หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "กระทรวงแรงงาน" เสาหลักของ "ลูกจ้าง-ผู้ประกอบการ-SME ไทย"  (อ่าน 10 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 เม.ย. 20, 16:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

จากกรณีที่ “ครม. มีมติเห็นชอบให้ขยายความครอบคลุม ในกรณีผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่านายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการ ตามคำสั่งของทางราชการ ผู้ประกันตนมีสิทธิรับเงินกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน เช่นกัน” โดยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าว

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช เลขาธิการสมาพันธ์ SME ไทย และประธานสมาพันธ์ SME ไทย ส่วนภูมิภาค กล่าวว่า จากเหตุการณ์วิกฤตโควิด-19 หน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสำนักงานประสังคม กระทรวงแรงงาน ได้ออกมาตรการค่อยข้างดีและเยอะสำหรับการให้การช่วยเหลือและเยียวยา พร้อมทั้งยืนเคียงข้างทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้างมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเรื่องสิทธิของผู้ประกันตนกับการรับเงินกรณีว่างงาน 62% กรณีนายจ้างหยุดประกอบกิจการเอง หรือหยุดประกอบกิจการ ตามคำสั่งของทางราชการ เพื่อประคับประคองการดำเนินชีวิตในช่วงระยะเวลา 3 เดือน หรือ 6 เดือน ซึ่งเป็นไปตามมติความเห็นชอบของ ครม.นั้น อาจมีผู้ประกันตนทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ โดยผู้ที่ไม่เห็นชอบผมคิดว่า อาจเป็นในกรณีที่สถานประกอบการหักเงินลูกจ้างเพื่อส่งเงินสมทบเข้าสำนักงานประกันสังคมที่มีมานานมากกว่า 5 ปี หรือ 10 ปี สมควรได้รับเงินกรณีว่างงานในขณะนี้ มากกว่าสถานประกอบการที่เพิ่งจะส่งเงินสมทบเข้าสำนักงานประกันสังคม

นับเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจทุกฝ่าย เพราะเป็นสถานการณ์หรือวิกฤตการณ์สุดวิสัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นในโลกที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมากมายเช่นนี้ ผู้ประกอบการก็แย่ หากถึงขั้นปิดกิจการทุกอย่างจบหมดเลย แต่ถ้ายังสามารถประคองตัวไปได้ เหมือนร่างกายที่บอบช้ำ วันหนึ่งก็ฟื้นคืนตัว นั่นหมายถึง ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้างหรือแรงงานยังคงดำเนินต่อไปได้

“อย่างไรก็ตามขอให้ทุกฝ่ายมีความอดทน เราจะเรียนรู้การสู้วิกฤตเพื่อความอยู่รอดไปด้วยกัน จะว่าไปแล้วนายจ้างกับลูกจ้างก็เสมือนคนในครอบครัวกัน ควรเห็นอกเห็นใจกัน แล้วเชื่อว่าภาครัฐก็ไม่ได้ทอดทิ้งหรือนิ่งนอนใจ โดยเฉพาะมีการเตรียมงานประมาณช่วยเหลือและเยียวยา อย่างสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงาน ได้มีโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน วงเงินไม่เกิน 30,000 ล้านบาท แล้วท้ายที่สุดอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ฟังเสียงสะท้อนทั้งจากผู้ประกอบการและลูกจ้างแบบลงลึกรวมทั้งให้มากขึ้นด้วย”

ทางด้าน คุณกอล์ฟ ผู้ประกอบรายหนึ่ง กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่กดดันและบีบคั้นผู้ประกอบการมาก กรณีการจ่ายชดเชยค่าแรงในวิกฤตดังกล่าว ซึ่งสถานประกอบการไม่สามารถดำเนินธุรกิจใดๆได้เลย นับว่าเป็นเรื่องที่ลำบากมากอย่าว่าแต่เพียงจ่าย 62 % น้อยกว่านี้ก็แย่ สินค้าและบริการขายไม่ได้ จะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย จะอยู่กันไปได้นานแค่ไหน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ SME ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากต่อการทำความเข้าใจกับแรงงาน อยากให้หน่วยงานเข้ามาให้ความชัดเจน และเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยและลดช่องว่างระหว่างนายจ้างกับแรงงาน สร้างความเข้าใจในตัวบทกฎหมายแรงงาน ทั้งนี้บางคนที่ไม่ได้เข้าสู่ระบบของแรงงาน อาจยังไม่ทราบว่า ตามกฎหมายแรงงานผู้ประกอบการไม่สามารถส่งเงินประกันตนได้เหมือนกับแรงงานที่ดูแล ต้องออกค่าประกันตนให้กับแรงงานคนละครึ่ง

“ในขณะนี้ได้พยายามประคับประคองทั้งสถานประกอบการทั้งแรงงานให้อยู่รอดได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างเวลานี้รับภาระในเรื่องการช่วยค่าอาหารของแรงงานทั้ง 3 มื้อ ก็อยากให้สำนักงานประกันสังคมเข้ามาเยียวยาผู้ประกอบการที่กำลังบอบช้ำอย่างทั่วถึง ซึ่งทราบว่าได้ออกมาตราการดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาแล้ว อยากให้กำลังใจทุก ๆ ฝ่าย ซึ่งเราจะต้องฝ่าวิกฤตไปด้วยกัน หากไม่มีผู้ประกอบการและแรงงาน เศรษฐกิจของประเทศจะอยู่ได้อย่างไร”

ฝ่าย คุณณภัค เอี่ยมอาจิณ พนักงานของบริษัทแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ในฐานะแรงงานตอนนี้เปรียบเสมือนนั่งเรืออยู่ท่ามกลางลมมรสุม โดยมีนายจ้างเป็นคนบังคับเรือ เชื่อว่า การมีสติจะทำให้เราไม่หวั่นไหว ไม่ตกใจ เราต้องเป็นกำลังใจให้นายจ้าง เราอาจโชคดีกว่าหลายคนที่เราอยู่กันมานานเสมือนครอบครัวใหญ่ จึงมีความเห็นอกเห็นใจกัน พร้อมทั้งเป็นกำลังใจให้นายจ้างสามารถบังคับเรือฝ่ามรสุมไปให้ถึงฝั่งอย่างปลอดภัย แม้จะยังไม่ทราบระยะทางหรือระยะเวลาก็ตามที

ถามว่ามีผลกระทบต่อตนเองมั้ย มีแน่นอน ตอนนี้เงินถูกลดลงไปบางส่วนและตามสัดส่วนฐานเงินเดือนของพนักงานอย่างเหมาะสม ในเรื่องของการทำงานก็มีทั้งทำใที่บ้านและที่ทำงาน สลับวันกันไป ทำให้ประหยัดค่ารถและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ลดไป ขณะเดียวกันต้องทำใจหากว่า บริษัทไม่สามารถต้านวิกฤตโควิด-19 ได้ ทำให้ต้องหยุดหรือปิดกิจการก็ต้องว่ากันไปตามตัวบทกฎหมายแรงงาน

"ที่ผ่านมาตนเองอยู่ในสถานการณ์ที่บริษัทปิดมาแล้วถึง 2 บริษัท โดยได้รับเงินชดเชยจากสำนักงานประกันสังคมอย่างครบถ้วน จากสถานการณ์ในครั้งนี้หากต้องได้รับเงินเพียงแค่ 62 % ตามมติ ครม. ตนเองก็ยินดี ถึงแม้ว่าจะทำประกันตนมานานหลายปี อย่างไรก็ดีถ้าเราฟื้นบริษัทตายเราก็แย่ แต่ถ้าหากเราฟื้นและบริษัทฟื้น เราก็รอด ซึ่งผลกระทบในครั้งนี้อยู่นอกเหนือเหตุปัจจัยทั่วไป ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เชื่อว่ากระทรวงแรงงานก็ไม่ทอดทิ้งทั้งผู้ประกอบการและแรงงานอย่างแน่นอน ขอให้ทุกคนมีสติและใจเย็น ๆ”




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 เม.ย. 20, 17:00 น โดย newsman2514 » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม