หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: การลงทะเบียนผู้ป่วยโรคหัวใจ AF เผยข้อมูลของกลุ่มผู้ป่วยใหม่  (อ่าน 38 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ก.ย. 15, 14:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ลอนดอน–1 ก.ย.–พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์

- ข้อมูลเวชระเบียนจาก GARFIELD-AF ที่สมบูรณ์และครอบคลุม ได้ถูกนำเสนอ ณ การประชุม ESC Congress 2015 เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิวัฒนาการของการรักษาโรค AF ในชีวิตจริงทั่วโลก

ผลการศึกษาระยะเวลา 2 ปีจาก Global Anticoagulant Registry in the Field – Atrial Fibrillation (GARFIELD-AF) ที่ได้รับการนำเสนอในการประชุม ESC Congress 2015 เผยให้เห็นว่า การเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ (all-cause death) เป็นผลพวงที่พบมากที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF จำนวนกว่า 17,000 ราย ซึ่งพบมากกว่าโรคหลอดเลือดสมองหรือภาวะเลือดออกรุนแรง โดยผลการศึกษาระยะเวลา 2 ปีจากรุ่น 1 และรุ่น 2 ได้แสดงให้เห็นถึงอัตราการเสียชีวิตที่ 3.83% ต่อปีคน (person year) เมื่อเทียบกับอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองที่ 1.25% ต่อปีคน และการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรงที่ 0.70% ต่อปีคน [1]

(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20150827/261748LOGO )

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาเพิ่มเติมระยะเวลา 1 ปี ในผู้ป่วย AF รุ่นที่ 1-3 จำนวนกว่า 28,0000 ราย ยังแสดงให้เห็นว่า โรคที่เกิดร่วม (comorbidity) มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มอัตราการเสียชีวิต การเกิดโรคหลอดเลือดสมอง และการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรง โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังระดับปานกลางถึงรุนแรงและผู้มีประวัติกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมด้วย จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่ากลุ่มประชากรโดยทั่วไปอย่างมาก (9.4% และ 6.9% ตามลำดับ เทียบกับ 4.0%)[1] ศาสตราจารย์แซม โกลด์ฮาเบอร์ จาก Harvard Medical School และ Brigham and Women’s Hospital กล่าวว่า “ข้อมูลจาก GARFIELD-AF บ่งชี้ถึงบทบาทความสำคัญของโรคร่วมในการคาดการณ์ผลการรักษาผู้ป่วย ทั้งยังช่วยให้แพทย์มีแนวทางในการรักษาโรค AF ด้วย ผลลัพธ์ดังกล่าวบ่งชี้ว่า แพทย์ควรจะพิจารณาเพิ่มยาต้านการแข็งตัวของเลือดให้กับผู้ป่วย AF ที่มีโรคร่วมเหล่านี้”

ข้อมูลเชิงลึกจากผู้ป่วย AF เกือบ 40,000 รายจากการวิจัย GARFIELD-AF ทั้ง 4 รุ่น ระหว่างปี 2553-2558 แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแนวทางการรักษาโรค AF ทั่วโลก โดยผู้ป่วยที่เริ่มรับการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือดเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองนั้น เพิ่มขึ้นจาก 57.4% เป็น 71.1% ส่วนการใช้ยา Vitamin K Antagonist (VKA) และยาต้านเกล็ดเลือด (อย่างใดอย่างหนึ่งหรือร่วมกัน) ลดลงจาก 83.4% มาอยู่ที่ 50.6% ในขณะที่การใช้ยา Non-vitamin K Antagonist Oral Anticoagulant (NOAC) อย่างเดียวหรือร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือด เพิ่มขึ้นจาก 4.1% เป็น 37.0%[1] ศาสตราจารย์ศัลยศาสตร์ เอเจย์ แคักคาร์ จาก University College London และผู้อำนวยการสถาบัน Thrombosis Research Institute กล่าวว่า “วิวัฒนาการของรูปแบบการรักษามีความสอดคล้องกับการนำเอานวัตกรรมใหม่ๆมาใช้ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ดี ความท้าทายที่ยังเหลืออยู่ก็คือ การสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยแต่ละคนจะได้รับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม”

ศาสตราจารย์จอห์น คัมม์ จาก St George’s University ในลอนดอน ได้อธิบายถึงรูปแบบการรักษาที่พบใน GARFIELD-AF เพิ่มเติมว่า “เราจะเห็นได้ว่ามีการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอย่างเหมาะสมมากขึ้นในภาพรวม แต่ข้อมูลจาก GARFIELD-AF ก็แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมากในการใช้ยา NOAC ในแต่ละประเทศ โดยผลการวิเคราะห์ผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ AF รุ่นที่ 1-3 จำนวนกว่า 20,000 รายทั่วยุโรป พบว่าอัตราความแตกต่างในการใช้ยา NOAC อยู่ระหว่าง 2.6% ถึง 58.0%[2] ทั้งนี้ ข้อมูลเชิงลึกที่ยังคงมีการรวบรวมอย่างต่อเนื่องจากสถาบันต่างๆในหลายประเทศ จะช่วยให้แพทย์มีความเข้าใจมากขึ้นถึงวิธีการปรับปรุงการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะ AF”

GARFIELD-AF เป็นการลงทะเบียนครั้งใหญ่ที่สุดและใช้เวลายาวนานที่สุด เพื่อบันทึกข้อมูลของผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ AF และมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองอย่างน้อยหนึ่งปัจจัย GARFIELD-AF ยังคงเดินหน้ารวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากการรักษาจริง ซึ่งถือเป็นหลักฐานในชีวิตจริงที่จะช่วยให้ความรู้และช่วยให้วงการแพทย์สามารถนำไปปรับปรุงการรักษาผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก GARFIELD-AF จำแนกตามภูมิภาคและผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม ได้รับการนำเสนอ ณ การประชุม ESC Congress 2015

การควบคุมยา Vitamin K Antagonist ในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [3]

ข้อมูลเชิงลึกจาก GARFIELD-AF แสดงให้เห็นว่ามีการส่งตรวจค่า INR ที่น้อยกว่า ระยะเวลาระหว่างการตรวจค่า INR นานกว่า และพบว่าค่า INR ของผู้ป่วยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในระดับต่ำกว่า (n=3,627) เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆในภูมิภาคอื่นของโลก (n=13,546) โดยผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ AF และได้รับยา VKA มีดังนี้

- ค่า INR ที่ต่ำกว่า โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 2.0 ซึ่งเป็นแนวโน้มที่พบเห็นในทุกกลุ่มอายุ
- การใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดกับผู้ป่วยที่มีคะแนน CHA2DS2-VASc ตั้งแต่ 2 ขึ้นไปนั้น มีอัตราต่ำกว่า

อัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะเลือดออกรุนแรง และการเสียชีวิตในผู้ป่วยที่เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะ AF และเป็นโรคไตเรื้อรังระดับปานกลางถึงรุนแรง: ผลลัพธ์จาก GARFIELD-AF [4]

ผลการศึกษาระยะเวลา 1 ปีในกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะ AF จำนวน 17,159 ราย แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างผู้ป่วยที่เป็นโรคไตเรื้อรังระดับปานกลางถึงรุนแรง (n=1,760) กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระดับไม่รุนแรงหรือไม่เป็นโรคไตเลย (n=15,399) ดังนี้

- โรคไตเรื้อรังระดับปานกลางถึงรุนแรง มีส่วนทำให้อัตราการเสียชีวิตและการเกิดภาวะเลือดออกรุนแรงเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 1.4 เท่า
- มีการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดถี่ขึ้นในผู้ป่วยที่มีโรคไตเรื้อรังระดับปานกลางถึงรุนแรง
- การเก็บรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอัตราการเสียชีวิตและภาวะเลือดออกรุนแรงใน GARFIELD-AF จะช่วยให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกมากขึ้นเกี่ยวกับการสร้างสมดุลระหว่างประโยชน์และความเสี่ยงของการรักษาด้วยยาต้านการแข็งตัวของเลือดในผู้ป่วยที่มีภาวะ AF และเป็นโรคไตเรื้อรังร่วมด้วย

สามารถรับชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.tri-london.ac.uk/garfield

Thrombosis Research Institute London
Emmanuel Kaye Building
Manresa Road
Chelsea
London SW3 6LR

แหล่งข่าว: Thrombosis Research Institute

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม