หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - ทุ่มเงินกว่า 22,000 ล้านบาท “ซีพีเอ็น” ชู "Center of Life" ของทุกจังหวัด

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: newsman2514 ที่ 16 ต.ค. 19, 23:15 น

ทุ่มเงินกว่า 22,000 ล้านบาท “ซีพีเอ็น” ชู "Center of Life" ของทุกจังหวัด


กระทู้: ทุ่มเงินกว่า 22,000 ล้านบาท “ซีพีเอ็น” ชู "Center of Life" ของทุกจังหวัด
เริ่มกระทู้โดย: newsman2514 ที่ 16 ต.ค. 19, 23:15 น
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น ผู้นำเบอร์หนึ่งในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ประกาศแผน ‘สร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศ เป็น Center of Life ของทุกจังหวัด’ ลงทุนต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง  ทุ่มงบ 22,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2565 ตั้งเป้าเสริมภาครัฐบุกเบิกเมืองเศรษฐกิจใหม่ และปลุกปั้นย่าน new urbanized district สำคัญของกรุงเทพฯ ตามแผนยุทธศาสตร์ของประเทศ   

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา หรือ ซีพีเอ็น กล่าวว่า         
ในวันนี้จะเป็นอีกครั้งที่บริษัทฯ จะประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการ ศูนย์การค้า และ Mixed-use development ครั้งสำคัญ ที่จะเป็นแผนเพื่อส่งเสริมการ ‘สร้างงาน สร้างเมือง สร้างประเทศ เป็น Center of Life ของทุกจังหวัด’ ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่พัฒนาไปและลงลึกกับความต้องการของคนและชุมชนในแต่ละโลเคชั่นแบบ Area-Based Creation พร้อมทั้ง ‘Magnify Local Essence’ ดึงจุดเด่นของพื้นที่มาสร้างเป็น ‘Magnet’ ช่วยยกระดับบทบาทของพื้นที่นั้นๆ ในระดับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยซีพีเอ็นได้นำเอา 3 หัวใจหลักที่จะช่วยยกระดับเศรษฐกิจ และกระจายความเจริญไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ คือ การท่องเที่ยว การพัฒนาตามโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการเทรดดิ้งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศมาเป็นตัวแปรในการพัฒนาโครงการใหม่ของบริษัท ซึ่งโครงการใหม่ที่จะกล่าวต่อไปนี้ จะเป็นโมเดลที่จะนำพาเอา net positive impact ไปสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ และนี่จะเป็นอีกครั้งที่         ซีพีเอ็นจะมีส่วนพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน พร้อมพัฒนาชุมชนในแต่ละที่ไปพร้อมๆ กัน (Growth for the Country, Great for Locality)” นางสาววัลยา กล่าว

ภายในปี พ.ศ. 2565 ซีพีเอ็นจะพัฒนา 17 โครงการ ได้แก่ 5 ไฮไลท์โปรเจคสำคัญ และปรับโฉม 12 โครงการ ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 22,000 ล้านบาท ตามแผนยุทธศาสตร์ของภาครัฐ ประกอบด้วย
•   ยึดหัวหาด 3 เมืองเศรษฐกิจใหม่ด้วยมิกซ์ยูสรูปแบบใหม่กลางใจเมือง ได้แก่ “เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา, ศรีราชา, จันทบุรี”
•   ปลุกปั้นย่าน New Urbanised District กับ 2 ศูนย์การค้าในทำเลทองของกรุงเทพฯ ได้แก่ “เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 และ รามอินทรา”
•   พร้อมปรับโฉมศูนย์การค้าอีก 12 สาขาทั่วประเทศ เพื่อจะรองรับการเติบโตของเมืองต่างๆ กระจายไปหลายภูมิภาคของประเทศ

อีกทั้ง ยังคงเดินหน้าลงทุนต่อเนื่อง 2 Big Impact Projects ได้แก่ โครงการร่วมทุน ‘Dusit Central Park’ โครงการระดับเวิลด์คลาสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ มูลค่าอีกกว่า 36,700 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จปี 2567 และยังมีโครงการต่างๆ อีกหลายโครงการภายใต้บริษัท GLAND โดยเฉพาะโครงการพระราม 9 จากการเข้าซื้อกิจการ ซึ่งได้จัดสรรผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยโครงการอยู่ในระหว่างการทำแผน และจะประกาศโครงการใหญ่เร็วๆ นี้ คาดว่าจะพลิกย่านพระราม 9 ให้เป็น New CBD แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ และโครงการของซีพีเอ็น กล่าวว่า สำหรับโครงการใหม่ที่เรากำลังพัฒนาจะตั้งอยู่ใน 3 จังหวัดที่มีศักยภาพสูงของประเทศ ได้แก่เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา, ศรีราชา, จันทบุรี เพื่อตอบรับการเติบโตทั้งในด้านการลงทุนใน infrastructure การค้าของประเทศ อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสใจกลางเมือง ประกอบไปด้วย

1)   โครงการมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัลพลาซา อยุธยา’ ภายใต้แนวคิด ความเรืองรองแห่งพระนครศรีอยุธยา

2)   โครงการมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัลพลาซา ศรีราชา’ ภายใต้แนวคิด Living Green in Smart City of EEC Center

3)   โครงการมิกซ์ยูส ‘เซ็นทรัลพลาซา จันทบุรี’ สร้าง format ใหม่ ภายใต้แนวคิด The Shining Gem of EEC Plus 2

4)   เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2 จะเป็น The Largest Regional mall - Gateway of South Bangkok

5)   เซ็นทรัลพลาซา รามอินทรา ภายใต้แนวคิด Living Lab of Ramindra

“นอกจากนี้ เพื่อปรับเปลี่ยนให้ทุกโครงการของซีพีเอ็นตอบโจทย์แนวคิดการเป็น ‘Center of Life’ ของผู้คนที่มากกว่าการช้อปปิ้ง อีกทั้งเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกไลฟ์สไตล์และทุกกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็น Third Place และสร้างความสุขให้แก่ทุกคน

โดยในปี 2563 บริษัทฯ จะทำการปรับปรุงและขยายพื้นที่ศูนย์การค้าอีก 12 สาขาทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา พระราม 9, เซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์, เซ็นทรัลพลาซา บางนา, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น, เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ และเซ็นทรัลพลาซา เชียงใหม่แอร์พอร์ต, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัล มารีนา พัทยา, เซ็นทรัลเฟสติวัล สมุย และเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ และทั้งหมดนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจและสังคมไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายชนวัฒน์กล่าวทิ้งท้าย