หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผ่าตัดรักษาแผลปริขอบทวาร Anal Fissure  (อ่าน 17 ครั้ง)
Guest
โกโก้
เรทกระทู้
« เมื่อ: 27 เม.ย. 19, 13:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ตอนนั้นเราปวดฉี่มาก ก็พยายามฉี่ใส่กระบอก ยังไงๆ ก็ไม่สำเร็จ หนำซ้ำเรายังปวดตด พอตดมันไหลไปที่ตูดเราก็ขมิบไว้เพราะกลัวตดแล้วจะเจ็บแผล มันก็เลยยิ่งทำให้ปวดท้องน้อย ในใจเราเริ่มยอมแพ้แล้ว ว่าสวนฉี่ก็ต้องยอมเพราะปวดฉี่มาก แต่เราก็ขอต่อเวลาอีกนิด จนกระทั่งอาการชาที่ฝ่าเท้าเราหายไป แล้วเราขยับนิ้วเท้าเราได้ เราก็ปรับเตียงขึ้นมานั่งเกือบ 90 องศา แล้วค่อยๆ ขยับก้นออกไปนั่งตรงขอบเตียง หย่อนเท้าลงไปที่พื้น แล้วลงไปยืนสักพักให้แน่ใจว่าขามีแรง และหน้าไม่มืด จึงค่อยๆ เข็นสายน้ำเกลือเข้าไปในห้องน้ำ ถลกผ้าถุง เล็งเป้าแล้วปล่อยฉี่ออกมา จังหวะที่ฉี่เริ่มไหลออกมา มันเป็นความฟินอย่างยากที่จะอธิบาย เรายืนปล่อยให้ฉี่ไหลออกมาเองโดยไม่เบ่งอยู่นานมาก เราว่าฉี่เราออกมาเป็นลิตรเลยล่ะ เยอะมาก แต่มันไม่พุ่งนะ ไหลออกมาเองเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะสุด พอฉี่เสร็จเราก็กลับมาที่เตียง พร้อมกับอาหารเย็นที่เจ้าหน้าที่เอามาให้พอดี เป็นอาหารปกติแบบจัดเต็มมาเลย มีข้าวสวย แกงเขียวหวานไก่ ผัดแตงกวาใส่ไข่ OMG!! เราก็เพลย์เซฟ ขอกินแต่ข้าวสวยกับผัดแตงกวาก่อนดีกว่า ณ ตอนนี้ฤทธิ์ยาชาหมดไปแล้ว เพราะเราเอามือไปหยิกก้นก็มีความรู้สึก และเพิ่งรู้ว่าหมอเอาผ้าก้อซปิดตูดเราไว้ มาถึงตอนนี้ที่ทุกคนคงอยากจะรู้ว่าหลังยาชาหมดฤทธิ์มันจะเจ็บขนาดไหน เราจะขอเทียบระดับความเจ็บให้ทุกคนพอจะนึกออกได้ประมาณว่า ถ้าตอนที่เราเป็นแผลปริ เราจะมีความเจ็บตอนอึผ่านตูดอยู่ที่ระดับ 10 หลังจากอึเสร็จความเจ็บจะอยู่ที่ระดับ 8-9 แต่ ณ ตอนนี้ความเจ็บของเราอยู่ที่ระดับ 1 สรุปว่าข้อกังวลที่จะต้องโดนสวนฉี่ และข้อกังวลความเจ็บปวดหลังยาชาหมดฤทธิ์ ก็เคลียไปได้อีกสองข้อ คืนนั้นราก็นอนดูทีวีไป ขมิบก้นเล่นไป จนสามทุ่มพยาบาลเอายานอนหลับมาให้ แต่เราก็นอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะท้องเราโครกคราก มีลม ตลอดคืน จะตดก็ไม่กล้าตด เพราะกลัวตดแล้วจะเจ็บแผล กับกลัวอึจะไหลออกมาพร้อมตดด้วย
วันที่ 1 หลังการผ่าตัด
เราตื่นมาพร้อมกับอาการไม่สบายในช่องท้อง เราเลยแกะผ้าก้อซที่ปิดตูดออกเพื่อไปเข้าห้องน้ำ พอนั่งลงบนชักโครกพร้อมกับเตรียมใจรับความเจ็บปวด ทันไดนั้น พร้วดดดดดด!! อึไหลออกมาเองแบบเป็นน้ำเลย และไม่มีความเจ็บปวดใดๆ เกิดขึ้น เราก็ปล่อยให้มันไหลอยู่อย่างนั้นจนคิดว่าหมดแล้วก็ฉีดล้างก้นเบาๆ แล้วเดินไปล้างสบู่ตรงที่อาบน้ำ แล้วก็เดินกลับมานอนบนเตียง พร้อมกับกินข้าวต้ม และกินยาชุดเดิมแบบที่กินเมื่อคืน
10.00 น. คุณหมอเข้ามาดูอาการ พร้อมกับเปิดตูดเราดู แล้วบอกว่าแผลดูดี ให้กลับบ้านได้ ไม่ต้องแช่ก้น ไม่ต้องตัดไหม กินอาหารได้ตามปกติ แต่ให้งดออกกำลังกาย แล้วนัดมาเจออีก 10 วัน หลังจากคุณหมอออกไป เจ้าหน้าที่ก็มาสรุปค่าใช้จ่าย เราก็เดินลงไปจ่ายเงินเองแล้วเอาใบเสร็จขึ้นมารอรับยาในห้อง ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณสามหมื่นกว่าบาท แต่เราใช้สิทธิประกันสังคม จ่ายแค่ส่วนต่างไป 1,440 บาท เราได้ยากลับบ้านซึ่งมียา 3 ตัวที่กินในรพ. พร้อมกับยาพารา 1 แผง และยา Forlax 10 g กินก่อนนอนซึ่งเป็นยาช่วยทำให้อุจจาระนิ่ม 10 ซอง
เช้าวันนี้ที่รพ. เราถ่ายเหลวเป็นน้ำอีก 2 รอบ โดยที่ไม่เจ็บแผลเลย แต่มันเป็นแค่ความรู้สึกที่ไม่ปกติตรงก้นเท่านั้น ถ้าจะวัดระดับความเจ็บก็คงอยู่ที่ระดับ 0.2
ตอนขับรถกลับบ้านเอง เรามีความรู้สึกคันๆ ตึงๆ ตรงก้นแค่นั้นเอง เดิน นั่ง ขับรถ เกือบจะเป็นปกติ แต่มันยังคงมีอาการเกร็งๆ เสียวๆ อยู่ที่เรากังวลไปเองแค่นั้น อ้อ!! มันจะมีความรู้สึกนิดๆ ตอนเราเปลี่ยนท่าจากนั่งเป็นยืน เพราะเราขมิบก้นแค่นั้นเอง สรุปว่าข้อกังวลความเจ็บปวดตอนอึหลังจากผ่าตัด เราก็เคลียไปได้อีกข้อนึง
พอกลับมาถึงบ้านเราก็ต้มซุป กินโจ๊กที่เราซื้อเตรียมไว้ก่อนไปรพ. แล้วก็กินยานอนพักผ่อน ด้วยความสบายใจ แต่เราก็ยังถ่ายเหลวเป็นน้ำอยู่อีก 4-5 รอบ คืนนี้เราก็เลยไม่กินยา Forlax เพราะถ่ายเหลวอยู่แล้ว
วันที่ 2 หลังการผ่าตัด
เราตื่นมาพร้อมกับอาการท้องเสียเหมือนเดิม ความเจ็บแผลไม่มีแล้ว เราส่องดูตูดเห็นรอบช้ำม่วงๆ ดำๆ ขนาดประมาณ 2 นิ้ว x 2 นิ้ว อยู่ตรงข้างๆ รูตูด เราคิดว่าคงช้ำมาจากแผลตัดกล้ามเนื้อข้างใน และเราเห็นไสาหร่ายู่ 1 เข็มโผล่ออกมาตรงรอยแผลปริเดิม
วันนี้เรากินข้าวไข่เจียวทุกมื้อ แต่วันนี้ทั้งวันเรามีอาการเหมือนคนเป็นกรดไหลย้อน คือมีอาการจุกที่คอเหมือนมีก้อนอะไรขวางอยู่ แสบร้อนตรงลิ้นปี่ ท้องมีลมโครกครากตลอดเวลา และถ่ายเหลวเป็นน้ำ แค่ตด อึก็ไหลออกมาด้วย เราเลยค้นข้อมูลยาที่เรากิน สรุปว่าตั้งแต่ในรพ. ที่ท้องเสีย มีแก๊ส เป็นอาการข้างเคียงของยาทั้งหมด เราโทรกลับไปรพ. แต่หมอหยุด เราเลยปรึกษาเพื่อนที่เป็นเภสัช เขาก็บอกว่าถ้าถ่ายบ่อยจะไม่เป็นผลดีกับแผล ให้ลองหยุดยาทั้งหมด แล้วดูว่าอาการถ่ายเหลวกับไม่สบายในท้องจะดีขึ้นไหม แต่ถ้าแผลอักเสบ เจ็บปวดมากขึ้น หรือมีไข้ ก็ให้รีบกลับไปรพ. เราก็เลยหยุดยาเย็นนั้นเลย อาการไม่สบายท้องก็ดีขึ้น ส่วนแผลที่ตูดก็ปกติดี คืนนี้เราก็เลยยังไม่กินยา Forlax
วันที่ 3 หลังการผ่าตัด
วันนี้ตอนเช้าเราก็ยังถ่ายเหลวอยู่ ตอนถ่ายไม่เจ็บ เราเริ่มกินอาหารธรรมดาพวกหมูทอด ไก่ทอด ผัดผัก รสจืดๆ ยังไม่กล้ากินเผ็ดเพราะกลัวจะแสบตูดตอนอึ ส่วนอาการข้างเคียงของยา หายไปเกือบเป็นปกติแล้ว คืนนี้เราเริ่มกินยา Forlax เป็นซองแรก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม