หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: น้ำมันขึ้นราคา กับโครงสร้างการปรับขึ้นราคาน้ำมัน  (อ่าน 317 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 20 ธ.ค. 16, 10:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
น้ำมันขึ้นราคา กับโครงสร้างการปรับขึ้นราคาน้ำมัน

จากสถานการณ์การปรับขึ้นราคาน้ำมันในประเทศที่มีการปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้ (ส.ค.59) ทำให้ ปตท. ตกเป็นเป้าโจมตีของคนในโซเชียลบางกลุ่ม (อีกครั้ง) โดยมองว่า ปตท. มีส่วนสำคัญในการตั้งและ ปรับขึ้นราคาน้ำมัน ในประเทศ และการปรับราคาพลังงานทำให้ ปตท. มีกำไรสูงขึ้น เป็นการขูดรีดประชาชน
โครงสร้างราคาน้ำมันแบ่งออกเป็น 4 ส่วนย่อย ได้แก่
1.ราคาหน้าโรงกลั่น
2.ภาษีต่างๆ
3.กองทุนน้ำมัน
4.ค่าการตลาด

โครงสร้างการปรับขึ้นราคาน้ำมัน ได้แก่
ราคาหน้าโรงกลั่น เป็นราคาที่อ้างอิงจากตลาด ราคาน้ำมัน สำเร็จรูปที่ใกล้ที่สุด (ต้องคิดค่าขนส่งตามระยะจากตลาดกลางนั้นมาที่ประเทศ หากอ้างอิงตลาดที่อยู่ไกล ย่อมเสียค่าขนส่งมาก) ซึ่งในที่นี้คือตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ เมื่อสิงคโปร์มีการปรับราคา ประเทศไทยก็จะมีการอ้างอิงและปรับตามไม่เกิน 3 วันทำการ ดังนั้นราคาหน้าโรงกลั่นจึงเป็นราคาอ้างอิงที่ไม่สามารถกำหนดเองได้

ภาษีต่างๆ ในส่วนของภาษีนั้น รัฐเป็นผู้กำหนดและดูแล จะเห็นว่าประเทศไทยเสียภาษีน้ำมันค่อนข้างสูง เนื่องจากประเทศไทยจัดประเภทของน้ำมันเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ดังนั้นภาษีจึงเป็นนโยบายของรัฐ และปตท. ไม่มีสิทธิ์กำหนด

กองทุนน้ำมัน เป็นหน้าที่ของ กบง. ในการกำหนดควบคุมการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน โดยจะเห็นว่าปัจจุบัน ราคาน้ำมันบางชนิด ยังมีการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันอยู่เพื่อสนับสนุนให้เกิดการใช้ เช่นน้ำมันตระกูลเอทานอล E20 และ E85 นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันยังมีหน้าที่คอยเป็นกันชนยามที่ราคาน้ำมันเกิดการผันผวน โดยกองทุนน้ำมันเป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐ และ ปตท. ไม่ใช่ผู้กำหนดการจัดเก็บกองทุนน้ำมัน

ค่าการตลาด เป็นส่วนเดียวในโครงสร้างราคาที่ผู้ประกอบการมีสิทธิ์กำหนด โดยค่าการตลาดนั้น จะเป็นส่วนของกำไรที่แบ่งกันระหว่างแบรนด์และเจ้าของปั๊ม โดยยังไม่ได้หักต้นทุนการดำเนินการของปั๊ม ซึ่งแม้ว่าค่าการตลาด ผู้ประกอบการมีสิทธิ์กำหนดเอง แต่ค่าการตลาดเฉลี่ยน้ำมันทุกชนิดอยู่ที่ 2 บาทเท่านั้น หมายความว่าส่วนที่ผู้ประกอบการ (หรือที่โซเชียลบางกลุ่มเข้าใจว่าคือ ปตท.) สามารถกำหนดเองได้ อยู่ที่ไม่เกิน 2 บาทของน้ำมันแต่ละประเภท และใช่ว่าจะสามารถปรับราคาเท่าไหร่ก็ได้ เพราะประเทศไทยเป็นการค้าเสรี หากปรับราคาสูงเกินไป ก็มีสิทธิ์ที่แบรนด์อื่นจะขายในราคาถูกกว่าได้ ดังนั้นส่วนของค่าการตลาดจึงมีกลไกตลาดคอยควบคุมอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนการปรับราคาน้ำมันนั้น จะใช้การดู “ค่าการตลาด” เป็นหลัก โดยเมื่อตลาดน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์ มีการขยับ ปรับขึ้นราคาน้ำมัน ราคาหน้าโรงกลั่นในประเทศที่อ้างอิงกับตลาดสิงคโปร์ก็จะขยับขึ้นราคาน้ำมันตาม ทำให้ “ค่าการตลาด” ปรับตัวลดลง ก็จะมีการประกาศขึ้นราคาน้ำมันให้ค่าการตลาดกลับมาเฉลี่ยที่ 2 บาท กลับกันเมื่อน้ำมันสำเร็จรูปสิงคโปร์มีการขยับลด ก็จะมีผลให้ค่าการตลาดในประเทศสูงเกินกว่าค่าเฉลี่ย และส่งผลให้มีการปรับลดราคาเพื่อคงค่าการตลาดเฉลี่ยไว้

ดังนั้นหากจะสรุปว่า ปตท. เป็นผู้กำหนดราคานั้น จึงไม่เป็นความจริง เพราะโครงสร้างราคาน้ำมันนั้น มีหลายปัจจัยที่มีผลต่อราคาขายหน้าปั๊ม ปตท. เป็นเพียงหนึ่งในผู้ประกอบการที่มีหน้าที่กำหนดเพียงค่าการตลาดเพื่อให้แบรนด์และปั๊มสามารถอยู่ได้เท่านั้น
ติดตามอ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ : www.รู้จริงพลังงานไทย.com/การปรับขึ้นราคาน้ำมัน/
http://samtahantoptt.blogspot.com/2016/04/ipo-2544-3.html


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  น้ำมันขึ้นราคา 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม