หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: มุมดีๆ ของผู้ร้ายที่ชื่อ "แจสโมบาย"  (อ่าน 403 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 26 เม.ย. 16, 10:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ขณะที่ถนนทุกสายกำลังลุ้นระทึกกับการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกกะเฮิร์ตซ์ (MHz) ครั้งใหม่ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่สั่งให้ กสทช.จัดขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ โดยเบื้องต้นนั้นมีสองบริษัทเอไอเอสและทรูมูฟเข้ามาซื้อซองไปเรียบร้อยแล้ว แต่จะเข้าประมูลด้วยทั้งคู่หรือไม่คงต้องจับตาดูกันต่อไป

แต่ที่แน่ยิ่งกว่าแช่แป้ง ราคาตั้งต้นประมูลครั้งใหม่นั้นได้ตั้งต้นที่ 75,654 ล้านบาท เท่ากับราคาสุดท้ายที่แจสโมบายเคาะราคาเอาไว้ จะด้วยเหตุผลเพื่อตีกันไม่ให้รัฐสูญเสียประโยชน์ หรือไม่เป็นข้ออ้างให้บริษัทสื่อสารที่ได้ใบอนุญาตไปก่อนหน้าฉวยโอกาสขอปรับลดค่าต๋งด้วยก็แล้วแต่มุมมองจะว่ากันไป

แต่อย่างไรก็ตาม หากมองอีกด้าน การประมูลในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าบริษัท แจส โมบายฯ สามารถหาเงินมาจ่ายค่าประมูลตามที่ได้เคาะราคาเอาไว้ แต่เมื่อโชคชะตาเล่นตลก กำหนดให้แจสเป็นได้แค่เจ้าของโครงข่ายอินเตอร์เนตบรอดแบนด์เท่านั้น ไม่อาจจะก้าวข้ามกระโจนลงสู่สนามโมบาย บรอดแบนด์ได้ เพราะไม่สามารถระดมทุนจากสถาบันการเงินได้ ก็ต้องยอมถอยออกไป

ดังที่ “พิชญ์ โพธารามิก” ผู้บริหารระดับสูงของ “แจส โมบาย” ได้ออกมาชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าที่ตัดสินใจเคาะราคาไปสูงลิ่วในครั้งก่อนนั้น “ไม่ได้มาเล่นๆ” แต่ตั้งใจจะเป็นค่ายมือถือรายที่ 4 ที่เป็นคนไทย สัญชาติไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเมื่อชนะประมูลแล้วก็ได้พูดคุยกับแบงก์กรุงเทพ และบริษัทหัวเหว่ยของจีนที่คุ้ยเคยกันมานานจนใกล้จะลงตัว

แต่จุดหักเหที่ทำให้เส้นทางการก้าวข้ามไปสู่ตลาดโมบายบรอดแบนด์ของแจสต้อง “พังครืน” นั้น อยู่ตรงที่สถาบันการเงินที่จะให้การสนับสนุนนั้นบีบให้ “พิชญ์” และนายอดิศัย โพธารามิก ผู้เป็นพ่อต้องเข้าไปค้ำประกันส่วนตัวด้วย ซึ่งเห็นว่าไม่เป็นธรรม จึงต้องปรับเปลี่ยนแผนโดยหันไปเจรจากับแหล่งเงินทุนสนับสนุนแห่งใหม่ในต่างประเทศ ก็มีหลายรายพร้อมให้การสนับสนุน แต่ด้วยระยะเวลาที่กระชั้นชิดจึงทำให้สถาบันการเงินไม่อาจจะอนุมัติแบงก์การันตีให้แจสได้ทันตามกำหนดเส้นตายของ กสทช.

จึงเป็นอันว่าการไล่ล่าความฝันของแจสโมบายที่ได้ชื่อว่า เป็นเจ้าตลาดอินเตอรต์เน็ตบรอดแบนด์ ที่หวังจะกระโจนเข้าสู่ธุรกิจโมบายบรอดแบนด์เป็นทางเลือกใหม่ให้ประชาชนคนไทยต้องฝันสลาย ต้องปล่อยให้ประชาชนผู้ใช้บริการทนอยู่กับตลาดมือถือที่มีผู้เล่นหน้าเก่าอยู่ไม่กี่รายเช่นเดิม

ฟังเหตุผลที่ผู้บริหารแจสโมบายแจกแจงแล้วก็ให้น่าคิด หากสิ่งที่เจ้าตัวชี้แจงเป็นความจริง เพราะจะว่าไปคงไม่มีนักธุรกิจคนไหนอยากเอาคอไปพาดเขียง หรืออยากจะควักเงินกว่า 600 ล้านมาวางเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันประมูลเพื่อหวังจะเก็งกำไร หรือปั่นป่วนตลาดเป็นแน่ และหากจะมองในอีกมุมมองหนึ่ง การตัดสินใจกระโจนเข้าสู่การประมูลคลื่น 4 จีของแจสครั้งนี้ก็มีส่วนสร้างความคึกคักให้กับวงการโทรคมนาคมและมีส่วนช่วยให้ประเทศชาติได้เม็ดเงินค่าต๋งจากการประมูลคลื่นความถี่เข้ารัฐพุ่งกระฉูดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

เทียบกับการประมูล 3 จีปลายปีก่อน ที่ 3 ค่ายสื่อสารปิดประตูประมูลกันอยู่ภายในวงจำกัดนั้นเห็นได้ชัดว่า กสทช.และรัฐได้เม็ดเงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาต 3 จีไปแค่ 41,625 ล้านบาทเท่านั้น หรือเฉลี่ยคลื่นละหมื่นกว่าล้านบาทเท่านั้น ขณะที่การประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz ปลายปี 57 ที่แจสโมบายกระโจนเข้าร่วมวงไพบูลย์ด้วยนั้น แม้ว่าจะแพ้ “เอไอเอส” และ “ทรูมูฟ” แต่ผลจากการที่ “แจสโมบาย” กระโจนเข้าร่วมวงไพบูลย์ด้วยก็ทำให้รัฐได้เม็ดเงินจากการประมูลคลื่น 1800 ไปได้ถึง 80,000 ล้านบาทเลยทีเดียว

และเมื่อแจสประกาศทุ่มสุดตัวหวัง “แจ้งเกิด” ในธุรกิจโมบายบรอดแบนด์เต็มตัวในการช่วงชิงคลื่นความถี่ 900 MHz จนกระทั่งล้มยักษ์สื่อสารอย่างเอไอเอสและดีแทคด้วยการเคาะราคาไปสูงกว่า 75,654 ล้านบาท ขณะที่ใบอนุญาตอีกใบที่ ทรูมูฟ ชนะประมูลไปก็สูงกว่า 76,29 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จ 2 คลื่นความถี่ 1800 และ 900 MHz นั้น รัฐและกสทช.ได้เม็ดเงินเข้าคลังไปกว่า 230,000 ล้านบาท ทุบสถิติโลกเลยก็ว่าได้

และแม้จะหักค่าต๋งในส่วนที่แจสโมบายไม่มาจ่ายเงินค่าประมูล 7.5 หมื่นล้าน ค่าต๋งที่รัฐได้ก็ยังคงสูงกว่าการประมูล 3 จีก่อนหน้าเป็นเท่าตัว จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า การเข้ามาของ “แจส” นั้นได้ทลายกำแพงของสถาบันการเงินซึ่งอยู่เบื้องหลังการควบคุม “เครดิต” ของค่ายมือถือ พูดให้ชัดการเข้ามาของแจสได้ทำให้เกม “ฮั้ว” ประมูลที่จะว่าไปก็มีสถาบันการเงินคอยกำกับอยู่เบื้องหลังผ่านกระบวนการประเมินราคาสารพัดรูปแบบนั้นล่มสลาย!!!

เพราะหากไม่มีแจสโผล่เข้ามา ก็เชื่อแน่ว่าเกมการประมูลคลื่น 4 จีคงไม่ดุเดือดเลือดพล่านขนาดนี้แน่เลย ทำให้คิดไปว่าเบื้องหลังเกมล้มกระดาน “แจส” ในครั้งนี้ ดีไม่ดีอาจมีสถาบันการเงินนั่นแหล่ะอยู่เบื้องหลังเสียเอง เพราะไม่ต้องการให้แจสได้แจ้งเกิดจนทำเอาตลาดโมบายบรอดแบนด์ปั่นป่วนจากการเข้ามาของโอปอเรเตอร์รายใหม่

ดังนั้น หากมองอย่างใจเป็นธรรม แม้แจสโมบายจะทำเอาประชาชนคนไทยผิดหวัง ถูกมองเป็นผู้ร้ายทิ้งใบอนุญาต 4 จี ใครต่อใครก็ทำท่าผิดหวัง แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือการเข้ามาของแจส โมบายนั้นได้ทะลายกำแพงผูกขาดการประมูลคลื่นความถี่ที่เคยอยู่ในเงื้อมมือของบริษัทสื่อสาร และสถาบันการเงินที่คุมเกมอยู่โดยสิ้นเชิง

ใครที่คิดจะกระทืบแจสให้จมดิน เพราะเหตุที่เบี้ยวไม่ยอมจ่ายเงินค่าประมูลถึงขั้นมองว่า กสทช.ควรจะไปไล่เบี้ยส่วนต่างค่าธรรมเนียมประมูลเพิ่มเติมนั้น น่าจะได้คิดมุมกลับที่ว่านี้ เพราะล่าสุดแม้ กสทช.และรัฐจะตั้งราคาตั้งต้นประมูลใหม่เอาไว้สูงลิ่วเท่าที่เคยเสนอ ก็ยังมีบริษัทสื่อสารพร้อมลุยไฟ

ลองไม่มีชื่อ “แจสผู้ฆ่ายักษ์” เข้ามาร่วมวงไพบูลย์แต่ต้น เผลอ ๆ ประมูล 4 จีบนคลื่นความพี่ 900 นี้อาจกร่อยสนิทด้วยเม็ดเงินค่าธรรมเนียมที่เคาะแตะๆ ไม่ถึง 50,000 ล้านด้วยซ้ำ!!!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม