หน้า : พิมพ์หน้านี้ - 5 เรื่องควรรู้ก่อนไปกรุ่นกลิ่นกาแฟพิเศษที่ “The Coffee Academïcs”

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ท่องเที่ยว => ข้อความที่เริ่มโดย: o_newname ที่ 19 พ.ย. 19, 14:19 น

5 เรื่องควรรู้ก่อนไปกรุ่นกลิ่นกาแฟพิเศษที่ “The Coffee Academïcs”


กระทู้: 5 เรื่องควรรู้ก่อนไปกรุ่นกลิ่นกาแฟพิเศษที่ “The Coffee Academïcs”
เริ่มกระทู้โดย: o_newname ที่ 19 พ.ย. 19, 14:19 น
5 เรื่องควรรู้ก่อนไปกรุ่นกลิ่นกาแฟพิเศษที่ “The Coffee Academïcs”

            คอกาแฟหลายคนคงคุ้นชื่อของ “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” (The Coffee Academïcs ) กันมาบ้าง เพราะเป็นร้าน Specialty Coffee ชื่อดังของเกาะฮ่องกง และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มาแลนด์ดิ้งที่เมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดแฟลกชิปแห่งแรกอยู่ที่โครงการเวลา หลังสวน บนพื้นที่สินธร วิลเลจ แต่ก่อนที่จะไปสัมผัสรสชาติที่คัดมาเป็นพิเศษและเปิดประสบการณ์คอฟฟี่เฮ้าส์ที่ไม่เหมือนใคร ลองมาทำความรู้จักกับ 5 เรื่องเด่นของ “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” กันก่อน

1. จากสตูดิโอเล็กๆ ของคนรักกาแฟ สู่คาเฟ่ที่ดีที่สุดในโลก
            เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ เกิดขึ้นจากสตูดิโอแห่งหนึ่งในย่านคอสเวย์ เบย์ ฮ่องกง เมื่อปี 2553  เป็นพื้นที่สำหรับแลกเปลี่ยนทางความคิดและประสบการณ์สำหรับกลุ่มคนที่รักกาแฟเหมือนกัน ต่อมาในปี 2555 ร้านแรกได้เปิดตัวขึ้นที่ถนน Yiu Wa โดย เจนนิเฟอร์ ลิว (Jennifer W.F. Liu) นักธุรกิจและสถาปนิกหญิงชื่อดังของฮ่องกง ผู้ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ ที่เกิดความหลงใหลและชื่นชอบในกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงได้ และอยากยกระดับความนิยมกาแฟพิเศษไปทั่วโลกผ่านกิจกรรมเวิร์คช้อปและให้ความรู้ จึงเปิดร้าน เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ขึ้นมา จนมาเป็นร้านกาแฟแบรนด์ดังที่คอกาแฟทั่วโลกตั้งตารอ และกลายเป็นหนึ่งใน “ร้านกาแฟที่ดีที่สุดในโลก” (The World's Best Coffee Shops) จาก The Telegraph รวมทั้งการแนะนำโดย Michelin Guide ในปีด้วย ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 20 สาขาใน 7 เมืองทั่วเอเชีย

2.  ความพิเศษ
เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ถูกจัดให้เป็นอันดับหนึ่งในด้านกาแฟพิเศษโดยองค์กรให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลก Frost and Sullivan Report 2017 เพราะกาแฟทุกแก้วของที่นี่ใส่ใจในรายละเอียดและคุณภาพของเมล็ดกาแฟ ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกเมล็ดกาแฟ ตลอดจนการคั่วเมล็ดกาแฟในพื้นที่เพื่อให้คงรสชาติที่โดดเด่นตามธรรมชาติ จากนั้นจึงทดสอบด้วยวิธีการคัปปิ้งด้วยคะแนนที่สูงกว่า 85 คะแนน   โดยเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ คัดเอาเมล็ดกาแฟ 5% ที่ดีที่สุด จากแหล่งกาแฟอะราบิก้าพิเศษคุณภาพดีซึ่งปลูกในพื้นที่สภาพอากาศเหมาะสมให้รสชาติที่โดดเด่นไร้ที่ติ ไม่ว่าจะเป็น เปรู, ปานามา, เคนยา, บราซิล, โคลัมเบีย, อินโดนีเซียและเยเมน กาแฟของร้านได้รับคะแนนด้านการเบล็นด์กาแฟ (Coffee Blend) จาก Coffee Review  90+ คะแนน และคะแนนด้านเมล็ดกาแฟ (Coffee Beans) 83+ คะแนนจากสมาคมกาแฟพิเศษด้วย
            นอกจากนี้ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ยังทำการทดสอบ ประกันคุณภาพ และเลือกซื้อเมล็ดกาแฟที่ยังไม่ผ่านการคั่วเพื่อที่นำมาคั่วและบรรจุเมล็ดกาแฟเอง โดยกระบวนการจัดการและการคั่วเมล็ดกาแฟนั้นจะแตกต่างกันไปตามแหล่งที่มา เพื่อรับประกันว่าลูกค้าจะได้เพลิดเพลินกับรสชาติกาแฟพิเศษอย่างแท้จริง ในแต่ละเดือนเมล็ดกาแฟกว่า 4,000 กิโลกรัม ผ่านการคั่วอย่างพิถีพิถันจากสถานที่คั่วกาแฟระดับโลกของร้านที่สร้างขึ้นตามมาตรฐานของสมาคมกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee Association)

3. เมนูกาแฟที่ห้ามพลาด 
            “เจดับเบิ้ลยูเอฟ เคนย่า พีเบอร์รี่” (JWF Kenya Peaberry) เป็นกาแฟดริฟเย็นที่เสิร์ฟในแก้วไวน์ ใช้เมล็ดกาแฟ Kenyan Caracoli หนึ่งในเมล็ดกาแฟที่หายากของเคนย่า ส่วน “คอฟฟี่ โคเน็ต” (Coffee Conette) ที่ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ สำหรับประเทศไทยจะได้ลิ้มลองเมนูกาแฟรสชาติพิเศษเข้มข้นของ ไทยแลนด์ เบล็นด์ พิคโคโล่ ลาเต้ (Thailand Blend Piccoco Latte) ที่คัดสรรมาจากเมล็ดกาแฟพิเศษจากจังหวัดเชียงใหม่,  สปป.ลาว และ Alta Mogiana ในบราซิล  เสิร์ฟในโคนเคลือบช็อกโกแลตสองชั้น
            นอกจากนี้ ยังมีอีก 4 ซิกเนเจอร์เมนูที่ใช้ความหวานจากธรรมชาติของนานาประเทศซึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แก่ Manuka (มานูก้า) กาแฟลาเต้ที่ใช้น้ำผึ้งมานูก้าแท้จากประเทศนิวซีแลนด์, Okinawa (โอกินาว่า) คาปูชิโน่ ที่ใช้น้ำตาลทรายแดงจากจังหวัดโอกินาวาในประเทศญี่ปุ่น, Agave (อากาเว่) ลาเต้ที่ใช้รสหวานธรรมชาติจาก เม็กซิกันอากาเว่ และผสานด้วยกลิ่นเครื่องเทศจากพริกไทยดำ  และ Jawa (จาว่า) ลาเต้มัคคิอาโต้ ซึ่งหวานจากน้ำตาลโตนดของอินโดนีเซีย ทั้งยังได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากใบเตย

4. ร้านกาแฟเพื่อสังคมทั่วโลก
ร้อยละ 70 ของกาแฟเฮ้าส์เบล็นด์ ที่ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์  มีส่วนช่วยสนับสนุนกิจการเพื่อสังคมทั่วโลกผ่านการเลือกซื้อกาแฟตรงจากพันธมิตร กาแฟทุกแก้วจึงถือได้ว่าเป็น Gift of Hope ที่มีส่วนสนับสนุนการสร้างความหวังให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้องในเส้นทางสายกาแฟ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมาได้เน้นการให้ความสำคัญต่อการเข้าถึงชุมชนเพิ่มมากขึ้น โดยจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นในเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ตลอดไปจนถึงผ่านองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของทางร้าน พร้อมเชิญชวนให้ผู้นำชุมชนหรือผู้นำทางความคิดและลูกค้าได้มาร่วมพบปะ เสวนา และทำกิจกรรมเวิร์คชอปที่มีความสำคัญต่อชุมชนด้วย

5. The Coffee Academïcs สาขาแรกในเมืองไทยมาพร้อมเมนูพิเศษ
            คอกาแฟพิเศษในไทยพบกับ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ แฟลกชิบแห่งแรกในกรุงเทพฯ ได้ที่ โครงการเวลา หลังสวน ใจกลางเมืองบนถนนหลังสวน ด้วยคอนเซ็ปต์การผสมผสานระหว่างความเป็นตัวตนของ เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ กับความประทับใจเกี่ยวกับเมืองไทยของเจนนิเฟอร์ ลิว  เพื่อฉลองการเปิดสาขาใหม่พบกับ เมนู
ไทยแลนด์ เบล็นด์ โดดเด่นด้วยคาแร็คเตอร์ของโกลด์เด้น แพร์ (Golden Pear), พิงค์ เลดี้ แอปเปิ้ล (Pink Lady Apple) และ บลัด ออเรนจ์ (Blood Orange) พร้อมด้วยเมเปิ้ล ไซรัป (Maple Syrup) และกลิ่นหอมของคาราเมล (Caramel)  ที่คอกาแฟจะประทับใจ และนอกจากกาแฟแล้ว ยังมีเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพดีมารังสรรให้กับทุกคนได้รับประทานอีกด้วย
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.the-coffeeacademics.com Facebook:TheCoffeeAcademicsThailand และ Instagram: @TheCoffeeAcademicsThailand