะคุณดีสฯ วันนี้เหมือนเมื่อวันวานก่อนที่บ้านเมืองของเราจะแปรเปลี่ยนผัน เหตุการณ์ในวันนั้นกับวันนี้ก็เหมือน ๆ กันไม่แตกต่างไปสักเท่าไหร่ จำได้ว่าก่อนที่บ้านเมืองของเราจะวุ่นวาย ก็มีนักวิชาการออกมาขับขานในเรื่องความคิดอ่านในเรื่องประชาธิปไตย ซึ่งเราก็ไม่เข้าใจว่าจิตสำนึกของความเป็นครูนั้นหนายังหลงเหลืออยู่หรือไม่ และคิดกันในเรื่องที่ว่าต่างชาติภาษาเขาดูหมิ่นดูแคลนเรื่องการศึกษาในบ้านเมืองเรา มีคุณครูหรืออาจารย์ท่านใดมีจิตสำนึกในเรื่องเหล่านี้บ้างไหมที่จะลุกขึ้นมาปฏิรูปการศึกษาหรือว่าพัฒนาการศึกษาของเราให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างไร ทุกวันนี้เห็นพูดแต่เรื่องประชาธิปไตย ซึ่งอยากจะทราบว่าอย่างไหนสำคัญกว่ากันนั้นได้ กับการที่จะให้ความรู้แก่นักเรียน นักศึกษา หรือว่ามาเรียกร้องที่อยากจะบอกว่าไม่ได้ให้ประโยชน์อันใดกับเยาวชนไทย และเป็นเรื่องที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นมาอีกและก็จะไม่พบความสงบนั้นอีกได้

เราอยากจะย้อนไปยังปูมหลังของอาจารย์เหล่านี้ว่าเขาเรียนจบมาจากที่ไหน แล้วเขาสามารถที่จะปรับเปลี่ยนการเรียนของเขาเหล่านั้นมาผสมผสานให้เข้ากับวิถีไทยกันบ้างได้ไหม หรือว่าจะต้องยึดตำราจากสถานศึกษาที่เล่าเรียนมาเพื่อผ่องถ่าย แล้วเขารู้หรือเปล่าบ้างว่าสถาบันที่เขาได้ไปอบรมศึกษามานั้นน่ะประเทศของเขาเหล่านั้นกำลังอยู่ระหว่างข้อขัดแย้งใด ๆ ที่จะนำมาสู่ความวุ่นวายบนโลกใบนี้ และก็ยังมีพวกเขาเหล่านั้นที่มีดีกรีจบการศึกษามาแล้วมาก่อปัญหาให้กับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองนั้นอีกได้

เขาเคยคิดบ้างไหมว่า ปัญหาของเมืองไทยก็คือปัญหาของเมืองไทย ไม่สามารถที่จะเอาวิชาการจากต่างชาติภาษามาขับขานได้ เพราะว่านั่นมันคือตำราฝรั่ง แต่ที่ประเทศไทย ที่มีการปกครองซึ่งก็แตกต่างกันที่ให้ไปเรียนมานั้นเพื่อให้ความคิดความอ่านอันแยบคายมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ประเทศไทยให้เกิดความทันสมัย แต่มิใช่ลอกเลียนแบบมาทั้งดุ้น แบบคิดที่จะเกื้อหนุนให้ต่างชาติภาษาที่เล่าเรียนมา มาบดบังความเป็นไทย และเสียโอกาสในการที่จะพัฒนาในรูปแบบไทย ๆ แต่กลับกลายตกไปเป็นขี้ข้าที่จะต้องพัฒนาเดินแบบอย่างจากสถานศึกษาที่ตัวเองเล่าเรียนมาจากต่างชาติภาษาแต่ละชาติเหล่านั้นได้ ที่จะหยิบยกมาแอบอ้างศักยภาพซึ่งกันและกันว่าสถานศึกษาไหนอีกในต่างชาติภาษาว่าจะมีดีกรีเหนือกว่ากันนั้นได้ ทั้งที่ตัวเองที่เป็นอาจารย์กันนั้นหนาก็ไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากเชื้อชาติ ศาสนา ที่จะบ่งบอกได้ว่าไม่ใช่คน ให้ใช้จิตสำนึกคิดกันให้จงได้ว่าบัดนี้ได้ใช้สมองที่เล่าเรียนมานี้มาช่วยเหลืออะไรประเทศไทยให้เกิดความมั่นคงดำรงรัฐนาวาที่จะให้ก้าวหน้าพัฒนาไปได้ตามแนวทางวิถีไทย ที่คงจะไม่ใช่ให้ไปลอกเลียนแบบต่างชาติภาษามาวิจารณ์และดูหมิ่นเหยียดหยามประเทศไทยให้ตกต่ำไปตามจิตใจของตนเองนั้นโดยไม่คิดยับยั้งชั่งใจว่าปัจจุบันได้ทำประโยชน์อันใดนั้นหนาที่จะช่วยยกระดับการศึกษาให้ทัดหน้าเทียมตาต่างชาติภาษามิให้มาดูถูกประเทศตนเองนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตูข้อร้องล่ะ!
เรทกระทู้
« ตอบ #573 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 09:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 หากคิดว่าจะมาพูดให้เกิดความขัดแย้งเหมือนดั่งสถาบันต้นแบบที่ให้ไปเล่าเรียนมาแล้วนำความขัดแย้งอีกนั้นหนามาใช้กับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองนั้นไซร้ ให้กลับไปคิดทบทวนใหม่ว่าปัจจุบันประเทศไทยต้องการความสงบเรียบร้อยอย่างไม่ก่อให้เกิดปัญหา และหน้าที่ของอาจารย์ที่ให้ไปเป็นคนต้นแบบแห่งสถาบันการศึกษานั้นได้ทำหน้าที่ตนเองกันบ้างไหมที่จะไม่ทำให้ประเทศเดินเข้าไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์คือการคิดฆ่าฟันกันไม่มีความสงบสุขกันนั้นได้ สถาบันใดที่มันสอนให้คิดแต่ทำลายและทำลายให้ไปลอกคราบสติปัญญาและให้เรียกร้องหาความสงบในสมองและจิตใจกันเสียบ้าง และให้รู้ด้วยเถิดหนาที่นี่ประเทศไทยเพลงชาติก็ร้องทุกวันหรือว่าบรรดาอาจารย์เหล่านี้นั้นไม่เคยยืนตรงเคารพธงชาติกันเลยใช่หรือไม่ คิดอย่างเดียวตูจะต้องเรียกร้องและเรียกร้องเท่านั้น หากประเทศไทยเรียกร้องความยุติธรรมให้กับประเทศไทยกันบ้างจะทำกันได้ไหม คือ ต้องการความสงบเรียบร้อยไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนกับสถาบันที่ได้ไปเล่าเรียนมาได้ยินไหม ทำกันได้ไหมล่ะหรือว่าหากไม่ได้ไปช่วยเขารบที่สถาบันต้นแบบกันเลยไป แต่ที่ประเทศไทยต้องการความสงบเรียบร้อยโว๊ย! จะทำกันได้ไหม q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดตามบ้าง!
เรทกระทู้
« ตอบ #574 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 10:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ..ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด

การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดี ไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อคววามเดือดร้อนวุ่นวาย" ...'พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในพิธีเปิดงานลูกเสือแห่งชาติ ณ.ค่ายลูกเสือวชิราวุธ11/12/2512' q*064

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #575 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 11:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

“ทำไมดาวอังคารไม่มีน้ำ” ยานนาซาเข้าถึงเป้าหมายหาคำตอบแล้ว






ภาพจำลองยานมาเวนเข้าสู่วงโคจรดาวอังคาร (ภาพจากเอพี)

หลังเดิน ทางนานนับ 10 เดือน ยาน “มาเวน” ของนาซาก็เข้าสู่วงโคจรของดาวอังคาร เตรียมเริ่มภารกิจใหม่ “ศึกษาการหายไปของน้ำบนดาวอังคาร?” พิสูจน์ข้อสันนิษฐานว่าครั้งหนึ่งดาวแดงไม่ได้หนาวเหน็บและแห้งแล้งเหมือน ทุกวันนี้ และอาจเคยมีสภาพปัจจัยที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิต

องค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐ (นาซา) แถลงว่า ยานมาเวน (MAVEN: Mars Atmosphere and Volatile Evolution) ยานสำรวจ 6 เครื่องยนต์ขับเคลื่อนความดัน ซึ่งตะลุยอวกาศเป็นระยะทางกว่า 71 ล้านกิโลเมตร เพื่อปฏิบัติภารกิจสำรวจชั้นบรรยากาศและศึกษาวิวัฒนาการการระเหยของน้ำดาว อังคารนั้น ได้เข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารและเตรียมพร้อมสำหรับปรับเข้าสู่ระดับวงโคจร ที่เหมาะสมสำหรับปฏิบัติการในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เป็นเวลากว่า 10 เดือนนับแต่ยานมาเวนถูกส่งขึ้นไปจากพื้นโลกเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา จากยานอวกาศที่มุ่งหน้าสู่ดาวอังคารด้วยความเร็วสูง ตอนนี้มาเวนได้ลดระดับความเร็วลงหลังเข้าใกล้เป้าหมาย โดยเมื่อผ่านขั้วเหนือของดาวอังคารเครื่องยนต์ได้ติดเครื่องนาน 33 นาทีเพื่อให้อยู่ในแรงโน้มถ่วงของดาวอังคาร และปรับวงโคจรที่ระดับความสูงเหนือพื้นผิวดาวอังคารในระยะ 380-44,600 กิโลเมตร เพื่อเข้าสู่วงโคจรในระยะ 150-6,200 กิโลเมตร

“ฉันไม่ต้องลุ้นตัวโก่งอีกต่อไป แต่พวกเราก็ทำสำเร็จ” คอลลีน ฮาร์ทแมน (Colleen Hartman ) รองผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ แห่งศูนย์การบินอวกาศกอดดาร์ดของนาซา ในกรีนเบลต์ แมรีแลนด์ สหรัฐฯ กล่าว ระหว่างการถ่ายออกอากาศทางช่องทีวีนาซาระหว่างที่ยานไปถึงเป้าหมาย

ขณะเดียวกันทีมปฏิบัติการยานอวกาศมาเวนที่ศูนย์ควบคุมการบิน ก็แสดงความดีใจหลังจากได้ยินสัญญาณวิทยุที่ยืนยันว่า ยานมาเวนอยู่ในวงโคจรของดาวอังคารเมื่อเวลา 09.25 น.วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย

ส่วนเอพีได้รายงานเพิ่มเติมว่า ทีมควบคุมจะใช้เวลาอีก 6 สัปดาห์หลังจากนี้เพื่อปรับระดับความสูงของยานมาเวนเหนือดาวอังคาร และตรวจสอบการทำงานของอุปกร์ณทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ แล้วสังเกตดาวหางที่เฉียดมาใกล้ จากนั้นในช่วงต้นเดือน พ.ย. ยานมาเวนก็จะเริ่มปฏิบัติการตรวจวัดบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคาร โดยยานจะทำการสำรวจดาวอังคารจากวงโคจรโดยไม่ได้ลงจอดที่พื้นผิว

ฮาร์ทแมนเผยว่าภารกิจต่อไปของยานมาเวนคือศึกษาว่าลมสุริยะเปลือย อะตอมและโมเลกุลของบรรยากาศชั้นบนของดาวอังคารออกไปได้อย่างไร ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นมาเป็นเวลานาน

ด้าน จอห์น คลาร์ก (John Clarke) นักวิทยาศาสตร์ในโครงการมาเวนจากมหาวิทยาลัยบอสตันให้สัมภาษณ์ผ่านทีวีนาซา ว่า การศึกษากระบวนการดังกล่าวที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้น่าจะช่วยให้พวกเขานำไป อ้างอิงเพื่อย้อนอดีตและศึกษาเรื่องราวก่อนหน้าของดาวอังคารได้

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์ค่อนข้างเชื่อว่าดาวอังคารไม่ได้หนาวเย็นและแห้งแล้งอย่างทุกวันนี้มาตั้งแต่ต้น พื้นผิวของดาวอังคารได้ทิ้งปริศนาไว้ด้วยร่องรอยของก้นทะเลสาบที่แห้งขอดและแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำ แต่หากจะให้มีแหล่งน้ำบนพื้นผิวดาวอังคารได้นั้นชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้ต้องหนาแน่นและหนามากกว่าที่เป็นอยุ่ในทุกวันนี้ ปัจจุบันชั้นบรรยากาศของดาวอังคารบางเบากว่าชั้นบรรยากาศโลกประมาณ 100 เท่า

ตามรายงานของรอยเตอร์ยังระบุอีกว่า นักวิทยาศาสตร์สงสัยว่าดาวอังคารนั้นสูญเสียชั้นบรรยากาศของตัวเองไปเมื่อ หลายล้านปีก่อน ขณะที่ดาวเคราะห์เย็นตัวลงและสนามแม่เหล็กก็เริ่มจางลงด้วย ทำให้อนุภาคมีประจุจากลมสุริยะพัดเอาน้ำและก๊าซในบรรยากาศอื่นๆ ออกไป การศึกษาว่าดาวอังคารสูญเสียน้ำไปได้อย่างนั้นเป็นกุญแจหลักที่จะไขความเข้า ใจว่า ดาวเคราะห์ที่คล้ายโลกมากที่สุดในระบบสุริยะดวงนี้ อาจเคยมีสภาพปัจจัยเอื้อต่อสิ่งมีชีวิตหรือไม่

การส่งยานมาเวนเข้าสู่วงโคจรของดาวอังคารครั้งนี้มีระยะเวลาปฏิบัติ ภารกิจนาน 1 ปี และการทำงานของยานลำนี้จะเข้าไปเสริมทัพยานสำรวจดาวอังคารอื่นๆ ที่ถูกส่งไปก่อนนี้ ซึ่งมียานโคจรสำรวจของนาซา 2 ลำ และยานโรเวอร์สำรวจพื้นผิวของนาซาอีก 2 ลำ ร่วมกับยานโคจรสำรวจของยุโรปอีก 1 ลำ



เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนปฏิบัติการจากห้อง ปฏิบัติการล็อคฮีดมาร์ติน (Lockheed Martin) พากันปรบมือแสดงความดีใจหลังได้ยินสัญญาณวิทยุที่ยืนยันว่า มาเวนอยู่ในวงโคจรของดาวอังคาร (ภาพจากนาซา)



คอลลีน ฮาร์ทแมน (Colleen Hartman) รองผู้อำนวยการด้านวิทยาศาสตร์อวกาศนาซา (ภาพจากนาซา)



http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9570000108997

ที่มา: http://www.manager.co.th/Science/ViewNews.aspx?NewsID=9570000108997


โพสจัง



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดเพื่อประเทศไทย
เรทกระทู้
« ตอบ #576 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 เรียน คุณดีสฯ ตอนนี้คงไม่มีผู้คนจะสนใจนอกจากเรื่องใกล้ตัวเช่นเรื่องภัยธรรมชาติ ภัยพิบัติ และที่สำคัญยิ่งนักก็คือภัยจากมนุษย์ด้วยกันเองที่อุบัติขึ้นบนโลกใบนี้แต่มียุทธวิธีการเอาตัวรอดที่แตกต่างกันในสังคมโลกที่อยู่บนโลกใบเดียวกันนี้นั้นอีกได้ ก็แปลกดีน๊ะเป็นมนุษย์ด้วยกันกำเนินอยู่บนโลกใบเดียวกัน แต่นิสัยใจคอการปฏิบัติกลับแตกต่างกันไม่เหมือนกันเลยนั้นจะบอกให้ แต่ทว่ามีอย่างหนึ่งน๊ะที่เหมือนกันคือ ต้องเสียเงินซื้อเครื่องอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตนี่คือไม่สามารถได้มาอย่างฟรี ๆ นั้นได้ เครื่องอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งซึ่งเหมือน ๆ กันก็คือ เครื่องมือสื่อสาร ที่ผลิตขึ้นมาใช้ในการสื่อสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้นให้เชื่อมโยงกันได้ แต่ทว่าปัจจุบันนั้นหนาไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศที่กำลังมีภัยที่กำลังก่อสงครามที่เครื่องมือสื่อสารกลับไม่สามารถสื่อสารให้เข้าใจกันได้ จึงเกิดศึกสงครามเกิดขึ้นบนโลกของเราซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ได้ และเครื่องมือสื่อสารก็ไม่มีประโยชน์ในประเทศที่กำลังเกิดเรื่องขึ้นนี้เพราะว่าเป็นการใช้เป็นเครื่องมือที่สื่อสารให้เกิดการบาดหมางที่จะแพร่ภาพนั้นส่งภาพที่ประหัตประหารกันให้เกิดความเศร้าเสียใจ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ก็เคยเกิดขึ้นที่ทางภาคใต้ของไทยที่จะใช้เครื่องมือสื่อสารในการจุดระเบิดให้เกิดความเสียหาย จึงเห็นได้ว่าเครื่องมือสื่อสารมีทั้งคุณและโทษให้แก่พวกเราที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้กันนั้นได้

จึงเป็นที่มาของคำว่า ความทันสมัย บางครั้งก็ไม่ได้ทำให้เราอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างผาสุกแต่อย่างใด จึงพอจะสรุปได้ว่า สิ่งที่จะนำพาซึ่งความสุขมาให้แก่ประเทศใด ๆ นั้น ขึ้นอยู่ที่ผู้นำในประเทศนั้นๆ ต่างหากที่จะมีกุศโลบายอย่างไรในการที่จะเสริมสร้างความสุุขนำมาให้แก่ผู้อยู่ภายใต้ปกครองให้มีความสุขสงบกันนั้นได้ ก็ขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถ ที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปกครองของผู้นำแต่ละประเทศนั้นว่าจะบริหารจัดการกันอย่างไร สำหรับเมืองไทยเรานั้นคิดว่าเรามีความรักนั้นเป็นพื้นฐานในการใช้ดำเนินการให้คนไทยอยู่ร่วมกันได้ และมีศูนย์รวมใจที่เป็นคนดีและมีความจงรักภักดีต่อชาติเป็นหลักชัย ที่จะร่วมมือกันส่งเสริมซึ่งกันและกันในอันที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือความสุขที่จะนำมาให้แก่คนไทยในทุกภาคส่วนให้มีความสามัคคีรักใครปรองดองอยู่ร่วมกันแบบพี่แบบน้องที่จะปกป้องประเทศไทยของเรานั้นได้ เรามีรากฐานและพื้นฐานที่ดีที่ได้สืบทอดกันมาเป็นเวลาช้านานจนถึงในรุ่นปัจจุบันที่อาจจะมีการสั่นคลอนไปบ้างด้วยความหลงผิดของคนเซ่อโง่และบ้าในเรื่องตัณหา ราคะ ต่าง ๆ นานา ที่จะพาให้บ้านเมืองสั่นคลอนลงไป แต่พื้นฐานรากฐานของเรายังแน่นหนาเพราะว่ายังมีคนที่มีสติปัญญาครบองค์ประกอบในการคิดและปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้เป็นแบบอย่างที่ดีนั้นได้ จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกประหลาดใจที่เมืองไทยมีทุกชาด ติ พันธุ์ ที่มาอยู่ร่วมกันในเมืองไทย แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบเรียบร้อยนั้น ก็คงเป็นเพราะพระบารมีแผ่ไพศาลอยู่ทุกวันนี้ไง ในเรื่องความเป็นต้นแบบ เป็นแบบอย่าง และเป็นกำลังใจในการเสริมสร้างบ้านเมืองให้มั่นคงดำรงอยู่ได้ จึงต้องการให้คนไทยได้เห็นถึงความสำคัญของการดำรงความเป็นไทยว่าควรจะดำรงรักษารากฐานของบ้านเมืองเราเอาไว้ตราบนานเท่านานเพื่อลูกหลานของเราทุกคนชาวไทยจะได้เกิดมาและพบเห็นว่ายังหลงเหลือประเทศไทยเอาไว้ให้เขาเหล่านั้นได้ภาคภูมิใจตลอดไป q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #577 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีครับคุณจู

ขณะนี้พายุฮอมวองกำลังเข้าเซี่ยงไฮ้ น้ำท่วมได้รับความเสียหายและกำลังเคลื่อนไปเกาหลีและญี่ปุ่นครับตอนนี้ธรรมชาติจะเล่นงานมนุษย์กลับบ้าง...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ได้แต่มโนแต่ก็สุขใจ!
เรทกระทู้
« ตอบ #578 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*064 ความคิดแต่จะเดินหน้าแต่ไม่คิดบำรุงรักษาของดั้งเดิมเอาไว้ ก็คงไม่หลงเหลือคุณค่า หรือก็คงจะหาคุณค่าให้กับตัวเองและชาติบ้านเกิดเมืองนอนตัวเองก็คงไม่ได้ น่าเสียดายที่หากจะเห็นพี่กันทำลายล้างบ้านเมืองตัวเองนั้นไซร้เหมือนเช่นในหนัง และก็หนีจากเหตุการณ์เลวร้ายพาตัวเองหนีออกไปนอกโลกนั้น และหันมามองบ้านเมืองตัวเองและโลกใบนี้นั้นแตกสลาย มองไปยังผิวโลกก็มีแต่เปลงไฟลุกไหม้ ปล่อยควันขึ้นไปยังชั้นบรรยากาศ ที่ก็อาจจะไปทำลายทัศนวิสัยของพวกดาวเทียมหรือไม่ก็คงจะรวมตัวกันล่องลอยไปพบกับดาวอังคารที่มีคนที่ทำลายล้างโลกใบนี้นั้นไปยืนเตรียมการสืบสายพันธุ์กันขึ้นมาใหม่ อาจจะเป็นเอเลี่ยนมนุษย์พันธุ์ใหม่จากพื้นผิวโลกที่เป็นดาวเคราะห์ที่มีเวรกรรมติดยานอวกาศขึ้นไปด้วยนั้นก็อาจจะเป็นได้ และในบรรยากาศนั้นอาจจะมีวิญญาณของเจ้ากรรมนายเวรต่าง ๆ ล่องลอยตามยานอวกาศลำสุดท้ายที่จะปล่อยออกไปยังห้วงอวกาศในขณะที่บ้านเมืองกำลังพังพินาศอยู่นัั้นด้วยก็ได้ นึกภาพก็เห็นภาพในหนังที่มีพวกซอมบี้วิ่งไล่กัดฆ่าฟันกันยกใหญ่ ความบ้าตัณหากลายเป็นความคลั่งชนิดที่หยุดยั้งก็ไม่ได้ ในวันสุดท้ายก่อนสิ้นโลกนั้นก็จะมีมนุษย์พันธุ์บ้าตัณหาบินขึ้นสู่ห้วงอวกาศนั้นหนาไปแพร่พันธุ์เกิดสายพันธุ์ใหม่ที่จะถือกำเนิดที่ดาวอังคาร แล้วคิดสินั่นจะเป็นเยี่ยงใด อาดัมกับอีว่า ก็ว่ายังมีแอีปเปิ้ลกินร่วมกันได้ แต่ที่ดาวอังคารนั่นจะมีแอ๊ปเปิ๊ลให้กินหรือเปล่านั้นยังคิดไม่ได้ แต่ก็คงมีรูปแอ๊บเปิ้ลเหมือนกันแต่เป็นตราสัญญลักษณ์นั้นที่มือถือที่ถือติดขึ้นไปด้วยกระนั้นได้ ก็ได้แต่มโนมั๊งว่าคืออาหารที่จะรับประทานได้ แต่ก็ขอโทษได้แค่มโนเท่านั้น ความจริงนั้นมันก็ต้องินแต่อาหารแค็ปซูนเท่านั้นไม่มีรสชาดแต่อย่างใดแล้วคิดสิว่ากว่าจะถือกำเนิดเสมือนโลกใบนี้ด้วยนั้นหนาจะต้องเข่นฆ่ากันอีกกี่ครั้งกว่าจะรวบรวมเป็นประเทศหนึ่งนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #579 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต่อไปต้องสร้างบ้านที่ลอยนำ้ได้..ก็จะปลอดภัยครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #580 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เมื่อวานมีผู้อ่านเข้ามดูพันกว่าคนวันนี้ก็อีกหลายร้อยคนครับ ดูแล้วจะได้รับความรู้ในการพูดคุยกันและมีข้อมูลเหตุการธรรมชาติที่เกิดขึ้นทั่วโลกครับ...


(แบบบ้านที่ลอยน้ำได้เสนอมาตั้งแต่กระทู้แรกนำมาให้ดูอีกครั้งหนึ่งครับ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
โดดเดี่ยวโด่เด่!
เรทกระทู้
« ตอบ #581 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*061 มันเป็นการแสดงออกทางความเหนือชั้นแต่ก็ยังเบียดเบียนโลกใบนี้กันต่อไป ในการต่อยอดในการศึกษาวิจัยในโครงการอวกาศนั่น คิดหรือนั่นว่าคนจะไม่รู้เท่าทันนั้นได้ ยิ่งทำเยี่ยงนี้ยิ่งไม่มีคนให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด และสุดท้ายก็ต้องช่วยเหลือตัวเองในประเทศของตนนั่น เพราะผู้นำไม่มีความดีงามที่จะให้ความสงสารกระนั้่นได้ และสิ่งนี้ก็จะสื่่ิิอไปถึงทุกคนที่มีเชื้อชาติเดียวกัน และก็คงจะตกยากลำบากเพียงแต่ตัวเองเท่านั้นไม่มีใครช่วยเหลือได้ แล้วคิดดูสิว่าพระเอกในคราบผู้ร้ายนั้นหนาไม่มีใครที่จะนำพาความปรารถนาดีไปให้ หากบ้านเมืองมีภัยจะหาใครจะไปคอยพิทักษ์เพราะมีความเห็นแก่ตัวให้เป็นที่ประจักษ์ในสายตาชาวโลกกระนั้นได้ q*061

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #582 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณจูไม่ไปเข้าแถวจองแอ๊ปเปิ้ลกับเขารึครับเห็นบอกแถวยาวมากเลย ไปนอนกันแต่เช้ามืดเลย ป้ารึเปล่าไม่รู้นะ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #583 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 12:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

(หนุมานมาแล้วครับ ไปเที่ยวที่ใดมาเอ่ยคุณจูรู้รึเปล่า หากรู้ช่วยบอกหน่อยครับ)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #584 เมื่อ: 23 ก.ย. 14, 13:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ยอดมนุษย์ก็มาด้วย...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 ... 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 36

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม