หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พลังแห่งความร่วมมือของครู สำคัญอย่างไรต่อการเชื่อมต่อชุมชนการเรียนรู้ที่แตกต่าง  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 15 พ.ย. 18, 16:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การดำเนินชีวิตของคนยุคดิจิทัลต้องใช้ศักยภาพที่แตกต่างของตนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการประกอบอาชีพ ดังนั้นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองตามความสามารถที่แตกต่างระหว่างบุคคล คือได้ค้นพบและเพิ่มพูนศักยภาพที่แตกต่างระหว่างตนเองกับผู้อื่น อันนำไปสู่การทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็งแก่สังคมและประเทศครูถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อความแตกต่างระหว่างบุคคล ช่วยสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้ค้นพบและแสดงออกถึงศักยภาพของตนเอง


Dr.Camilla Highfield ผู้อำนวยการพัฒนาและการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ คณะครุศาสตร์ จาก The University of Aucklandประเทศนิวซีแลนด์กล่าวในงานประชุมประชุมนานาชาติ มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 11 (EDUCA 2018) ที่อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด "Value of Teachers" หรือ "คุณค่าของครู" ในหัวข้อ "พลังแห่งความร่วมมือของครูสำคัญอย่างไร: กลยุทธ์สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้แบบนิวซีแลนด์” ว่าในห้องเรียนที่มีความแตกต่าง เหมือนตัวแทนของสังคมที่มีความหลากหลาย แต่จะทำอย่างไรให้ความเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลได้รับการพัฒนาและประสานกันได้อย่างเข้มแข็ง นิวซีแลนด์จึงสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมทางการศึกษาที่ดี โดยการรวมพลังแห่งความร่วมมือจาก ครู นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือในการจัดการเรียนการสอนเพื่อผลการเรียนรู้ที่ดีที่สุดสำหรับนักเรียน ทั้งการพัฒนาความสามารถของนักเรียนเป็นรายบุคคล หลักสูตรที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่เฉพาะตัว รวมทั้งมีการแบ่งปันประสบการณ์การทำงานระหว่างครูเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่ดีและเหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคนโดยผู้บริหารให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานด้านการศึกษาอยู่เสมอ มีระบบจัดการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ มีกระบวนการพัฒนานักเรียนครอบคลุมเชื่อมต่อทั้งเส้นทางการศึกษา ในการรวมเส้นทางการเรียนรู้จากปฐมวัยจนจบการศึกษาให้เป็นเส้นทางเดียวกัน ให้การสนับสนุนในช่วงการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้นักเรียนแต่ละคนเห็นเส้นทางอาชีพของตนเองได้ โดยร่วมมือกับครอบครัว ภาคอุตสาหกรรม กลุ่มชาติพันธุ์ และชุมชน เป็นหนึ่งเดียวกัน และสร้างค่านิยมความเชื่อในสังคมของนักเรียน ทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อพัฒนานักเรียน เป็นภาคส่วนหนึ่งกับกลุ่มชาติพันธุ์ในสร้างการเรียนรู้ มีความใกล้ชิดกับชุมชนและมีข้อตกลงในการสร้างกาเรียนรู้ของนักเรียนร่วมกัน พร้อมส่งเสริมการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ร่วมกันด้วยการแบ่งปันทรัพยากรที่มี ประสานการวางแผนและปรับปรุงพัฒนาแผนร่วมกัน และมีการส่งต่อการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ


ในการนี้หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ยังได้จัดสัมมนาพิเศษ “Teaching as Inquiry: เครื่องมือการเรียนรู้แบบมืออาชีพสำหรับครูผู้สอน” โดย Maree Brannigan จาก Massey University กล่าวว่า ครูเป็นหัวใจหลักด้านการศึกษา โอกาสและความก้าวหน้าของนักเรียนที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต ต้องผ่านการทำแบบฝึกหัดและการฝึกปฏิบัติจนเกิดความเชี่ยวชาญ ซึ่งครูที่ดีจะต้องมีแนวทางในการสอนที่ชัดเจน มีการสำรวจความต้องการของนักเรียน เริ่มต้นด้วยคำถาม สร้างความรู้ แล้วนำมาวางแผนการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นให้เด็กสามารถคิดได้รอบด้าน และมีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นตัวของตัวเอง พร้อมปลูกฝังให้นักเรียนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในด้านการเรียน และการปฏิบัติงานร่วมกันเป็นทีม

และ “ถอดรหัสการศึกษานิวซีแลนด์สู่การเตรียมผู้เรียนสำหรับอนาคต” โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษานิวซีแลนด์ บอกว่าหลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของนิวซีแลนด์ (New Zealand Curriculum) มุ่งเน้นสร้างทักษะวิชาชีพในอนาคตของนักเรียนเป็นสำคัญ โดยให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนการสอน ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ขอบเขตแก่โรงเรียนในการนำหลักสูตรการการศึกษาแห่งชาติมาปรับใช้ในรูปแบบที่เหมาะกับโรงเรียน เพื่อนักเรียนจะได้เรียนในหลักสูตรที่เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีชุมชนด้วย


นอกจากนี้ หลักสูตรการศึกษาแห่งชาติของนิวซีแลนด์ (New Zealand Curriculum) ยังมุ่งเน้นการที่ครูให้ความสำคัญกับเด็กแต่ละคนเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มองรวมๆ แต่ดูว่าเด็กแต่ละคนเหมาะกับอะไร มีศักยภาพอะไร ชอบอะไร โดยวางรากฐานมาตั้งแต่เข้าเรียน เมื่อนักเรียนโตขึ้นก็จะเลือกอะไรที่เหมาะกับตัวตนของตัวเอง ทำให้นักเรียนมีเส้นทางการศึกษาที่ชัดเจนต่อการประกอบอาชีพ โดยครูของนิวซีแลนด์จะมีบทบาทในการเตรียมความพร้อมนักเรียน 3 ด้านด้วยกันคือ

1.ครูคือใคร ครูคือผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน ให้กล้าคิดกล้าแสดงออก และกระตุ้นให้นักเรียนดึงศักยภาพของตัวเองออกมา โดยใช้พื้นที่การเรียนรู้ภายในโรงเรียนและชุมชนพัฒนาความเป็นตัวตนของนักเรียน
2.ครูทำอะไร ครูให้ทักษะที่เตรียมนักเรียนให้พร้อมในการออกไปเผชิญกับโลกภายนอก
3.ครูทำอย่างไร ครูจะต้องสร้างความท้าทายให้นักเรียนค้นพบศักยภาพและตัวตนของตนเองผ่านการใช้หลักสูตรที่สนับสนุนให้นักเรียนดึงศักยภาพนักเรียนออกมา โดยระบบการศึกษานิวซีแลนด์เอื้อต่อการเตรียมศักยภาพของเด็กตั้งแต่ประถมขึ้นไปจนถึงมัธยมศึกษา มุ่งเน้นวางรากฐานนักเรียนในวิชาพื้นฐานทั่วไปช่วงประถมศึกษาจนถึงระดับมัธยมต้น และในช่วงมัธยมปลายนักเรียนจะเรียนวิชาหลักบางส่วนและเลือกวิชาเฉพาะตามความสนใจที่เหมาะสมกับความเป็นตัวตนของเขา โดยมีทางเลือกให้มากกว่า 40 วิชา ที่จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบตนเองและดึงศักยภาพของตนเองมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม