หน้า : พิมพ์หน้านี้ - EA เข้าถือหุ้น NEX40 % หนุนรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตเร็ว

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => คนรักรถ => ข้อความที่เริ่มโดย: jennie4538 ที่ 15 ก.ค. 20, 21:50 น

EA เข้าถือหุ้น NEX40 % หนุนรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตเร็ว


กระทู้: EA เข้าถือหุ้น NEX40 % หนุนรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตเร็ว
เริ่มกระทู้โดย: jennie4538 ที่ 15 ก.ค. 20, 21:50 น
ส่องหมัดเด็ด “พลังงานบริสุทธิ์” เดินหน้าขยายธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ ผ่านการเข้าซื้อเพิ่มทุนหุ้น “เน็กซ์ พอยท์” สัดส่วน 40% มูลค่า 1.5 พันล้านบาท หวังช่วยเร่งความสำเร็จด้วยการ Synergy กับพันธมิตร หลังแผนเดิมประเมินระยะเวลาคืนทุนอีกยาวนาน และหากอุตสาหกรรม EV ไทยพัฒนาได้เร็วเกินคาด หนุนโอกาสเติบโตของบริษัทเพิ่มขึ้นได้อีกมาก

ต้องยอมรับว่าราคาหุ้น บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) ในชั่วโมงนี้แรงหยุดไม่อยู่ โดยปัจจุบันเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 48.00 บาทต่อหุ้น ถือเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาของปี 2563 จากราคา 44.50 บาทต่อหุ้นในการซื้อขายวันแรกของปีนี้ หรือเพิ่มขึ้น 7.86%

ขณะเดียวกัน หากคำนวณจากจุดต่ำสุดของปี 2563 เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ราคาหุ้น EA ณ ช่วงเวลาดังกล่าวลดลงต่ำสุดที่ระดับ 29.75 บาทต่อหุ้น พบว่าตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบันราคาหุ้น EA ใช้เวลาประมาณ 3 เดือนปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว 61.34% ทั้งที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท โดยเฉพาะต่อไลน์ธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งทำให้ต้องเลื่อนการส่งมอบออกไปจากกำหนดเดิม

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้น EA ดีดตัวขึ้นและมีโอกาสทะยานเพิ่มขึ้นในช่วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์เมื่อเร็วๆนี้ นั่นคือ การออกมาประกาศแผนขยายธุรกิจ ด้วยการเตรียมจะใช้กระแสเงินสดไม่เกิน 1.5 พันล้านบาท เพื่อเข้าลงทุน 40% ใน บมจ.เน็กซ์ พอยท์ (NEX) ซึ่งถือเป็นการลงทุนในเชิงพันธมิตรทางธุรกิจแบบ Strategic Partner ที่จะเข้ามาช่วยเสริมการขยายตลาดแบตเตอร์รี่ และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้กับบริษัท โดยเฉพาะการขยายตลาดรถEV ขนาดใหญ่ ทั้งรถ Bus และ Truck ซึ่ง NEX มีความเชี่ยวชาญในการประกอบและมีช่องทางการขายรถขนาดใหญ่อยู่แล้ว

“บริษัทเห็นโอกาสถึงการเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่จะทำให้สามารถขยายตลาดรถขนาดใหญ่ได้จากช่องทางการจำหน่ายของ NEX ที่มีหลากหลาย โดยที่บริษัทไม่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อผลิตและทำตลาดเอง เพราะการลงทุนใน NEX เรามองเห็นจุดแข็งของเครือข่ายในการจัดจำหน่ายที่แข็งแรง โดยเฉพาะกลุ่มรถ Bus และ Truck ซึ่งเขามี Channel ที่ดีอยู่แล้ว ส่วน EA ก็เป็นผู้ผลิต Hardware แบตเตอรี่ และเป็น Solution Provider ทำให้เรามองถึงการมาผนึกกำลังร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเข้ามาเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้เราขยายตลาดรถEVขนาดใหญ่ได้เพิ่มขึ้น ต่อยอดจากรถEV ขนาดเล็กที่เราทำอยู่ โดยที่เราไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการลงทุนเองทั้งหมด" “อมร ทรัพย์ทวีกุล” รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ แสดงความเห็นต่อแผนลงทุนดังกล่าว

โดยรูปแบบการลงทุนใน NEX ของ EA ในครั้งนี้ จะดำเนินการผ่านบริษัทย่อย คือ บริษัท อีเอ โมบิลีตี โฮลดิง จำกัด (EMH) (บริษัทย่อย) โดยไม่ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท (Tender Offer) เพราะบริษัทไม่ได้คาดหวังที่จะเข้าไปครอบครองและควบคุมการดำเนินงานของ NEX แต่จะเป็นการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ NEX ที่จะเสนอขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) จำนวนไม่เกิน 670 ล้านหุ้น มูลค่าไม่เกิน 1.5 พันล้านบาท ซึ่งมาจากกระแสเงินสดภายในของบริษัทที่ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยมีอยู่ค่อนข้างมากและเพียงพอต่อการลงทุน

ขณะที่ขั้นตอนต่อไปของดีลดังกล่าว คือ ต้องรอผลการประชุมผู้ถือหุ้นของ NEX ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมาว่าจะอนุมัติขายหุ้นเพิ่มหุ้นให้กับ EA หรือไม่ โดยหากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้น NEX กระบวนการต่อไปจะนำเสนอข้อมูลการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ต่อไป และคาดว่าการเข้าซื้อและถือหุ้น NEX จะแล้วเสร็จในช่วงปลายเดือนนี้

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นที่คาดหมายกันว่า การประชุมผู้ถือหุ้นของ NEX ที่เกิดขึ้นจะไฟเขียวสนับสนุน หรือเปิดทางต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่จากกลุ่มพลังงานเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทในสัดส่วน 40% ได้อย่างไม่น่ามีปัญหา ซึ่งนั่นจะทำให้โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจของบริษัทขยายตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากช่องทางและโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจใหม่ที่ทั้ง 2 บริษัทร่วมมือกัน

ย้อนกลับมาที่ EA ถือว่าการลงทุนดังกล่าว นับเป็นย่างก้าวที่สำคัญ หรือเปรียบเสมือนคำยืนยันของผู้บริหารที่ต้องการรุกตลาดแบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ หลังจากก่อนหน้านี้ ที่ผ่านมาการเติบโตของEA ล้วนมาจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก

ที่ผ่านมาต้องยอมรับความจริงประการหนึ่งว่า EA มีความถนัดในด้านพลังงานหมุนเวียน ขณะที่การกระโดดเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังถือเป็นเรื่องใหม่ของบริษัทที่อาจต้องลองใช้เวลาอีกสักระยะ แม้ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จจากยอดจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 5,000 คัน แต่จากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่เกิดขึ้น จึงส่งผลให้บริษัทยังไม่สามารถส่งมอบรถยนต์ให้แก่ผู้สั่งจองได้ในช่วงเวลานี้

ขณะที่ ความจริงอีกประการที่น่าสนใจสำหรับ EA นั่นคือ บริษัทมีโรงงานผลิตแบตเตอรี่อยู่แล้ว ดังนั้นก็ต้องหาอะไรที่จะมาต่อยอดได้ธุรกิจ ซึ่งการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ และเมื่อมีการเข้ามาร่วมลงทุนกับ NEX ผ่านการเข้าถือหุ้นสัดส่วน 40% หลายฝ่ายเชื่อว่ า จากธุรกิจที่เรียกได้ว่าเป็นน้องใหม่ แต่ในอนาคต EA กับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า อาจกลายเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ หรือมีบทบาทสำคัญต่อบริษัทไม่น้อยไปกว่าธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในปัจจุบัน ยิ่งการได้ NEX เข้ามาช่วยสนับสนุน จากความเชี่ยวชาญที่ NEX มีอยู่ อาทิ การทำชิ้นส่วนอะไหล่ รวมถึงนำเข้า-ประกอบรถบัสไฟฟ้า ยิ่งช่วยผลักดันให้เป้าหมายของ EA มีโอกาสสำเร็จเร็วขึ้นมากกว่าเดิม

นั่นเพราะปัจจุบัน NEX เป็นผู้ผลิตและรับจ้างผลิตชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ที่มีขนาดเล็ก ตามคำสั่งซื้อของลูกค้า รวมถึงธุรกิจให้เช่ารถบัสโดยสารในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลผ่านบริษัท สมาร์ทบัส จำกัด และยังประกอบไปด้วยศูนย์ซ่อมบำรุง ที่ถือหุ้นโดย NEX ซึ่งมีสัญญาซ่อมรถของสมาร์ทบัส เบื้องต้นจำนวน 500 คัน นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจเช่า และปล่อยลิสซิ่ง รถบัส อีกด้วย